ไลฟ์สไตล์

 ปรับปรุง“บ้านเก่า”ใช้เป็น“ศูนย์ข้อมูลบ้านไม่บาน”

ปรับปรุง“บ้านเก่า”ใช้เป็น“ศูนย์ข้อมูลบ้านไม่บาน”

05 มี.ค. 2554

สวัสดีครับแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” ผมมีความเชื่อเสมอว่า “บ้าน” คือ “หน่วยที่เล็กที่สุด” ในสังคม ถ้าเราสามารถทำให้ “หน่วยที่เล็กที่สุด” นี้ ดีได้แล้ว เราก็จะมีบ้าน, หมู่บ้าน, ชุมชน, ตำบล, อำเภอ, จังหวัด

 ตลอดไปจนถึงประเทศที่สวยงามน่าอยู่กว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันครับ จะว่าไปแล้ว “คนรักบ้าน”  เผลอแผล็บเดียวก็ย่างเข้าสู่ปีที่ 8 แล้วครับ ที่ผมได้ทำหน้าที่ทาง “จริยธรรม” เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอาคารบ้านเรือนมาอย่างต่อเนื่อง เพราะผมเชื่อว่าหนึ่งในปัจจัย 4 ที่สำคัญที่สุดในการดำรงชีวิตของมนุษย์ นอกจาก อาหาร, เครื่องนุ่งห่ม, เครื่องใช้ไม้สอย, ยารักษาโรค คือ “บ้าน” ดังนั้น ผมจึงพยายามเอาความรู้เรื่อง “บ้าน” ที่ “พอเพียง งามง่าย และเป็นทั้งที่รักและที่พัก” มาเผยแพร่แก่แฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” ครับ 

 จากสถิติที่ผมรวบรวมไว้น่าชื่นใจครับ มีผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ยอดฮิตของ “คนรักบ้าน”  www.homeloverthai.com ประมาณปีละกว่า 9 แสนคนครับ ในบางปีมีแฟนๆ “ชาวคนรักบ้าน” มาดาวน์โหลดรูปแบบ “บ้าน” และ “อพาร์ตเมนต์” กันกว่า 91 ล้านครั้ง ผมจึงอยากเผยแพร่รูปแบบ “บ้าน” และ “อพาร์ตเมนต์” ที่มีนัยสำคัญเหล่านี้ให้แก่แฟนๆ โดยการดำริจัดทำเป็น “ศูนย์ข้อมูลบ้าน+อพาร์ตเมนต์ไม่บาน” โดยไม่หวังผลตอบแทนอะไร ซึ่งในปีนี้ผมตั้งใจแน่วแน่ว่าจะเปิด “ศูนย์ข้อมูลฯ” ขึ้นอย่างน้อยสองแห่งแน่ๆ คือที่  “บางสิบหมื่น” หรือ “บางแสน” และที่ “ย่านมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย” ซึ่งจะจัดให้เป็นแกลลอรี่กึ่งร้านกาแฟเล็กๆ 

 สำหรับ “ศูนย์ข้อมูลฯ” ที่ “บางสิบหมื่น” นั้น ผมได้ไปซื้อบ้านเก่าอยู่ไม่ไกลจากทะเล ซึ่งเป็นบ้านที่ปลูกมาแล้วประมาณ 15 ปี ปลวกก็ขึ้น หลังคาก็รั่วซึม ภายในก็ดูทึมๆ ก็อยู่ในสภาพโทรมพอสมควรครับ โดยที่ผมตั้งใจแน่วแน่ว่าจะลองปรับปรุงฟื้นฟูบ้านเก่าเพื่อนำมาเป็น “ต้นแบบ” โดยการลองปรับปรุงตัว “บ้าน” อย่างประหยัดที่สุด โดยอาศัยการเขียนคิ้วทาปากปรับปรุงทั้งภายนอกและภายในขึ้นมาใหม่ อีกทั้งยังตั้งใจแน่วแน่ว่าหากสิ่งไหนใช้ได้ผมคิดว่าจะไม่รื้อ เพราะเดินตาม  “พ่อหลวง” คือ การน้อมนำเอาวิถีคิด “แบบพอเพียง” ในการฟื้นฟูปรับปรุงเพื่อ “บ้าน” ที่ “งามง่าย” และเป็นทั้ง “ที่รักและที่พัก” หลังนี้ ผมจึงเริ่มปรับปรุง “บ้าน” ขึ้นใหม่ โดยการใส่คิ้ว แต่งรูปร่างหน้าตาเข้าไป เชื่อว่าสามารถฟื้นฟู “บ้านเก่า” ขึ้นมาได้   

