
ส่ง 'ขาล' รับ 'เถาะ' ไทยสไตล์ล้านนา
หลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่แบบสากลมาได้พักใหญ่ ก็ถึงคราวเตรียมตัวสวัสดีปีใหม่แบบไทยๆ กันบ้าง กับงานบุญครั้งใหญ่แบบล้านนาที่ผสมผสานความเชื่อของปีนักษัตรและการบูชาพระบรมธาตุคู่บ้านคู่เมืองมาไว้ด้วยกันให้ทุกคนมาร่วมสืบชะตาเสริมดวง เพื่อช
พิธีกรรมสืบชะตาแบบชาวล้านนานักษัตร เป็นประเพณีดั้งเดิมที่สำคัญของชาวล้านนา ที่ยึดถือปฏิบัติกันมายาวนานถึงร้อยกว่าปี เชื่อกันว่าเป็นการต่ออายุของบ้านเมืองหรือของคนให้มีความสุขความเจริญมีชีวิตที่ยืนยาว ในอีกความเชื่อหนึ่งคือการขจัดปัดเป่าอันตราย สิ่งอัปมงคลและเหตุอาเพศต่างๆ ให้แคล้วคลาดไป โดยมีการจำแนกพิธีกรรมออกเป็น 3 ส่วนคือ การสืบชะตาเมือง การสืบชะตาบ้าน และการสืบชะตาคน นอกจากนี้ยังมีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดการรวมตัวกันของพุทธศาสนิกชนคนปีขาลและปีเถาะ ที่จะได้มาทำกิจกรรมสร้างความสามัคคี ก่อให้เกิดมิตรภาพที่ดีต่อกัน อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ไว้ซึ่งจารีตประเพณีโบราณและวัฒนธรรมพื้นเมืองอีกด้วย
พระครูวิมลกิตติสุนทร เจ้าอาวาสวัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง จ.แพร่ บอกถึงความสำคัญของประเพณีไหว้พระธาตุว่า ความเชื่อเรื่องปีนักษัตรกับการไหว้พระธาตุนั้นมีความสำคัญกับชาวเหนือมาช้านาน เพราะคนเหนือตั้งแต่สมัยก่อนจะยึดถือพระธาตุเป็นที่คุ้มครองตนจนสืบทอดมาถึงปัจจุบัน โดยครั้งหนึ่งในชีวิตควรจะมีโอกาสไปกราบไหว้สักครั้งเพื่อความเป็นสิริมงคล และการมีอายุมั่นขวัญยืน
ในทุกปีวัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง จะมีขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่ ประกอบด้วขบวนแห่ตุงหลวง และตุงบริวาร ขบวนม้า ขบวนช้าง ขบวนผ้าแพร และพระธาตุ 12 ราศี และกิจกรรมอีกมากมายให้ผู้มาเยือนได้มาทำบุญกุศลส่งท้ายปีขาลและแก้ดวงชงในปีใหม่ไทยกัน
ขณะที่ พระครูวิสิฐนันทวุฒิ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง จ.น่าน กล่าวถึงการจัดงานประเพณีหกเป็ง นมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้งว่า เป็นโอกาสดีที่ปีนี้นอกจากจะมีพระธาตุที่ตรงกับปีเถาะแล้วยังตรงกับปีมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีดวงพระราชสมภพตรงกับปีกระต่ายด้วย
"จะมีการจัดงานที่คล้ายกันกับจังหวัดแพร่ เพราะทั้งสองจังหวัดนี้เป็นเหมือนเมืองพี่เมืองน้องกัน ในวันแรกของการจัดงานจะมีการจัดขบวนแห่ผ้าทิพย์ห่มพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และน้ำทิพย์สรงองค์พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง พิธีเจริญพระพุทธมนต์พุทธาภิเษกบ่อทิพย์ นมัสการพระเจ้าอุ่นเมือง เป็นต้น โดยทั้งหมดนี้จัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและเสริมบุญบารมีให้แก่ผู้ที่เกิดในปีเถาะและเป็นการเรียนรู้ประเพณีอันงดงามของจังหวัดน่านอีกด้วย" พระครูวิสิฐนันทวุฒิ อธิบาย
นอกจากจะเป็นการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นแล้ว ความเชื่อความศรัทธาของชาวพุทธยังส่งผลถึงการท่องเที่ยว ซึ่ง สุภกิตติ์ พลจันทร์ ผอ.ภูมิภาคภาคเหนือแห่ง ททท. คาดหวังว่าจากความแตกต่างเมื่อสมัย 20 ปีก่อน ที่นักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยรู้จักน่านและแพร่ เนื่องจากถนนหนทางยังไม่พัฒนาเหมือนจังหวัดใหญ่ๆ ในภาคเหนือ แต่จุดสำคัญอันเป็นเสน่ห์ของสองจังหวัดนี้คือ วัฒนธรรมอันแข็งแรงของคนท้องถิ่น ลักษณะของผู้คนที่มีความเป็นมิตรสูง และวัฒนธรรมการแต่งกายด้วยชุดม่อฮ่อม น่าจะเป็นแรงดึงดูดสำคัญช่วยให้การท่องเที่ยวเติบโตได้
"แม้เวลาจะผ่านมาถึงปัจจุบันที่มีถนนและการเดินทางที่ง่ายขึ้นมาก แต่ทุกอย่างที่กล่าวมาก็ยังเป็นเหมือนเดิม เพราะมีหลายหน่วยงานพยายามรักษาวิถีชีวิตและขนบประเพณีดั้งเดิมเอาไว้ไม่ให้โดนกลบหายจากวัฒนธรรมอื่นๆ ที่มาจากนักท่องเที่ยวต่างถิ่น เหมือนสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในหลายจังหวัดยิ่งมีผู้มาเยือนมากเท่าไหร่ยิ่งทำให้เสน่ห์ของที่นั่นลดน้อยลง ดังนั้น จึงตั้งใจยกความสำคัญในงานนี้เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสวัฒนธรรมพื้นเมืองของชาวบ้านควบคู่ไปกับบรรยากาศที่สวยงาม โดยยึดหลักให้ผู้มาเยือนต้องปฏิบัติตามกฎความเป็นอยู่ของเมืองอย่างเคร่งครัด" สุภกิตติ์ กล่าวเชิญชวน



