
'ราชินี'พระราชทานเพลิงหลวงตาวันนี้
พระราชินีเสด็จพระราชดำเนินงานพระราชทานเพลิงสรีระสังขาร หลวงตาบัว ขณะที่ฟ้าหญิงเสด็จทรงเป็นประธานฝ่านฆราวาสเคลื่อนสรีระหลวงตาบัวขึ้นสู่จิตกาธานบนเมรุลอยเตรียมพร้อมพระราชทานเพลิง 5 มี.ค. พระใกล้ชิดเผยเก็บอัฐิทันที ลั่นกุญแจ 8 ดอกล็อกในหีบเหล็ก พระ 8 รูปถือก
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปในงานพระราชทานเพลิงสรีระสังขารพระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน อดีตเจ้าอาวาสวัดเกษรศีลคุณ หรือวัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ในเวลา 17.00 น. วันที่ 5 มีนาคมนี้
โดยก่อนถึงวันพระราชทานเพลิงสรีระสังขารหลวงตาบัวนั้น เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 มีนาคม ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ไปทรงเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในการเคลื่อนสรีระสังขารหลวงตามหาบัว ไปประดิษฐานที่จิตกาธาน เมรุลอย ก่อนจะมีพิธีพระราชทานเพลิงในวันที่ 5 มีนาคม
เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 24 สวมชุดขาวเต็มยศ ขึ้นไปทำพิธีเคลื่อนสรีระหลวงตาลงจากศาลาการเปรียญชั้นบน ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปยังจิตกาธาน
ขบวนอัญเชิญหีบบรรจุสรีระสังขารหลวงตามหาบัว นำโดย หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี, หลวงปู่บุญมี ปริปุณโณ วัดป่าบ้านนาคูณ ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี, หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดภูผาแดง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี, พระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตตัสโก เจ้าอาวาสวัดป่านาคำน้อย ต.บ้านก้อง อ.นายูง จ.อุดรธานี, พระอาจารย์แบน ธนากโร วัดดอยธรรมเจดีย์ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร พระอาจารย์บำรุง นวพโล พระลูกศิษย์คนสนิทหลวงตา ถือพัดยศของหลวงตา และพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มีพรรษามากกว่า 40 พรรษา ตามด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ต่อด้วยญาติของหลวงตาบัว คือ แม่จันดี โลหิตดี แม่ตัน โลหิตดี และแม่สุวรรณ โลหิตดี ตามด้วยรูปและหีบศพหลวงตา โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน 8 นาย ยกหีบศพ
ขบวนเคลื่อนสรีระออกมาทางด้านประตูไปตามถนน จากนั้นเลี้ยวขวา ผ่านหน้าพลับพลารับเสด็จ และคณะพระสงฆ์นำสรีระหลวงตาขึ้นวางบนจิตกาธาน ซึ่งตลอดระยะทางที่เคลื่อนสรีระหลวงตา ประชาชน คณะสงฆ์ ที่นั่งและยืนอยู่สองข้างทางกว่า 5 หมื่นคน ได้โมทนาสาธุ พร้อมเปล่งเสียง "สาธุ" ตลอดเส้นทาง ทั้งนี้พิธีเคลื่อนย้ายสรีระสังขารหลวงตามหาบัวครั้งนี้ ไม่มีการเดินรอบเมรุ 3 รอบ ตามแบบประเพณีทั่วไป เพราะหลวงตาเคยบอกไว้ว่า เราจะไม่กลับมาเกิดอีกแล้ว จึงไม่มีการเวียนรอบเมรุ
