
ระวัง จำไม่ได้หรือ
มีผู้หญิงโทรเข้าโทรศัพท์มือถือของคุณแม่ผม (แม่อายุ 60 กว่าปี) เมื่อวันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2554 แม่ได้ยินเสียงไม่ชัด เลยถามกลับไปว่า "นั่นเต้ยใช่ไหม"
คนร้ายจึงตอบว่า "ใช่" และสวมรอยเป็น "เต้ย" ภรรยาของผม ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ของแม่ คนร้ายบอกว่า ขอยืมเงินสัก 5,000 บาท ให้แม่โอนเข้าบัญชีของเพื่อน ชื่อ วิเชียร ชูนาม ธนาคารทหารไทย เลขที่ 062231xxxx
แม่จึงไปโอนให้ที่ธนาคารทหารไทย สาขาย่อยมาบุญครอง ช่วงเวลาประมาณ 17.00-18.00 น. จำนวนเงิน 5,000 บาท
ต่อมาวันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2554 คนร้ายโทรมาอีก และขอยืมเพิ่มอีก 3,000 บาท ขณะนั้นแม่ไม่สะดวกที่จะไปธนาคาร จึงโทรไปวานให้พี่ชายของผมโอนให้ เข้าบัญชีเดิม เวลาประมาณ 18.00 น.
วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2554 เวลาประมาณ 11.30 น. แม่ได้โทรมาสอบถามภรรยาของผมว่า แม่โอนเงินไปให้ ได้รับเรียบร้อยหรือไม่ ภรรยาของผมก็บอกแม่ว่า เธอไม่ได้โทรไป แม่จึงรู้ตัวว่า ถูกคนร้ายหลอกให้โอนเงินไปทั้งสิ้น 8,000 บาท ผมจึงโทรสอบถามศูนย์บริการลูกค้าธนาคารทหารไทย เจ้าหน้าที่บอกว่า ทำอะไรไม่ได้แล้ว ต้องไปแจ้งความ และดำเนินการตามขั้นตอนของตำรวจ
ผมจึงพาแม่เข้าไปแจ้งความที่ สน.ปทุมวัน เวลาประมาณ 12.30 น. ของวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ ขณะอยู่ที่สถานีตำรวจ ก็ได้ค้นหาชื่อ วิเชียร ชูนาม ผ่านกูเกิลปรากฏว่า มีคนที่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้ามาพูดคุยกันมากมาย โดยคนร้ายได้ใช้โทรศัพท์มือถือเลขหมายเดิมก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งตั้งแต่ปี 2553
ผมสงสัยว่า ทำไมคนร้ายจึงยังลอยนวลอยู่ โทรศัพท์มือถือที่ใช้หลอกลวงก็ยังเป็นหมายเลขเดิม และบัญชีธนาคารก็ยังเป็นชื่อเดิม ผมอยากให้ทำอะไรก็ได้เพื่อให้คนร้ายถูกจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว ก่อนที่จะสร้างความเสียหายไปมากกว่านี้
ปรีชา
ตอบ
ตรวจสอบจากชื่อบัญชีที่โอนเงินให้ผ่านกูเกิล มีกระทู้พูดคุยกันเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน ก็ยังมีอยู่ ถูกหลอกให้โอนเงิน ในลักษณะโทรไปตีซี้ อ้างว่าเป็นเพื่อน เป็นผู้หญิงเสียงคล้ายเป็นหวัด คำพูดที่คนร้ายใช้บ่อยๆ คือ “จำไม่ได้หรือ” แล้วให้คนที่รับสายทายว่าชื่ออะไร เมื่อเหยื่อพูดชื่อเล่นของเพื่อนหรือคนในครอบครัวก็จะสวมรอยเป็นคนคนนั้น บางรายรู้ทัน ถามกลับ ชื่อ-นามสกุลจริง พอตอบไม่ได้ก็รีบวางหู แล้วติดต่อไม่ได้อีกเลย...
ร.ต.ท.พิเชษฐ์ พรหมแก้ว พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ชี้แจงว่า กรณีนี้เป็นคดีฉ้อโกงอันยอมความได้ ถือเป็นความผิดส่วนตัว ผู้เสียหายมาแจ้งเพื่อขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน แต่ยังไม่ได้แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินการตามกฎหมาย
จากเหตุการณ์ตามที่ผู้เสียหายแจ้งมานั้น สันนิษฐานได้หลายอย่าง ทำไมคนที่โทรมาจึงทราบชื่อคนในครอบครัวและสวมรอยได้แนบเนียน เหมือนรู้เรื่องคนในครอบครัวเป็นอย่างดี และรู้ว่าผู้เสียหายเป็นผู้สูงอายุอยู่บ้านคนเดียว พูดคุยกันจนผู้เสียหายไว้เนื้อเชื่อใจเดินทางไปโอนเงินที่ธนาคารด้วยตนเองในครั้งแรก และเมื่อโทรมาให้โอนเงินอีกในครั้งที่สองก็ยังมีการโอนเงินให้กันอีก โดยไม่คิดจะตรวจสอบว่า เป็นคนที่แอบอ้างชื่อจริงหรือไม่
เบื้องต้นได้ขอความร่วมมือกับธนาคารเจ้าของบัญชีที่โอนเงินไปให้ เพื่อตรวจสอบรายการในบัญชีว่า มีเงินโอนเข้าบัญชีตามวันที่แจ้งมาหรือไม่ แต่ก็ยังไม่ทราบว่าธนาคารจะให้ข้อมูลได้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากเป็นข้อมูลส่วนบุคคล
ส่วนเจ้าของชื่อที่เปิดบัญชี ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเอกสารเพื่อออกหมายเรียกให้มารายงานตัว ซึ่งยังเป็นแค่ผู้ต้องสงสัย เพราะอาจจะมีคนแอบอ้างนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชี เหมือนหลายๆ คดี ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว หากออกหมายเรียกในครั้งแรก ถ้าไม่มาก็สันนิษฐานก่อนว่า ไม่สุจริตใจ ต้องออกหมายเรียกอีกครั้ง ถ้าไม่มาอีกก็ออกหมายจับ... ตามขั้นตอนจะเป็นแบบนี้
พนักงานสอบสวน แนะนำให้ผู้เสียหายที่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้รวมตัวกันไปแจ้งที่กองปราบให้ดำเนินการเป็นคดีพิเศษ เพราะเหตุเกิดในหลายพื้นที่
ลุงแจ่ม



