ไลฟ์สไตล์

ทรัพย์สินหายที่สุวรรณภูมิ

ทรัพย์สินหายที่สุวรรณภูมิ

09 มี.ค. 2554

ดิฉันทำธุรกิจอยู่ต่างประเทศเดินทางกลับประเทศไทย เมื่อช่วงเช้าวันที่ 5 มีนาคม 2554 โดยมีลูกหลานมารอรับเวลาประมาณ 09.00 น. ก่อนจะช่วยกันเข็นกระเป๋าสัมภาระไปขึ้นรถที่บริเวณอาคารจอดรถโซน 3 ชั้น 5

 หลังจากนั้นก็ได้ขับรถออกจากสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อเดินทางกลับบ้าน
 ระหว่างทางได้ตรวจสอบดูกระเป๋าและทรัพย์สิน ปรากฏว่ากระเป๋าหนังสีน้ำตาลขนาดเท่ากระเป๋าโน้ตบุ๊กหายไป ซึ่งข้างในกระเป๋ามีเงินสด 2 แสนบาท เครื่องประดับที่เป็นเพชรประดับพลอย และทองคำ หลายชิ้น รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดประมาณ 2 ล้านบาท ดิฉันรีบให้ลูกกลับรถไปดูบริเวณที่จอดรถ แต่ก็ไม่เห็น จึงเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ราชาเทวะ ตำรวจสอบปากคำลงบันทึกไว้ พร้อมกับประสานทางการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อขอดูกล้องวงจรปิดในบริเวณที่จอดรถและจุดใกล้เคียง แต่พบว่าไม่มีกล้องวงจรปิด ตำรวจจึงต้องทำหนังสือขอดูกล้องวงจรปิดกับการท่าฯ ที่ดูแล้วหลายขั้นตอนทำให้เกิดความล่าช้า
 สนามบินสุวรรณภูมิเป็นสถานที่สำคัญระดับประเทศ น่าจะมีระบบรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดมากกว่านี้ โดยเฉพาะกล้องวงจรปิด ที่สำคัญจะได้ยินบ่อยครั้งมากว่า กล้องวงจรปิดเสียอยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไข ดิฉันคิดว่าทรัพย์สินที่หายไปคงตามคืนกลับมายาก เพราะขนาดกล้องวงจรปิดยังไม่มีให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดู ทั้งๆ ที่อาคารจอดรถที่เข้าไปจอดไม่ได้จอดฟรีๆ เสียค่าจอดรถทุกครั้ง ระบบรักษาความปลอดภัยมีช่องโหว่แบบนี้ทำให้บรรดามิจฉาชีพสบโอกาส ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเกิดมีการก่อการร้าย มีลอบวางระเบิดก็คงป้องกันอะไรไม่ได้
นิตยา
ตอบ
 น.ส.วิไลวรรณ นัดวิไล รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายงานอำนวยการ) และโฆษกการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชี้แจงว่า ผู้เสียหายต้องไปแจ้งความก่อน จึงจะสามารถขอดูกล้องวงจรปิดได้
 ภายในอาคารจอดรถของสนามบินมีกล้องวงจรปิดหลายจุด จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เห็นภาพผู้เสียหายและบุคคลที่ไปรับตั้งแต่เดินออกจากอาคารผู้โดยสาร จนเดินไปถึงมุมที่จอดรถ ซึ่งในช่วงนั้นมองไม่เห็นภาพ เนื่องจากกล้องวงจรอยู่ระหว่างติดตั้ง ผู้รับสัมปทานยังไม่ได้ส่งมอบให้การท่าอากาศยาน
 ในส่วนของผู้รับสัมปทานลานจอดรถ ต้องขอดูสัญญาอีกครั้ง เพราะเป็นการว่าจ้างในเรื่องเทคนิค ไม่น่าใจว่าครอบคลุมถึงความเสียหายหรือไม่
 โฆษกการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บอกว่า การท่าอากาศยานไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ประสานกับตำรวจเพื่อให้ข้อมูลที่ได้จากกล้องวงจรปิดในการติดตามสืบหาทรัพย์สินของผู้เสียหาย ซึ่งจะแจ้งให้ผู้เสียหายทราบโดยตรงอีกครั้ง
ลุงแจ่ม