ไลฟ์สไตล์

บริหารแนวใหม่ต้องใช้ไอทีรศ.ดร.อรุณี อินทรไพโรจน์

บริหารแนวใหม่ต้องใช้ไอทีรศ.ดร.อรุณี อินทรไพโรจน์

07 มี.ค. 2554

"การนำระบบไอทีมาใช้ในการทำงานจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นมีการวัดผล ประเมินผลที่แม่นยำ ประหยัดต้นทุน ประหยัดเวลา เราสามารถใช้ประโยชน์จากไอทีได้มากมาย ซึ่งการนำระบบไอทีมาใช้ในการทำงาน

เป็นการเตรียมตัวเพื่อรองรับการเป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย จะทำให้การทำงานทุกอย่างเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเชื่อมโยงกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยอื่นๆ ได้อีกด้วย" รศ.ดร.อรุณี  อินทรไพโรจน์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ฝ่ายบริหารและคลัง กล่าว

ปัจจุบันหลายหน่วยงานมีการนำระบบไอทีมาใช้ในการพิจารณางานบุคคลงานสารบัญ ระบบการเงิน การประชุม ในสำนักงานบางแห่งไม่มีเครื่องถ่ายเอกสาร หรือแฟกซ์ เพราะมีนโยบายลดโลกร้อน ให้จัดส่งเอกสารผ่านทางอีเมลเท่านั้น หรือการเสนอโครงการต่างๆ ผ่านระบบที่วางไว้ โดยใช้ไอทีอำนวยความสะดวกช่วยให้ประหยัดงบประมาณค่ากระดาษและค่าถ่ายเอกสารได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งรศ.ดร.อรุณี  บอกว่าในเร็วๆ นี้จะนำระบบไอทีมาใช้ในงานบริการต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เช่นกัน

"คิดดูว่ามหาวิทยาลัยมีเนื้อ600-700 ไร่ มีอาคารร่วม 100 อาคาร ถ้าหากว่ามีเอกสารที่ต้องจัดส่งให้ผู้บริหารกันทุกตึก จะต้องใช้กระดาษกี่รีม และต้องใช้เวลาในการจัดส่งเท่าไหร่ แต่ถ้าหากเปลี่ยนมาจัดส่งเอกสารผ่านระบบไอที จะประหยัดทั้งเวลาและงบประมาณ ทำงานได้รวดเร็ว เอกสารที่ไม่ต้องการจัดเก็บเป็นกระดาษก็ไม่ต้องปรินท์ เพราะระบบมีการจัดเก็บให้อยู่แล้ว รวมทั้งการประชุมก็ใช้ระบบไอทีได้ โดยไม่ต้องถ่ายเอกสารประกอบวาระการประชุม เพราะสามารถพิจารณาจากระบบได้ ซึ่งทุกส่วนงานสามารถทำไปปรับใช้ทั้งสิ้น" รศ.ดร.อรุณี กล่าว

ที่สำคัญการนำระบบไอทีมาใช้จะช่วยทำให้เกิดการพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัยให้เรียนรู้องค์ความรู้ใหม่ๆ ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทำงานได้ทุกแห่งหนไม่จำกัดพื้นที่และเวลา เป็นหัวใจของงานบริการที่สถาบันการศึกษาต้องให้บริการชุมชน ซึ่งจะช่วยให้สามารถแข่งขันกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ในปี 2558 ที่จะมีประชาคมอาเซียนเกิดขึ้นและเปิดเสรีการค้าบริการด้านอุดมศึกษา

การนำไอทีมาใช้ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีคือส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อมรองรับความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย สามารถจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยให้สามารถแข่งขันในทางที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษส่งเสริมบุคลากรในสาขาที่ขาดแคลนได้อย่างตรงจุด

นอกจากตำแหน่งรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีฝ่ายบริหารและคลัง แล้ว รศ.อรุณียังดูแลสำนักงานวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือศูนย์วิทยบริการ ที่นำเอาไอซีที มาใช้ในการศึกษาเป็น  Learning  without  Boundary  การเรียนรู้ที่ไม่มีขอบเขต นักศึกษาสามารถเรียนรู้ได้  โดยไม่ต้องจำกัดว่าต้องอยู่ในห้อง นักศึกษาเอาโน้ตบุ๊กมาสืบค้นหาข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้อย่างสะดวกสบาย 

โดยมหาวิทยาลัยปล่อยสัญญาณไว-ไฟบริเวณรอบสำนักวิทยบริการเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ผ่านสังคมออนไลน์ แค่เปิดก็สามารถท่องโลกเรียนรู้รอบโลกได้ หาความรู้ได้ทั้งเสาร์-อาทิตย์ไม่ต้องไปเสียเงินเข้าร้านอินเทอร์เน็ต เปิดบริการให้แก่บุคคลภายนอก โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-21.00  น. เสาร์-อาทิตย์  08.30-18.30  น. 

ซึ่งจากการเก็บสถิติจำนวนผู้เข้าใช้บริการย้อนหลัง4 ปีพบว่ามีผู้ใช้บริการ 3.6 แสนคน แต่เมื่อปีที่ผ่านมามีผู้ใช้บริการ 7.5 แสนคน เพิ่มขึ้นเกือบ 1 เท่าตัวล่าสุดจัดมุมบริการเฉพาะนักศึกษาปริญญาโท-เอกเนื่องจากนักศึกษากลุ่มนี้ต้องการเวลาและพื้นที่ในการสืบค้นหาข้อมูลวิชาการ รวมถึงอาจจะขยายเวลาเปิด-ปิดในวันเสาร์-อาทิตย์จาก 18.00 น. เป็น21.00 น.หรือ22.00 น.

รวมทั้งขยายในส่วนของหนังสืออี-บุ๊ก หรือเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพาอื่นๆ ได้ ทั้งหนังสือและอี-บุ๊ก ทำให้ผู้เข้าใช้บริการสามารถเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้นได้ทางทั้งอินเทอร์เน็ต ผ่านโน้ตบุ๊ก โทรศัพท์เคลื่อน ไอแพด โดยจะมีอี-บุ๊กประมาณ5-6 พันเล่มเป็นข้อมูลเชิงลึก ทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และเพิ่มการให้บริการสื่อการเรียนการสอนจำพวกซีดีและดีวีดี ให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น

"จะเห็นได้ว่างานบริการและงานไอทีหากนำมาเชื่อมโยงกันจะทำให้การให้บริการเป็นไปอย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น" รศ.อรุณี กล่าวทิ้งท้าย

0 หทัยรัตน์   ดีประเสริฐ 0