ไลฟ์สไตล์

ศุกร์กับเซ็กส์ - ยาสตรี

ศุกร์กับเซ็กส์ - ยาสตรี

04 มี.ค. 2554

“สวัสดีค่ะ หนูมีข้อสงสัยอะไรบางอย่างอยากจะสอบถามคุณหมอค่ะ

-  ผู้ที่ทานยาสตรีสามารถตั้งท้องได้หรือไม่ค่ะ
-  หากทานยาสตรีอยู่แล้วตั้งท้องขึ้นมาโดยที่เรายังไม่ทราบว่าเราตั้งท้อง จะเป็นอันตรายต่อเด็กในท้องหรือเปล่าคะ เด็กจะมีความผิดปกติไหมคะ
-  หากต้องการมีบุตรควรหยุดทานยาสตรีตั้งแต่เดี๋ยวนี้เลยใช่หรือไม่ค่ะ
ขอบคุณคุณหมอมากค่ะที่ตอบคำถาม” 

ตอบ ความเข้าใจผิดของยาสตรีที่นิยมเรียกว่ายาขับประจำเดือนมีหลายประการดังนี้ค่ะ
 ความเข้าใจผิดประการที่หนึ่งคือเชื่อว่ายาสตรีสามารถขับเด็กหรือทำแท้งได้ อันที่จริงยาสตรีไม่สามารถขับเด็กได้ เพราะยาสตรีซึ่งประกอบไปด้วยสมุนไพรทั้งไทยจีน เช่น ตังกุยหรือโกฏเชียง โกฏหัวบัว โกฏสอ อบเชย ขิง ไพล พริกไทย ว่านชักมดลูก เทียนดำ เทียนแดง ฯลฯ โดยนิยมใช้แอลกอฮอล์เป็นกระสายยา มีฤทธิ์ของฮอร์โมนเพศหญิง หรือเรียกว่าไฟโตเอสโทรเจน ฮอร์โมนเพศหญิงนี้เองทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนา หากไม่มีเด็กก็จะหลุดออกมาเป็นประจำเดือน แต่หากมีเด็กน่าจะช่วยให้เด็กฝังตัวได้ดีขึ้น ไม่ถูกขับออกมา

 ความเข้าใจผิดของยาสตรีประการที่สองคือ ป้องกันการตั้งครรภ์ได้ โดยมีสตรีส่วนหนึ่งไม่คุมกำเนิดแต่รับประทานยาสตรีเพื่อให้ประจำเดือนมา ความจริงคือฮอร์โมนจากยาสตรีนั้นไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้เลย ดังนั้นหากกินยาสตรีขับประจำเดือนแล้วประจำเดือนไม่มา ส่วนใหญ่ก็ท้องทั้งสิ้น

 ความเข้าใจผิดที่สาม หากกินยาสตรีอยู่แล้วตั้งครรภ์ควรทำแท้งเพราะทารกอาจพิการได้ ความเป็นจริงก็คือไม่มีงานวิจัยยืนยันว่ายาสตรีจะทำให้ทารกพิการหรือไม่ทำให้ทารกพิการ แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรรับประทานยาทุกชนิดโดยไม่จำเป็นในขณะตั้งครรภ์สามเดือนแรก เพราะทารกกำลังสร้างอวัยวะที่สำคัญ

  ความเข้าใจผิดประการที่สี่คือ ยาสตรีทำให้มีผิวพรรณผุดผ่องควรรับประทานเป็นประจำ อันที่จริงในหญิงที่ไม่มีประจำเดือน จากฮอร์โมนต่ำ การรับประทานยาสตรีเท่ากับเพิ่มฮอร์โมน ทำให้ประจำเดือนมาได้ แต่ไม่ได้แก้สาเหตุ ดังนั้นหากรับประทานไปครั้งสองครั้งแล้วประจำเดือนยังไม่ปกติ ควรไปพบแพทย์ ไม่ควรรับประทานยาสตรีเป็นประจำ

 ความเข้าใจผิดประการที่ห้าคือ ยาสตรีไม่มีอันตราย อันที่จริงยาสตรีมีปัญหาต่อสุขภาพทีเดียว นอกจากพิษของแอลกอฮอล์ การกินยาสตรีเท่ากับรับฮอร์โมนเพศหญิงเพิ่มเข้าไปในร่างกายในขณะที่ผู้หญิงมีฮอร์โมนเพศหญิงมากพออยู่แล้ว จะเกิดผลเสียต่ออวัยวะสืบพันธุ์อย่างน้อย สามประการคือ ประการที่หนึ่งทำให้ตกขาวมามากมานานทั้งเดือนเกิดการอักเสบในช่องคลอดปากมดลูกและโพรงมดลูก, ประการที่สองทำให้มดลูกโตขึ้นหากมีเนื้องอกมดลูกเนื้องอกมดลูกจะขยายขนาดอย่างรวดเร็ว, ประการที่สาม เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง เช่น มะเร็งโพรงมดลูก รังไข่และเต้านม    

"พญ.ชัญวลี ศรีสุโข"
([email protected] <mailto:[email protected]>)