ไลฟ์สไตล์

กนป.ไฟเขียวร่างยุทธศาสตร์ผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวะ

กนป.ไฟเขียวร่างยุทธศาสตร์ผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวะ

09 มี.ค. 2554

“นริศรา” ปลื้มยุทธศาสตร์ผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวะได้บรรจุในพิมพ์เขียวปฏิรูปการศึกษา เผย สอศ.เตรียมปรับตัวผลิตบุคลากรตอบสนองภาคอุตสหากรรม ยันแม้อายุรัฐบาลเหลือไม่มาก เชื่อคนมาใหม่ดำเนินการตามแผนที่วางไว้

 เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2554  น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษา(กนป.)ทศวรรษที่ 2 ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น ได้มีมติเห็นชอบ ร่าง นโยบายและยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ด้านการพัฒนาอาชีวศึกษา (ปี 2552-2561) ตามที่ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานคณะอนุกรรมการ กนป. ด้านการพัฒนาอาชีวศึกษาได้รายงานต่อที่ประชุม ซึ่งแผนการพัฒนาดังกล่าวได้กำหนดเป้าหมายยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ 4 ด้าน ได้แก่ 1.มุ่งสร้างและผลิตกำลังคนด้านอาชีวศึกษา ให้ตอบสนองความต้องการของตลาด 2.พัฒนาครูยุคใหม่ ครูพันธุ์ใหม่ ครูสาขาขาดแคลน 3.พัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ใหม่ และ 4.การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการใหม่

 รมช.ศธ. กล่าวอีกว่า หลังจากนี้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จะเป็นผู้รับผิดชอบบรรจุแผนและยุทธศาสตร์เพื่อดำเนินการพัฒนาการศึกษาอาชีวศึกษาต่อไป ทั้งนี้ ในส่วนสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) ก็เตรียมการสำหรับปี 2554 จะต้องปรับตัวชัดเจนขึ้นในการผลิตบุคลากรตอบสนองภาคอุตสาหกรรม เช่น เรื่องการรับนักศึกษา ได้วางแผนว่าจะสถานศึกษาสังกัด สอศ. จะต้องรับนักศึกษาเพิ่ม 2.6 แสนคนจากเดิมอยู่ 2 แสนคนเพิ่มประมาณ 4% ส่วนสถานศึกษาที่สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จะต้องเพิ่มเป็น 1.37 แสนคน จากเดิมอยู่ที่ 1.3 แสนคน เป็นต้น และการทำงานของ สอศ.ต่อไปจะต้องถูกควบคุมดูและจากกฎหมายสำคัญ 3 ฉบับ คือ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 พ.ร.บ.การอาชีวศึกษา 2551 และพระราชกฤษฎีกาสถาบันคุณวุฒิแห่งชาติ

 “เชื่อว่าแม้อายุของรัฐบาลชุดนี้จะเหลือไม่มาก และอาจจะมีการยุบสภาเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ แต่ไม่ว่าใครเข้ามาเป็นรัฐบาลใหม่ก็จะต้องดำเนินการตามนโยบายและยุทธศาสตร์ดังกล่าว เพราะนอกจาก กนป.จะกำหนดเป็นแผนที่ต้องดำเนินงานที่ชัดเจนเอาไว้แล้ว ยังมีงบประมาณให้ดำเนินงานไว้สูงกว่า 1.4 แสนล้านบาท ซึ่งไม่ว่าใครเข้ามาสานต่องานนี้ก็คงชอบ เพราะถือเป็นงบประมาณลงทุนก้อนโต ที่ไม่เกี่ยวกับงบประมาณของ สอศ.”น.ส.นริศรา กล่าว

 น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ( กอศ.) กล่าวว่า ขณะนี้นโยบายของรมช.ศธ.คือต้องการให้ สอศ.พัฒนาคุณภาพและเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษาจาก 204,518 คน เพิ่มเป็น 265,000 คน ซึ่งคาดหวังว่าปีนี้จะเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังจะต้องมาเร่งติดตามเรื่องอัตรากำลังครูหรือ ในส่วนครูช่างที่ต้องใช้ผู้มีประสบการณ์จากสถานประกอบการแต่เราติดปัญหาเรื่องใบรับรองวิชาชีพครู โดยในประเด็นนี้ สอศ.จะได้หารือกับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาว่าจะมีช่องทางผ่อนให้ช่วง 2 ปีนี้ให้ สอศ.สามารถนำครูช่างจากสถานประกอบการมาทำหน้าที่การสอนโดยยังไม่ต้องมีใบรับรองวิชาชีพครูบ้างหรือไม่