ไลฟ์สไตล์

 สั่งวธ.ทำตามมติคกก.ส่งเสริมกิจการฮัจย์ฯเพิ่มเงินประกัน

สั่งวธ.ทำตามมติคกก.ส่งเสริมกิจการฮัจย์ฯเพิ่มเงินประกัน

03 มี.ค. 2554

"มาร์ค-สุเทพ"หักผู้ประกอบกิจการฮัจย์ สั่งวธ.เดินหน้าตามมติ คกก.ส่งเสริมกิจการฮัจย์ฯ เพิ่มเงินประกันจาก 1.2 หมื่น เป็น 5 หมื่นบาท ชี้เป็นผลดีทุกฝ่าย สร้างเกียรติภูมิแก่ประเทศไทย

 เมื่อวันที่ 3 มีนาคม  2554 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยถึงกรณีนายกสมาคมผู้ประกอบกิจการฮัจย์ภาคใต้และผู้ประกอบกิจการฮัจย์ในพื้นที่ภาคใต้ ไม่ยอมรับมติคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย โดยเฉพาะการเก็บเงินค้ำประกันการเดินทางเพิ่มขึ้นจากคนละ 12,000 บาท เป็น 50, 000 บาท จากผู้ประกอบการ เพื่อเป็นหลักประกันว่าผู้แสวงบุญที่ลงทะเบียนจะได้เดินทางแน่นอนว่า ในเรื่องนี้ตนได้นำเข้าหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้วซึ่งทั้ง 2 ท่านให้ปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์ฯ ต่อไป รวมทั้งนายภาณุ อุทัยรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้โทรศัพท์มาให้กำลังใจและสนับสนุนให้ปฎิบัติมามติดังกล่าว เพราะหากยังไม่แก้ปัญหาตั้งแต่ปี 2554 เกรงว่าปี 2555 จะมีปัญหาอีก ขอให้ทางกรมการศาสนาดำเนินไปตามนโยบายที่ตั้งไว้ ส่วนผู้ประกอบการทางกรมการศาสนาจะต้องเร่งพยายามทำความเข้าใจว่ามติดังกล่าวไม่มีใครเสียประโยชน์เลย มีแต่ได้ประโยชน์ทุกฝ่าย

 “การวางเงินประกันคนละ 50,000 บาทมีประโยชน์ทั้งผู้ประกอบการ ผู้แสวงบุญ ที่สำคัญประเทศก็มีหลักประกันว่าทางซาอุดิอาระเบียก็จะไม่ดูถูกเราว่าทำงานเป็นระบบระเบียบ สำหรับข้อเสนอของผู้ประกอบการบางรายจะขอวางเงินประกัน 12,000 บาทก่อนจากนั้นจะทยอยชำระเป็นงวดๆนั้น คงเป็นเรื่องที่ต้องนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์ฯให้แก้ไขมติ แต่ขณะนี้ต้องทำตามมติไปก่อน ขอให้ผู้ประกอบการมีวินัย ขอให้นึกถึงเกียรติภูมิศักดิ์ศรีของประเทศด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้ประเทศเรามีปัญหามาโดยตลอด ขณะนี้ได้ส่งมติดังกล่าวไปยังผู้ประกอบการทุกคน คณะกรรมการอิสลามทุกจังหวัด หากเป็นไปได้ก็จะส่งไปยังโต๊ะอิหม่าม ทุกมัสยิดให้รับทราบ โดยวันที่ 16 มีนาคมนี้ทางกรมการศาสนาจะเริ่มเปิดให้มีการลงทะเบียนผู้ประสงค์จะเดินทางไปประกอบพิธิฮัจย์ และในวันที่ 18 เมษายน-6พฤษภาคม กรมการศาสนาจะเปิดให้ผู้ประกอบการกิจการฮัจย์ยืมเงินกองทุนสำหรับผู้ไปประกอบพิธีฮัจย์ เพื่อไปดำเนินการจัดเช่าที่พัก”นายนิพิฏฐ์ กล่าว

 ทั้งนี้ ในเทศกาลฮัจย์แต่ละปี คณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์ฯ จะจัดส่งคณะผู้แทนไปเจรจาเตรียมการฮัจย์กับทางการซาอุดิอาระเบีย รวมทั้งเจรจาเกี่ยวกับจำนวนผู้แสวงบุญด้วย ซึ่งจำนวนผู้แสวงบุญที่ทางการซาอุดิอาระเบียจัดสรรให้แต่ละประเทศ เป็นไปตามมติที่ประชุมองค์การประเทศมุสลิม (OIC) เมื่อปี พ.ศ.2530 ที่กำหนดโควตาจำนวนผู้แสวงบุญแต่ละประเทศตามอัตราส่วนประชากรมุสลิมในอัตรา 1,000,000 ต่อ 1,000 คน ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยจะมีประชากรมุสลิมไม่ถึง 10,000,000 คน แต่ฝ่ายซาอุดิอาระเบียก็ได้จัดสรรให้มากถึง 13,000 คน