
ไทยจัดประชุมการศึกษาเพื่อปวงชนปลายมี.ค.
(3มี.ค.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) พร้อมด้วย นายควาง โจ คิม ผู้อำนวยการองค์การยูเนสโก ประจำประเทศไทย นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด.ศธ.) ร่วมกันแถลงข่าวจัดการประชุมระดับสูงว่าด้วยการศึกษาเพื่อปวง
(10th Meeting of High Level Group on Education for All หรือ EFA) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-24 มี.ค.นี้ ที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท จอมเทียน-พัทยา จ.ชลบุรี โดยนายชินวรณ์ กล่าวว่า เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลกเรื่องการศึกษาเพื่อปวงชน หรือ World Conference on Education for all ที่จอมเทียน ชลบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2533
โดยมีประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมประชุม 155 ประเทศ และได้มีการรับรองปฏิญญาจอมเทียน ซึ่งได้ระบุเป้าหมายในการดำเนินงานร่วมกัน 6 ข้อ ภายในปี พ.ศ. 2543 ดังนี้ 1. จะมีการขยายการดูแลเด็กปฐมวัยและกิจกรรมเพื่อการพัฒนาอื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กด้อยโอกาสและเด็กพิการ 2.จะขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ทั่วถึง โดยกำหนดเป้าหมายในปี พ.ศ. 2543 3.จะปรับปรุงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เพื่อให้ผู้เรียนผ่านมาตรฐานทางการเรียนที่สูงขึ้น 4.จะลดอัตราการไม่รู้หนังสือของผู้ใหญ่ในปี พ.ศ. 2543 ให้ได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของอัตราในปี พ.ศ. 2533 5.จะขยายการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและการฝึกอบรมทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของเยาวชนและผู้ใหญ่ และ 6.จะเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ และค่านิยม ที่จำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลและครอบครัว
ภายหลังจากการประชุมครั้งนั้นแล้ว ในปี พ.ศ. 2543 องค์การยูเนสโกได้จัดการประชุมเพื่อประเมินความก้าวหน้าในการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน ในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา ที่เมืองดาการ์ ประเทศเซเนกัล แต่ปรากฏว่า ประเทศสมาชิกยังไม่สามารถดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายตามที่ได้กำหนดไว้ในปฏิญญาจอมเทียนได้ ดังนั้นที่ประชุมจึงได้กำหนดเป้าหมายที่จะบรรลุการศึกษาเพื่อปวงชนภายในปี พ.ศ. 2558 ไว้ในกรอบปฏิญญาดาการ์ ดังนี้ 1. ขยายและปรับปรุงการศึกษาและการดูแลเด็กเล็กก่อนวัยเรียน โดยเฉพาะเด็กที่เปราะบางและด้อยโอกาส 2. จัดให้เด็กทุกคน ไม่ว่าเด็กชายหรือเด็กผู้หญิง เด็กที่อยู่ในสภาวะยากลำบาก เด็กที่เป็นชนกลุ่มน้อย สามารถเข้าถึงการศึกษาภาคบังคับที่มีคุณภาพ
3.จัดการศึกษาที่ตอบสนองความต้องการการเรียนรู้ของเยาวชนและผู้ใหญ่ ผ่าน โครงการทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างเท่าเทียมกัน 4.พัฒนาอัตราการรู้หนังสือของผู้ใหญ่ได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 50 5.ขจัดความเหลื่อมล้ำทางเพศในการศึกษาระดับประถมและมัธยม โดยเน้นการเข้าถึงของเด็กผู้หญิงและทำให้เกิดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพ 6.พัฒนาคุณภาพการศึกษาในทุกด้านและรับรองความเป็นเลิศทั้งหมด เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางการเรียนรู้ที่ชัดเจนและสามารถวัดได้ โดยเฉพาะในเรื่องการรู้หนังสือ การคำนวณตัวเลขและทักษะที่จำเป็นต่อชีวิต นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นว่า ควรมีการการประชุมระดับสูงว่าด้วยการศึกษาเพื่อปวงชนทุกปี เพื่อให้ผู้นำด้านการศึกษาของประเทศสมาชิกมาร่วมกันระดมความคิดเห็นติดตามการดำเนินงานด้านการศึกษาเพื่อปวงชนอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ศธ. ได้ทำหนังสือกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาเป็นองค์ประธานเปิดการประชุมครั้งนี้ และ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้กราบบังคมทูลกล่าวรายงาน อย่างไรก็ตามการประชุมครั้งนี้ ยูเนสโกได้เชิญผู้นำด้านการศึกษาของประเทศต่าง ๆ มาเข้าร่วมการประชุม จำนวน 45 ประเทศ รวมทั้งองค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ สำหรับกิจกรรมภายในงาน นอกจากการจัดประชุมของผู้นำระดับสูงแล้ว จะมีกิจกรรมอื่น ๆ ได้แก่ การจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับความก้าวหน้าของการศึกษาเพื่อปวงชนของไทย พระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา และ การจัดดูงานให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อเผยแพร่การดำเนินการเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางการศึกษาของไทย ซึ่งหลายประเทศอาจนำไปปรับใช้เป็นแบบอย่างของการดำเนินการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน
ด้านนายนายควาง โจ คิม กล่าวว่า จากรายงานการศึกษาเพื่อปวงชน พ.ศ.2554 ขององค์การยูเนสโก พบว่า ยังมีเด็กอีกกว่า 67 ล้านคนที่ยังไม่ได้รับการศึกษา และยังมีเด็กอีกจำนวนมากที่ยังไม่สำเร็จการศึกษาในระดับประถมศึกษาหรือต้องออกจากการศึกษากลางคัน อีกทั้งจากสถิติเมื่อ พ.ศ.2551 ระบุว่า ยังมีผู้ใหญ่อีก 796 ล้านคน ที่ขาดทักษะพื้นฐานในการอ่านออกเขียนได้ ซึ่งถือเป็นจำนวนผู้ใหญ่กว่าร้อยละ 17 ของประชากรผู้ใหญ่ทั่วโลก และเกือบสองในสามของผู้ใหญ่กลุ่มนี้เป็นผู้หญิง เพราะฉะนั้น การประชุมครั้งนี้จะเป็นการติดตามผลการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน และเมื่อการประชุมเสร็จสิ้นลง คาดหวังจะมีคำมั่นสัญญาครั้งใหม่ออกมา



