ไลฟ์สไตล์

เพิ่มศักยภาพ "ผู้หญิง" ด้วยเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์

เพิ่มศักยภาพ "ผู้หญิง" ด้วยเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์

04 มี.ค. 2554

เพื่อเพิ่มศักยภาพของสตรี สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ จึงจัดเสวนาเพิ่มศักยภาพของผู้หญิงในหัวข้อ "ส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชายในการเข้าถึงทางด้านการศึกษา การอบรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นแนวทางให้สตรีได้มีโอกาสเข้าถึงงานที่ดีในอนาคต" เมื่อวันก่

  โดย คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสภาสตรีฯ ได้เชิญ 4 ผู้หญิงซึ่งมีบทบาทโดดเด่นในแวดวงของสตรี อย่าง ฯพณฯ คริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ฮุวัยดีย๊ะ พิศสุวรรณ อุเซ็ง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดร.คุณหญิงกษม วรวรรณ ณ อยุธยา อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมได้ ดร.ชนม์ชนก วีวรรรณ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่พิธีกร

 เริ่มที่  ฯพณฯ คริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวว่า เท่าที่ได้มีโอกาสสัมผัสผู้หญิงในหลายประเทศในขณะที่ไปทำหน้าเอกอัครราชทูตทั้งจากฟิลิปปินส์ เอกวาดอร์ จะเห็นการเพิ่มการเรียนรู้ในผู้หญิงมากขึ้น ซึ่งแม้แต่ในสหรัฐอเมริกาเองผู้หญิงที่เข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยก็มากกว่าผู้ชาย แต่ปัญหาอยู่ที่ผู้หญิงที่มีความยากจนทำอย่างไรที่จะให้เขาได้มีโอกาสเข้ารับการศึกษาแม้จะมีอายุที่สูงขึ้นก็ตาม
 
 "และเมื่อผลักดันให้เขามีการศึกษาซึ่งที่สำคัญต้องมีงานรองรับด้วย ยกตัวอย่างในขณะที่ไปทำงานที่ฟิลิปปินส์ได้เจอผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาไม่มีการศึกษาและอายุมากขึ้น แต่เมื่อเขาได้รับการอบรมในเชิงเกษตรกรรม ทำให้พัฒนาความอยู่และมีชีวิตที่ดีขึ้น นี่เองที่สื่อได้ชัดว่าถ้าเราสนับสนุนในเรื่องการศึกษา การเรียนรู้ รวมไปถึงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับผู้หญิง เขาก็พร้อมที่จะเรียนรู้และอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ" คริสตี้ ให้ความเห็น

 ส่วน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ฮุวัยดีย๊ะ แสดงความคิดเห็นว่า อยากจะบอกว่าผู้หญิงที่มีหน้าที่การงานที่ดีที่ได้ทำการสำรวจกันนั้นมีเพียง 36 เปอร์เซ็นต์ และมีผู้หญิงเพียง 27 เปอร์เซ็นต์เท่านั่นที่ทำงานในแวดวงวิทยาศาสตร์ และถึงแม้ว่าความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์และดีกว่าผู้ชายด้วยซ้ำ แต่ก็ยังมีหนทางอีกยาวไกลที่ต้องพัฒนาในส่วนนี้ให้แก่ผู้หญิง รวมไปถึงหน้าที่การงานระดับสูงแม้แต่ในส่วนของหน่วยงานภาครัฐจะมีผู้หญิงที่มายืนในระดับนี้น้อยมาก โดยทางกระทรวงพัฒนาสังคมก็พยายามที่จะส่งและผลัดกัน ยกตัวอย่างที่ผลักดันให้ผู้หญิงได้เรียนในโรงเรียนนายร้อยตำรวจอย่างที่เห็นเป็นข่าว รวมทั้งต้องส่งเสริมให้ผู้หญิงเขามามีบทบาทในเรื่องของงานวิทยาศาสตร์อย่างจริงจังด้วย

 ในขณะที่อีกหนึ่งผู้หญิงเก่งในแวดวงการศึกษา ดร.คุณหญิงกษมา ที่เปิดเผยว่า ส่วนตัวต้องยอมรับว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันที่จะมีความพยายามในการทำงานเพื่อให้บรรลุในตำแหน่างหน้าที่การงานในระดับสูงส่วนใหญ่ถอดใจ เพราะนอกจากหน้าที่การงานแล้ว หน้าที่ภายในครอบครัว โดยเฉพาะการผลักดันดูแลลูกๆ ให้สมหวังและประสบความสำเร็จเป็นเรื่องที่คนเป็นแม่ทุกคนจะเลือกจะทำมากกว่าการเลือกที่จะผลักดันหน้าที่การงานของตัวเองให้มั่นคง นั่นเองจึงทำให้รัดับการบริหารในขั้นสูงๆ ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย

 "และตอนนี้เท่าดูสถิติผู้หญิงไทยมีการศึกษามากกว่าผู้ชายแล้ว โดยเฉพาะการเรียนในระดับสูงมีมากกว่าผู้ชาย รวมไปถึงการเรียนรู้ในสาขาวิชาที่ไม่ค่อยมีผู้หญิงเขาเรียนอย่างกฎหมายหรือทหาร ก็มีสัดส่วนของผู้หญิงเพิ่มมากขึ้น แต่ในส่วนที่น่าเป็นห่วงคือผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนมากกว่าผู้ชายที่ไม่รู้หนังสือ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องให้โอกาสและผลักดันคนกลุ่มนี้ให้มีการเรียนรู้ ทำอย่างไรที่จะให้คนกลุ่มนี้เข้าถึงอินเทอร์เน็ต เพราะอินเทอร์เน็ตมีสิ่งต่างๆ ให้เรียนรู้อย่าวกว้างขวาง รวมทั้งจะสามารถต่อยอดความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ส่วนหนึ่งด้วย" อดีตปลัดกระทรวงการศึกษา ให้คำแนะนำ

 ปิดท้ายที่ ดร.คุณหญิงกัลยา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่บอกว่าทางรัฐบาลได้พยายามผลักดันให้ผู้หญิงเข้าถึงการศึกษาอย่างต่อเนื่อง อย่างโครงการเรียนฟรี 15 ปีก็ทำกัน รวมไปถึงการให้ผู้หญิงเข้าถึงแวดวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้มากขึ้น ยกตัวอย่างในช่วงที่ทำงานอยู่กระทรวงก็จัดสรรเรื่องทุนการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ให้อย่างต่อเนื่อง เพราะองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์แลเทคโนโลยีจะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เกิดการพัฒนาประเทศ