
ยึดอาชีพเลี้ยง"ปลานิล"ทำเงิน ทางแก้จนสมาชิก"ประมงพาน"
การรวมกลุ่มเลี้ยงปลานิลของสมาชิกสหกรณ์ประมงพาน จำกัด แห่งบ้านดอยชังมงคล ต.สันติสุข อ.พาน จ.เชียงราย ไม่เพียงสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำแก่สมาชิกเท่านั้น แต่ยังเป็นสหกรณ์ต้นแบบในด้านการบริหารจัดการดีเด่น ใช้เวลาเพียงแค่ 10 ปี สามารถขยายเครือข่ายได้มากถึง 16
"สหกรณ์แห่งนี้ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2543 มีสมาชิกเริ่มต้น 116 คน มีทุนเรือนหุ้นแรกเข้าจำนวน 28,800 บาท ปัจจบันมีทุนดำเนินงานทั้งสิ้น 18,406,176.28 บาท" กาญจนา คำพุฒ ประธานสหกรณ์ประมงพาน จำกัด ย้อนอดีตการก่อตั้งสหกรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือสมาชิกที่ประกอบอาชีพเลี้ยงปลา จัดหาสินค้ามาจำหน่ายให้แก่สมาชิก รวบรวมผลผลิตของสมาชิก รวมทั้งให้คำปรึกษาและบริการสมาชิกในด้านการเลี้ยงปลา ภายใต้การส่งเสริมสนับสนุนของสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงราย โดยเงินกู้จากกองทุนพัฒนาสหกรณ์เพื่อจัดหาอาหารปลามาจำหน่ายให้แก่สมาชิก
ปัจจุบันสหกรณ์ประมงพาน ถือเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงปลานิลใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ มีการจับปลานิลส่งจำหน่ายเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3-4 ตันต่อวัน หรือประมาณ 1.2 หมื่นตันต่อปี โดยมีตลาดหลักอยู่ในจังหวัดต่างๆ ทางภาคเหนือและกรุงเทพมหานคร ซึ่งนอกจากปลานิลสดที่สร้างรายได้หลักให้สมาชิกแล้วยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลานิลหลากหลายรูปแบบวางจำหน่ายให้ผู้สนใจโดยทั่วไปอีกด้วย
กาญจนาระบุอีกว่า สาเหตุที่ชาวบ้านนิยมเลี้ยงปลานิลกันมากก็เพราะเลี้ยงง่าย ขายได้ราคาดี ที่สำคัญมีน้ำหล่อเลี้ยงตลอดทั้งปี โดยอาศัยน้ำจากเขื่อนแม่สรวยและเขื่อนแม่ลาว ตลอดสภาพดินที่ปราศจากสารเคมี ทำให้ปลานิลจากที่นี่จะไม่มีกลิ่นคาวเหมือนกับที่อื่น ปัจจุบันชาวบ้านจะยึดอาชีพเลี้ยงปลานิลเป็นอาชีพหลัก โดยทำนาและเลี้ยงสุกรเป็นอาชีพเสริม
"สมาชิกแต่ละคนจะมีบ่อเลี้ยงปลาเฉลี่ยคนละ 1-2 บ่อ แต่ละบ่อใช้พื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ขณะนี้มีประมาณเกือบ 2 พันบ่อ โดยสมาชิกมีหน้าที่เลี้ยงปลาตามแผนงานที่ทางสหกรณ์วางไว้และรับเงินเมื่อถึงกำหนดจับปลา ส่วนการบริหารจัดการเช่น การลงลูกปลาในบ่อ การใช้อาหาร การกำหนดเวลาจับ การลงมือจับ ตลอดจนการหาตลาด เป็นหน้าที่ของสหกรณ์เป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด"
เธอเผยต่อว่า ปัจจุบันปลานิลหน้าฟาร์มจะจำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ 56 บาท ซึ่งการลงลูกปลาแต่ละครั้งจะใช้ระยะเวลาเลี้ยงประมาณ 7 เดือน จึงจะจับเพื่อจำหน่ายได้ โดยขนาดปลาเฉลี่ยอยู่ที่ 4 ขีดขึ้นไป ถ้าหากต่ำกว่านี้จะปล่อยลงบ่อเพื่อเลี้ยงให้เติบโตจนได้ขนาดต่อไป ส่วนรายได้ของสมาชิกหลังหักต้นทุนการผลิต อาทิ ค่าอาหาร ลูกปลา ค่าแรงงานแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 1 แสนบาท/บ่อ ทำให้สมาชิกมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 2 แสนบาทต่อปีต่อจำนวน 2 บ่อ ขณะเดียวกันสมาชิกส่วนใหญ่ก็ยังทำนาปลูกข้าว เลี้ยงสุกรเป็นอาชีพเสริม ทำให้รายได้จากการขายปลา จึงเปรียบเสมือนเป็นเงินออม สนใจปลานิลของสมาชิกสหกรณ์โทร.08-3574-0587
ประคอง อภัยกาวี เกษตรกรเลี้ยงปลานิล อยู่บ้านเลขที่ 179 หมู่ 16 ต.สันกลาง อ.พาน หนึ่งในสมาชิกสหกรณ์ประมงพาน จำกัด กล่าวยอมรับว่าเริ่มเลี้ยงปลานิลมาตั้งแต่ปี 2545 ก่อนหน้านี้ยึดอาชีพทำนาอย่างเดียว ยิ่งทำก็ยิ่งเป็นหนี้ แต่หลังจากหันมาเลี้ยงปลานิลก็เริ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น และสามารถปลดหนี้ลงได้ ทำให้ทุกวันนี้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
"ของผมมีเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่เศษ มีบ่อเลี้ยงปลา 2 บ่อ ที่เหลืออีก 3 ไร่ ทำนาข้าวและปลูกลำไย แต่ละวันเกือบจะไม่ต้องใช้จ่ายอะไร เพราะที่บ้านมีครบหมดแล้ว รายได้ปลาที่เลี้ยงไว้จึงเป็นเงินเก็บ" เขากล่าวอย่างภูมิใจ
นับเป็นอีกก้าวของสหกรณ์ประมงพาน ภายใต้การนำของหญิงแกร่ง "กาญจนา คำพุฒ" ในการนำพาองค์กรจนได้รับการกล่าวขานกันว่ามีระบบการบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยมและเครือข่ายที่เข้มแข็ง จนกลายเป็นแหล่งผลิตปลานิลใหญ่ที่สุดของประเทศในปัจจุบัน
"สุรัตน์ อัตตะ"



