
เลกซัส CT200hไฮบริดตัวแรง
เลกซัส รถพรีเมียมจากโตโยต้า มอเตอร์ญี่ปุ่นทำตลาดเมืองไทยมาเกือบ 20 ปีแล้วครับ เลกซัสนั้นเป็นรถหรูหราระดับเดียวกับออดี้ เบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู เป็นรถที่ได้รับการยอมรับในด้านของคุณภาพการผลิต ความทันสมัยโดยเฉพาะอเมริกานั้นเลกซัสโด่งดังมานาน ในเมืองไทยก็พอมีแ
รถล่าสุดของเลกซัส หันมาพัฒนารถไฮบริด เพราะว่าบริษัทแม่ (โตโยต้า) เก่งเรื่องไฮบริดรุ่นที่ว่าคือ CT200h แบบ 5 ประตู รถแฮทแบ็กคันแรกในไลน์การผลิตของเลกซัส ผมได้มีโอกาสไปทดลองขับ CT200h ที่ปารีส เมื่อปีที่แล้วซึ่งเวลานี้ CT200h เปิดขายในบ้านเราแล้ว โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 และบรรดาสื่อก็ได้มีโอกาสทดสอบกันในเส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหินแบบไปและกลับ เมื่อเร็วๆ นี้
CT200h พัฒนาโดยโอซามุ ซาดาคาตะ (Osamu Sadakata) ในฐานะหัวหน้าวิศวกร เขาคือ ผู้ที่พัฒนา RX 400 h รถไฮบริดตัวแรกของเลกซัส CT200h ใช้เครื่องเบนซินดูอัลวีวีทีไอ 1.8 ลิตร วางด้านหน้าขับเคลื่อน 2 ล้อพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้ารวมกำลังได้ 100 กิโลวัตต์พอดีถ้าจะบอกว่าจุดเด่นของรถ CT200h คืออะไร ต้องบอกว่า ด้านเทคโนโลยีได้พัฒนาระบบต่างๆ หลายส่วน เช่น กันสะเทือนหน้า หลังเหล็กค้ำโช้ก โครงสร้างตัวถังที่แข็งแรง คุณภาพวัสดุต่างๆ ใช้เกรดสูงสุด และเรื่องของการ ออกแบบทั้งภายนอกภายใน
รูปทรงของรถ ถือว่าสวย คือผสมระหว่างสปอร์ตที่มี 5 ประตูและรถหรูหรา อย่างลงตัว มองแล้วปราดเปรียว พูดถึงการขับ CT200h ต้องพูดถึงไฮบริด ระบบของรถคล้ายกับระบบที่อยู่ในพรีอุส (เครื่องยนต์ก็ตัวเดียวกัน) คือ ไฮบริดที่มีโหมดการขับ 3 แบบ คือ Eco, Normal และ Sport ผ่านการควบคุมด้วย ซีเลค สวิสท์ ที่เป็นปุ่มหมุน (พรีอุสใช้การกดสวิสต์) และมี EV โหมด คือ โหมดที่ทำงานด้วยไฟฟ้าล้วนๆ ทำงานจากการออกตัวไป ถึง 45 กม/ชม. จากนั้นก็จะเข้าโหมด การขับ คือ Eco, Normal และ Sport
CT200h เป็นรถไฮบริดสปอร์ต ดังนั้นพื้นฐานของรถแม้เครื่องแค่ 1.8 ลิตรแต่ว่า อัตราเร่งดีเหลือหลาย แถมขึ้นเร็วมาก เรียกได้ทุกความเร็วที่ต้องการ ระดับการเดินทาง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ถ้ารีบก็ 150-160 กิโมตรต่อชั่วโมง แต่ถ้าเกินกว่านั้นก็จะต้องเพิ่มทักษะการขับเพิ่มขึ้น ถ้าดูกันที่ปลายแล้ว ทางตรงยังไม่นิ่งเท่ายุโรป ในราคาเดียวกัน
CT200h เขามีลูกเล่นไว้สร้างอารมณ์ให้คนขับได้ สนุกๆ เช่น ถ้าไปกดสวิสต์เลือกสปอร์ตโหมด ไฟเรืองแสงที่หน้าปัดจะเป็นสีแดงเข้ม และถ้าเลือก Eco, Normal โหมด ไฟก็จะเปลี่ยนเป็นสีฟ้า
สิ่งที่ถือว่ายังไม่โดนใจ มีอยู่อย่างเดียวคือ ล้อเล็กเกินไปในรุ่น Luxury ซึ่งเป็นรุ่นพื้นฐานเพราะว่าทำซุ้มล้อใหญ่มาเผื่อแล้วแต่ใส่ล้อ 16 นิ้วทำให้ซุ้มล้อไม่สวยมองด้านข้างไม่สมกับความเป็นสปอร์ต แต่ว่า ถ้าอยากล้อสวย ต้องไปที่มีรหัส "F" เพราะว่า นี่คือเกรดสปอร์ต ล้อรมดำ และได้สปอยเลอร์เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ราคาของ CT200h รุ่น Luxury คันละ 2,190,000 บาท เป็นรุ่นต่ำสุด ถ้ามีรหัส คือ F-SPORT ราคา 2,390,000 บาท ส่วนรุ่น Premium พร้อมระบบนำทางเนวิเกเตอร์ ราคา 2,590,000 บาทหากเพิ่มมูนรูฟ ราคาจะอยู่ที่ 2,690,000 บาท สำหรับคู่แข่งในไทย คือ มินิ และบีเอ็ม ซีรีส์ 1 และวอลโว่ ซี 30