ทำพิธีขอขมาก่อนเคลื่อนสรีระ
ก่อนหน้านั้น ตั้งแต่เวลา 04.30 น. ที่ศาลาการเปรียญ หรือศาลาใน พระอาจารย์แบน ธนากโร เจ้าอาวาสวัดดอยธรรมเจดีย์ เป็นประธานคณะสงฆ์ในพิธีการสวดสามัคคีอุโบสถ์ โดยมีพระสงฆ์สายธรรมยุต และมหานิกาย กว่า 3,000 รูป ร่วมฟังสวดโอวาทปาฏิโมกข์ โดยใช้เวลา 45 นาที
ต่อมาเวลา 07.30 น. คณะญาติโยมที่เดินทางมาจากจังหวัดต่างๆ และที่มาค้างแรมภายในวัดกว่า 3 หมื่นคน ได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรถวายแด่หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน จากนั้นเวลา 09.15 น. ที่ศาลาการเปรียญชั้นบน หรือศาลาใน ซึ่งเป็นที่ตั้งสรีระสังขารพระธรรมวิสุทธิมงคล พระอาจารย์แบน ธนากโร พระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตตัสโก เจ้าอาวาสวัดป่านาคำน้อย และพระวัดป่าชั้นผู้ใหญ่ เป็นผู้นำคณะพระสงฆ์กราบขอขมาต่อหน้าสรีระหลวงตามหาบัวก่อนจะเคลื่อนสรีระหลวงตาไปยังจิตกาธาน
หลังจากเคลื่อนสรีระหลวงตาไปยังเมรุลอยแล้ว ญาติโยมที่มาร่วมพิธี โดยเฉพาะคณะสงฆ์ และผู้ที่นุ่งขาวห่มขาว ได้เดินจงกรมรอบเมรุลอย บ้างก็กราบสักการะสรีระสังขารหลวงตาบริเวณรอบๆ เมรุลอย
เผยเก็บอัฐิทันทีในหีบเหล็ก
พระอาจารย์นพดล นันทโน เจ้าอาวาสวัดป่าดอยลับงา จ.กำแพงเพชร เปิดเผยว่า อัฐิของหลวงตาเป็นที่ต้องการของประชาชนมาก ประชาชนทั่วไปคงได้แต่บูชาและระลึกถึงพระคุณของหลวงตาให้มาก การเก็บอัฐิที่เป็นทางการจะเก็บในคืนวันที่ 5 มีนาคม หลังจากไฟเผาดับจะเก็บอัฐิของหลวงตาทันที โดยเก็บไว้ในหีบเหล็ก ใช้กุญแจล็อกไว้ถึง 8 ดอก และมีพระ 8 รูป เก็บรักษากุญแจไว้รูปละ 1 ดอก โดยวันที่ 11 มีนาคม จะมีการประชุมคณะสงฆ์ ซึ่งเป็นพระสงฆ์สายวัดป่าทั่วประเทศ เพื่อรับแบ่งอัฐิเอาไปเก็บรักษาไว้ที่วัด อีกส่วนหนึ่งวัดป่าบ้าตาดจะนำเข้าเก็บรักษาในผอบทองคำ ซึ่งมีน้ำหนัก 1 กิโลกรัม เป็นรูปดอกบัวกำลังบาน ส่วนฐานประดับเพชรนิลจินดา และเก็บรักษาไว้ที่กุฏิของหลวงตาเช่นเดิม
ส่วนเงินและทองคำที่ได้จากการบริจาคในงานบำเพ็ญกุศลสรีระสังขารหลวงตา รวมยอดรายรับจากธนาคาร ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม-3 มีนาคม 2554 รวม 292,713,655.81 บาท ยอดทองคำสะสมเฉพาะจากตู้รับริจาครวม 73 กิโลกรัม 32 บาท 10 สตางค์
มทภ.2จัดทหาร2,000นายช่วยงาน
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 4 มีนาคม พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ได้ร่วมกับจังหวัดอุดรธานี คณะสงฆ์ ตำรวจภูธรจังหวัด ในการจัดเตรียมความพร้อมและดูแลคลื่นมหาชนที่จะมาร่วมงานพระราชทานเพลิงศพหลวงตามหาบัวที่ จ.อุดรธานี ซึ่งขณะนี้ทุกอย่างอยู่ในสภาพเรียบร้อยดี ประชาชนที่มาร่วมงานทุกคนต่างมากันด้วยความศรัทธา
