ไลฟ์สไตล์

มาร์คกดปุ่มส่งเงินเรียนฟรี8หมื่นล้าน

มาร์คกดปุ่มส่งเงินเรียนฟรี8หมื่นล้าน

07 มี.ค. 2554

นายกฯกดปุ่มโอนเงินเรียนฟรี 15 ปี ภาคเรียนที่ 1 กว่า 4 หมื่นล้านบาท ย้ำรัฐบาลจะดูแลโครงการนี้ให้หยั่งยืนเพื่อรักษาสิทธิทางการศึกษาของคนไทยตามรัฐธรรมนูญ 2540

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 7 มี.คกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จัดงานดำเนินการเรียนฟรี เรียนดี อย่างมีคุณภาพ ปีที่ 3 พร้อมจัดกิจกรรมกดปุ่มมอบเงินโครงการเรียนฟรี เรียนดี 15 ปีอย่างมีคุณภาพภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 จำนวนกว่า 40,000 ล้านบาทไปสู่สถานศึกษา โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วย น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ นายไชยยศ จิรเมธากร รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) และผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ ให้การต้องรับ และมีผู้ร่วมงานทั้งผู้บริหารจากสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา ตัวแทนผู้ปกครอง เข้าร่วมกว่า 2,000 คน

 นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญการพัฒนาคนซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา ลดภาระของประชาชนในการส่งบุตรหลานเข้าเรียน อย่างไรก็ตาม การผลักดันให้เกิดเรียนฟรีตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2540 นั้น ยังไม่บรรลุเป้าหมาย เพราะการจัดสรรงบประมาณ ทรัพยากร ยังขาดความชัดเจน ไม่เพียงพอและไม่ทั่วถึง โดนเฉพาะในช่วงวิกฤติปี 2540 รัฐบาลในยุคนั้น ต้องออกโครงการพิเศษต่าง ๆ มา เพื่อให้เด็กยังสามารถเรียนต่อในสถานศึกษา และในช่วงปลายปี 2551 ที่รัฐบาลปัจจุบันเข้ามาบริหารประเทศ ประเทศต้องเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจอีกครั้ง ควบคู่ไปกับการประการนโยบายเรียนฟรี 15 ปี รัฐบาลจึงได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมกลางปี 2552 จำนวน 18,575 ล้านบาท ให้ร.ร.ทุกสังกัดนำไปดำเนินการโครงการเรียนฟรี ซึ่งนอกจากเด็กจะให้เรียนฟรี ไม่เสียค่าเทอมแล้ว ยังได้หนังสือเรียน เครื่องแบบ อุปกรณ์การเรียนและค่ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนฟรีด้วย โดยในปีแรกของนโยบายเรียนฟรี ฯ มีนักเรียนได้รับอานิสงค์กว่า 12 กว่าคน สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครองในภาวะประสบความยากลำบากทางเศรษฐกิจ นโยบายนี้ได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างชัดเจน ผลสำรวจต่าง ๆ ออกมาว่า ประชาชนได้ประโยชน์และมีความพอใจ ถือเป็นนโยบายที่ได้รับการตอบรับจากประชาชนมากที่สุด และรัฐบาลก็ตั้งใจดูแลนโยบายเรียนฟรีฯให้มีคุณภาพ หยั่งยืน

 “ในปี 2554 รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ 80,042 ล้านบาทให้กับโครงการเรียนฟรีฯ มีนักเรียนได้รับอานิสงค์กว่า 13 ล้านคน เหตุผลที่รัฐบาลยังจัดสรรงบประมาณจำนวนมากให้นโยบายนี้ เพื่อยืนยันถึงการให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศ ที่สำคัญ นอกเหนือจากการพยายามลดค่าใช้จ่ายผู้ปกครองแล้ว รัฐบาลยังตั้งเป้าหมายให้พัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยควบคู่ไปกับการเพิ่มโอกาสเรียนรู้ให้ทั่วถึง ขณะที่แผนปฏิรูปประเทศไทย ก็มีโครงการ นโยบาย ดูแลเด็กที่ตกหล่น ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการนำตัวเด็กกลับเข้าสู่การศึกษาในระบบหรือสร้างทางเลือกทางการศึกษาที่เหมาะกับเด็กกลุ่มต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อเป็นหลักประกันให้กับประชาชน ถึงสิทธิเรียนฟรี “ นายกฯ กล่าว

 ด้าน นายชินวรณ์   บุญยเกียรติ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ปีงบประมาณ 2554 มีงบเรียนฟรี เรียนดี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ จำนวน 80,042 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถรองรับนักเรียนได้ 13,032,652 คน เป็นงบเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) 74,917 ล้านบาท รองรับ 11,895,261 คน ทั้งนี้ ปีนี้เป็นปีที่ 3 ของโครงการเรียนฟรี ฯ จะเน้น 4 จุดเน้น คือ1. ลดค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง ระดับปฐมวัยลดค่าใช้จ่ายผู้ปกครองลง 1 พันบาทต่อคน ระดับประถมศึกษา ลดได้ 1,300 บาทต่อคน ระดับมัธยมศึกษา ลดได้ 2,900 บาทต่อหัว 2. เพื่อโอกาสทางการศึกษา โดยเฉพาะกลุ่มเด็กด้อยโอกาส เช่น เด็กชาติพันธ์ เด็กชาวเขา เด็กชายขอบ ได้เพิ่มงบรายหัวของเด็กกลุ่มนี้จากหัวละ 550 เป็น 800 บาท 3. พัฒนาคุณภาพผู้เรียน และ 4. ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ปีนี้เป็นปีแรกให้ร.ร.เชิญกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง มารับทราบนโยบายเรียนฟรีฯ และร่วมกันวางแผนใช้เงินเรียนฟรีให้เกิดประโยชน์ต่อเด็กมากที่สุด