 คงต้องยอมรับนะครับว่าช่างไทยเราเก่งเรื่องคิ้วเรื่องบัวมาก ดังที่ผมได้กล่าวว่านโยบายของผมชัดเจนคือ ไม่ทุบครับ อันไหนซ่อมได้ก็ซ่อม ใช้ได้ก็ใช้ อันไหนใช้ไม่ได้ก็ค่อยปรับปรุงแก้ไขกันครับ ผมทำการปรับปรุงสีภายในให้ดูสว่างไม่ดูทึมๆ เหมือนตอนแรก เข้าไปปรับปรุงโดยการขัดพื้นใหม่ เพราะพื้นเดิมเป็นพื้นไม้แดงปาร์เกต์ที่ยังสวยอยู่นะครับ เปลี่ยนเครื่องปรับอากาศใหม่สำหรับอันไหนใช้ได้ก็ทำการล้างเพื่อนำมาใช้ใหม่ ปรับเปลี่ยนโคมไฟ และเดินสายไฟ เฟอร์นิเจอร์เก่าก็ไม่ทิ้งแต่ทำสีใหม่ การที่ผมเพิ่มคิ้วกับบัวตกแต่งเข้าไปทำให้  “บ้าน” มีนัยพิเศษทำให้ “บ้าน” ดูสวยงามแปลกตาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ดังเห็นได้จากภาพที่ผมนำเสนอครับ

 ทุกอย่างที่ทำภายในแนวคิดแห่ง “ความพอเพียง” ครับ ผมถือว่าเป็นความสุขอีกอย่างหนึ่งเหมือน “การให้ชีวิตใหม่” กับ “บ้าน” เก่าที่ทรุดโทรมลงตามเวลาผมมักจะเรียกกระบวนทัศน์นี้ว่า “Revitalization” หากมีคนเข้าไปเยี่ยม “ศูนย์ข้อมูลบ้าน+อพาร์ตเมนต์ไม่บาน” ที่ “เรือนขวัญจิตต์” ที่ “บางสิบหมื่น” แห่งนี้ แฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” ก็จะสามารถดูรูปแบบการปรับปรุงดัดแปลงนี้เพื่อใช้เป็นแนวทางที่น่าจะเอาเป็นแบบอย่างเพื่อไปต่อยอดทางความคิดได้ครับ สำหรับในทางเชิงช่างแล้วการที่จะทำการปรับปรุงฟื้นฟู “บ้าน” เก่านี้ทำยากกว่า “บ้าน” ที่สร้างใหม่ครับ

 แฟนๆ ที่สนใจแนวทางในการปรับปรุง “บ้านเก่า” ที่ “บางสิบหมื่น”หรือ “บางแสน” ก็สามารถติดตามรายละเอียดกันต่อในสัปดาห์หน้าที่ผมจะพาไปเจาะลึกถึงภายใน “บ้าน” เพราะ “บ้านเก่า” หลังนี้เป็น “บ้าน” ที่มีความสำคัญกับผมเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นการปรับปรุง “บ้านเก่า” ที่มีความสวยสดงดงามไม่แพ้ “บ้านใหม่” แล้ว ก็ยังจะเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ข้อมูลแห่งแรกในประเทศที่ผมให้ชื่อว่า “ศูนย์ข้อมูลบ้าน+อพาร์ตเมนต์ไม่บาน” สำหรับศูนย์ข้อมูลที่สองที่จะเปิดขึ้นที่บริเวณมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ผมก็จะมาทำการเผยแพร่ในโอกาสต่อไปครับ

 นอกจากนั้น ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จะมีการจัดสัมมนาในวันอาทิตย์ที่ 3 เมษายนที่จะถึงนี้ เวลา 14.00-17.00 น. ในหัวข้อ “การก่อสร้างบ้าน+อพาร์ตเมนต์ไม่บานที่ประโยชน์สูงและประหยัดสุดๆ” โดยผมจะนำเสนอรูปแบบ “บ้านไม่บาน” ในราคาเริ่มต้นไม่ถึงแสนบาท และ “อพาร์ตเมนต์ไม่บาน” ในราคาเริ่มต้นไม่ถึง 4 ล้านบาท สำหรับแฟนๆ ที่สนใจเข้าร่วมฟังการสัมมนาก็สามารถติดต่อสำรองจองที่นั่งได้ที่เบอร์  0-22451399 และ 0-26441478 ที่นั่งมีจำนวนจำกัดครับ

 สัปดาห์นี้คงมีสาระน่ารู้เพียงแค่นี้ครับ แฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” ก็สามารถศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ยอดฮิตของชาวคนรักบ้านได้ที่ www.homeloverthai.com แล้วพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้า สวัสดีครับ