พล.ท.ธวัชชัย กล่าวต่อว่า ได้ร่วมประชุมที่กรมราชองครักษ์ก็มีการเตรียมพื้นที่จอดรถไว้ประมาณ 1 แสนคัน แต่ประชาชนศิษยานุศิษย์น่าจะไปมากมายจำนวนเป็นล้านคน ซึ่งได้จัดเป็นชั้นนอก ชั้นกลาง ชั้นใน แต่รถยนต์ของประชาชนส่วนใหญ่จะให้จอดชั้นนอกทั้งหมด และจะมีรถรับส่งฟรีเพื่อเข้าไปในชั้นกลาง ในส่วนของชั้นในเฉพาะพระและผู้หลักผู้ใหญ่เท่านั้น
ส่วนคนที่จะขึ้นไปวางไม้จิกในช่วงที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประทับอยู่นั้น ทั้งพระทั้งผู้ใหญ่ และข้าราชการได้เตรียมไว้จำนวน 200 คน โดยทุกคนจะมีโบติดที่หน้าอกเสื้อ แต่ส่วนที่เหลือจะต้องรอให้พระองค์เสด็จฯ กลับก่อน แล้วจะให้วางดอกไม้ได้ทุกคน ซึ่งคงต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะคนจำนวนมากต้องมีการจัดระเบียบเพื่อความสงบเรียบร้อย
พล.ท.ธวัชชัย กล่าวอีกว่า การถวายเพลิงจริงในเวลา 18.00 น. ประชาชนนับล้านคนที่มาร่วมงานไม่สามารถขึ้นไปถวายเพลิงจริงได้ มีเพียงพระสงฆ์และผู้ที่มีหน้าที่ถวายเพลิงเท่านั้นที่ขึ้นไปบนเมรุได้ แต่มีการจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องการวางดอกไม้จันทน์แต่ละวง แต่ละชั้น ซึ่งได้ซักซ้อมไว้พร้อมแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะประชาชนคงเข้าใจ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี จะประทับอยู่ที่พิธีตลอด จนถึงวันที่ 6 มีนาคม 2554 จนกระทั่งเก็บอัฐิ ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามที่หลวงตามหาบัวได้สั่งคณะสงฆ์ไว้ก่อนละสังขาร
"นอกจากกำลังพลในส่วนของทหารเตรียมไว้ประมาณกว่า 2,000 นาย ก็ยังมีตำรวจในส่วนของตำรวจภูธรภาค 4 ส่งกำลังมาดูแลถึง 5 จังหวัดด้วยกัน รวมถึงเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางอีกจำนวนหนึ่ง" พล.ท.ธวัชชัยกล่าว
ช่อง 11 แม่ข่ายถ่ายทอดสด
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้ตรวจเยี่ยมความพร้อมในการออกอากาศถ่ายทอดสดงานพระราชทานเพลิงสรีระสังขารพระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าบ้าตาด และตรวจจุดที่จะถ่ายทอดภายในวัด จากนั้นได้มาเยี่ยมผู้สื่อข่าว ทั้งหนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์ ที่ศูนย์รวมนักข่าวอยู่ข้างกองอำนวยการรักษาความปลอดภัย
นายองอาจ กล่าวว่า วันที่ 5 มีนาคม สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 จะถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ ขณะเดียวจะมีโทรทัศน์อีกหลายช่องมาเกี่ยวสัญญาณในการรายงานสด ขณะที่มีการทำพิธี นอกจากนั้นก็จะทำการถ่ายทอดเสียงผ่านทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยไปยังเครือข่ายทั่วประเทศไทย ทุกเครือข่าย รวมถึงสถานีวิทยุชุมชนท้องถิ่น และเคเบิลทีวี ติดต่อขอเชื่อมสัญญาณในการถ่ายทอดสด เพื่อรายงานให้คนไทยทั่วประเทศได้รับทราบถึงงานพระราชทานเพลิง ซึ่งขณะนี้มีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว



