
กรมส่งเสริมฯสำเร็จพัฒนาเครื่องอบไอน้ำวีเอชที
กรมส่งเสริมการเกษตรจับเอกชนพัฒนาเทคโนโลยีการอบไอน้ำระบบวีเอชที เพื่อกำจัดแมลงวันผลไม้ก่อนส่งออกได้สำเร็จ ตามเงื่อนไขของประเทศคู่ค้า สามารถรองรับผลผลิตของเกษตรกรได้สูงถึง 3,000 ตัน/ปี
นายอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากการที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมมือกับ บริษัท พีแอนด์เอฟ เทคโน จำกัด เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการอบน้ำวีเอชที (VHT : Vapor Heat Treatment) นั้น ขณะนี้ประสบผลสำเร็จได้อย่างดี และได้ตั้ง “ศูนย์พัฒนาการผลิตและควบคุมศัตรูผักผลไม้เพื่อการส่งออก กรุงเทพมหานคร” ในพื้นที่ของกรมส่งเสริมการเกษตร นอกจากนี้ยังพัฒนาเป็นโรงงานสำหรับการจัดการผลผลิตตามข้อกำหนดดังกล่าวด้วย
เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการอบน้ำวีเอชทีในครั้งนี้ เนื่องจากว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการส่งออกผลไม้ไปต่างประเทศ โดยเฉพาะมะม่วงและมังคุดจนเป็นที่รู้จักกันดีในตลาดญี่ปุ่น จะเห็นได้จากปีที่ผ่านมาผลผลิตมะม่วงส่งออก 26,098.27 ตัน ส่งตลาดญี่ปุ่น 2,754.96 ตัน และตลาดประเทศอื่น 23,343.31 ตัน ส่วนมังคุดส่งออกต่างประเทศ 111,300 ตัน แต่การส่งออกผลไม้ไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นนั้นยังไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากญี่ปุ่นมีเงื่อนไขให้มะม่วงและมังคุดต้องผ่านกระบวนการ การอบไอน้ำวีเอชที เพื่อกำจัดไข่และตัวหนอนแมลงวันผลไม้ก่อน เช่นเดียวกับประเทศเกาหลีและนิวซีแลนด์ที่กำหนดเงื่อนไขเช่นเดียวกัน
สำหรับเทคโนโลยีการอบไอน้ำ เป็นวิธีการปรับความชื้นสัมพัทธ์ โดยวิธีการเพิ่มอุณหภูมิในห้องอบไอน้ำ และในผลมะม่วงให้เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ใช้เวลาในการอบไอน้ำต่อครั้งประมาณ 3 ชั่วโมง ปริมาณการอบ 5 ตัน/ครั้ง ส่วนการอบไอน้ำวีเอชทีของโรงงาน สามารถรองรับผลผลิตของเกษตรกรได้สูงถึง 3,000 ตัน/ปี หากเกษตรกรสนใจรายละเอียดเทคโนโลยีการอบไอน้ำวีเอชทีสอบถามได้ที่กองส่งเสริมวิศวกรรมเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตรโทร.0-2940-6176



