ไลฟ์สไตล์

ไม่อ่านไม่ได้

ไม่อ่านไม่ได้

10 มี.ค. 2554

จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้ที่ไม่อ่านหนังสือถึง ๒๒.๔ ล้านคน หรือเกือบ ๔๐% ของประชากรทั้งประเทศ ด้วยเหตุผลว่า ชอบดูโทรทัศน์ หรือฟังวิทยุมากกว่า ขณะที่เด็กที่มีอายุ ๑๐-๑๔ ปี กว่า ๖๐% ให้เหตุผลในการไม่อ่านหนังสือว่า เพราะไม่ช

 ไม่อ่าน...พระไตรปิฎก เป็นนักปกครองไม่ได้
 ไม่อ่าน...นิทานชาดกในพระสูตร เป็นนักพูดที่ดีไม่ได้
 ไม่อ่าน...พระอภิธรรม เป็นนักกรรมฐานไม่ได้
 ไม่อ่าน...พระอภัยมณี เป็นกวีไม่ได้
 ไม่อ่าน...พระมหาชนก ยกฐานะไม่ได้
 ไม่อ่าน...มโหสถบัณฑิต เป็นนักคิดไม่ได้
 ไม่อ่าน...ศรีธนญชัย เป็นเสนาธิการให้ใครไม่ได้
 ไม่อ่าน...สามก๊กให้จบ เป็นนักรบไม่ได้
 ไม่อ่าน...คัมภีร์ไตรเภท เป็นผู้วิเศษไม่ได้
 ไม่อ่าน...โมรา-กากี เป็นหญิงที่ดีไม่ได้
 ไม่อ่าน...พงศาวดาร เป็นนักวิชาการไม่ได้
 ไม่อ่าน...ประวัติศาสตร์ สร้างชาติ-กู้ชาติไม่ได้
 ไม่อ่าน...บทกวี เป็นนักคิดที่ดีไม่ได้
 ไม่อ่าน...ภาษาต่างประเทศ หากินข้ามเขตไม่ได้
 ไม่อ่าน...นวนิยาย เขียนจดหมายเอาดีไม่ได้
 ไม่อ่าน...และท่องหนังสือสวดมนต์ เป็นคนดีไม่ได้
 ไม่อ่าน...พระคัมภีร์ เป็นศาสนิกที่ดีไม่ได้
 ไม่อ่าน...ราชาศัพท์ เป็นคนระดับสูงไม่ได้
 ไม่อ่าน...ข่าว ก้าวทันโลกไม่ได้
 ไม่อ่าน...รามเกียรติ์ เป็นเซียนชั้นปกครองไม่ได้
 ไม่อ่าน...นิทานพื้นบ้าน สนิทสนมกับลูกหลานไม่ได้
 ไม่อ่าน...บทวิเคราะห์ เจาะลึกข้อมูลของปัญหาไม่ได้
 ไม่อ่าน...บุคคลสำคัญ คิดงานสร้างสรรค์ไม่ได้
 ไม่อ่าน...พล นิกร กิมหงวน สร้างความเสสรวลไม่ได้
 ไม่อ่าน...พระบรมราโชวาท เป็นนักปราชญ์และนักปกครองไม่ได้
 ไม่อ่าน...หนังสือนานาชนิด เป็นบัณฑิตไม่ได้
 ไม่อ่าน...หนังสือโต้ตอบทางราชการ ปฏิบัติงานไม่ได้"

 สำหรับคนที่คิดจะอ่าน หรือไม่เคยคิดจะอ่านหนังสือ จงรู้ว่าคบคนที่ดี ต้องคบคนที่เข้าห้องสมุด หาคู่ครองที่ดี ให้หาที่ห้องสมุด หนีเพื่อนชั่ว จงพาตัวเข้าห้องสมุด

  จงเตือนใจตนเองว่า ถ้าไม่รักการเรียนรู้ จะมีชีวิตอยู่อย่างอับเฉา ถ้าอ่านหนังสือไม่ทันเขา จะต้องเศร้าเพราะอับจน และ

 จงเก็บหนังสือที่มีค่า เหมือนกับว่าเก็บเพชรทอง เงินทองกองอยู่ข้างหน้า ถ้าเรามีความรู้วิชาเสียวันนี้

"พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ) "