
อำนาจ เป็นไฉน?
พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า "อำนาจเป็นใหญ่ในโลก" นั่นเป็นการยอมรับความจริงตามสมมุติสัจจะของพระบรมศาสดาผู้เข้าถึง "ปรมัตถสัจจะ" ขั้นสูงสุดแล้ว ด้วยว่าในโลกนี้อยู่กันได้ด้วยสมมุติ ซึ่งเป็นเรื่องส่วนรวม ในขณะที่ปรมัตถ์เป็นเรื่องส่วนตนที่มีผลต่อส่วนรวม แม้อำนาจจะเ
ดังมีพระไตรปิฎกยืนยันไว้ตอนหนึ่งว่า "แม้ผู้มีเดช มีอำนาจมาก มีปัญญาเฉียบแหลม มีคนเป็นอันมากสักการบูชา แต่เมื่อตกอยู่ในอำนาจของหญิงเสียแล้ว ย่อมไม่รุ่งเรือง เหมือนพระจันทร์ถูกราหูบังไว้ฉะนั้น"
สอดคล้องกับคำประพันธ์ที่ว่า "ไฟแรงแสงร้อนล้ำ ยังแพ้น้ำเป็นนิตย์มา เหล็กแข็งอันแรงกล้า ยังพาอ่อนเพราะร้อนไฟ ลมโบกสะบัดแรง ต้นไม้แข็งยังโค่นได้ บุรุษเรืองฤทธิไกร ยังแพ้พ่ายแก่อิสตรี"
อำนาจเป็นเรื่องของความเข้มแข็ง แต่ราคะและกิเลสทั้งหลายมีความเก่งกาจเหนืออำนาจนั้น ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาได้สอนเราว่า ใครก็ตามผู้มีอำนาจมากแล้วมักจะเสียคนเพราะถูกกิเลสเข้าครองงำจากการมี
อำนาจนั้น ในพระไตรปิฎกมีกล่าวไว้ว่า พระเตมีย์ใบ้ระลึกชาติว่า ในอดีตชาติเคยเกิดเป็นกษัตริย์ ๒๐ ปี หลังจากนั้นก็ต้องไปตกนรกถึงแปดหมื่นปีอันเป็นผลบาปจากการมีอำนาจอย่างขาดสำนึก (โปรดอ่านได้จาก "เตมิยชาดก")
พระพุทธเจ้าเมื่อครั้งยังเป็นสิทธัตถะราชกุมาร แม้จะมีโอกาสเสวยอำนาจสืบต่อจากพระราชบิดา พระองค์ก็พยายาม "เนกขัมมะ" (หลีกออก-เว้นออก) จากวงจรแห่งอำนาจนั้น ด้วยเป็นอำนาจภายนอก ไปสู่การแสวงหาอำนาจภายใน คือการเป็นผู้มีอำนาจเหนือจิตตนเอง
ดังที่เราเรียกกันว่า "เจโตวสิปัตโต" และ "มโนมยิทธิ" นั่นเทียว
มีการขับไล่ผู้มีอำนาจหมายเลขหนึ่งจากประเทศอียิปต์ และประเทศบาห์เรน จนเป็นเรื่องของการชุมนุมทางการเมืองอย่างมากมายมหาศาล ไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกแต่ประการใดเลย ผู้นำประเทศแต่ละแห่งมักมีจุดจบจากการครองอำนาจในลักษณะเช่นนั้น กล่าวคือ ถ้าไม่รีบหาทางลงจากอำนาจนั้นเสียก่อนก็จะถูกขับไสไล่ส่งอย่างหัวซุกหัวซุนดังที่เห็นๆกันอยู่
ผู้นำที่ใช้อำนาจมากเกินไป และผู้นำที่ไม่ค่อยกล้าใช้อำนาจเพราะกลัวการกระทบกระเทือนต่อตำแหน่งแห่งอำนาจของตน ล้วนเป็นผู้นำที่ไม่น่ารักทั้งสองแบบ ดังนั้นเมื่อมีอำนาจก็จงมีสติและปัญญากำกับใจตนเองอยู่เสมอว่า อำนาจภายนอกนั้นเป็น "อนิจจลักษณะ" คือมีความไม่เที่ยงแท้แน่นอน มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปเป็นธรรมดา ไม่ควรยึดติดตายตัวจนตัวตายไปพร้อมกับอำนาจนั้น
"อำนาจเป็นใหญ่ในประเทศ แต่เหล่ากิเลสเป็นใหญ่ในโลก"
ท่านจันทร์ www.prajan.com



