
เล็งสร้างเจดีย์ประดิษฐานอัฐิหลวงตาบัว
วิทยุอุดรธานีรวมพลังตั้งศุนย์ข่าวเฉพาะกิจ "คลื่นร่วมใจถวายหลวงตา " รายงานจราจรงานหลวงตาบัว 4-6 มีนาคม นักวิชาการด้านวัฒนธรรมเผย การใช้ไม้จิกเผาศพหลวงตาบัว เป็นปรัชญาและความเชื่อทางศาสนาที่ต้องการปักหลัก และอยู่ที่นี่ อนาคตคาดต้องสร้างเจดีย์ ประดิษฐานพระ
วันที่ 2 มีนาคม 54 สมาคมวิทยุท้องถิ่นอุดรธานี ,ชมรมนักจัดรายการวิทยุ จ.อุดรธานี และกลุ่มผู้สื่อข่าวอุดรธานี รวมพลังตั้งศูนย์ข่าวเฉพาะกิจ“คลื่นร่วมใจ ถวายหลวงตา” ในงานพระราชทานเพลิงถวายแก่สรีระสังขารพระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) ระหว่างวันที่ 4-6 มีนาคม ภายใต้แนวคิด “วิทยุเฉพาะกิจ เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสาร การจราจร งานพระราชทานเพลิงถวายแก่สรีระสังขารหลวงตาพระมหาบัว”
โดยมีสถานีวิทยุกระจายเสียงสังกัดคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) 1 ป.ณ ระบบเอฟเอ็ม ความถี่ 99.0 เม็กกะเฮิร์ต คลื่นเอฟเอ็ม 88.0 เม็กกะเฮิร์ต และสถานีข่าว เอฟเอ็ม 92.75 เม็กกะเฮิร์ต เป็นแม่ข่ายในการถ่ายทอดสัญญาณ มีสถานีวิทยุกระจายเสียง นักจัดรายการวิทยุ ผู้ประกาศ จากสถานีวิทยุและโทรทัศน์ ร่วมถ่ายทอดสัญญาณและดำเนินรายการ โดยจะใช้สถานีข่าวอุดรธานี เลขที่ 146 ซอยมหามิตร ถนนทหาร ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานีเป็นศูนย์กลาง
ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนการรายงานข่าว ของผู้สื่อข่าวจากหลายสำนักข่าว จากวัดป่าบ้านตาด เส้นทางเชื่อมต่อกับจังหวัดต่างๆ ได้แก่ เส้นทางอุดรธานี-ขอนแก่น ,อุดรธานี-สกลนคร,อุดรธานี-หนองคาย และอุดรธานี-หนองบัวลำภู ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักที่คาดว่าประชาชนจะใช้ในการเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 วัน ระหว่างวันที่ 4-6 มีนาคม 2554 เริ่มออกอากาศตั้งแต่เวลา 05.00-24.00 น.
ประชาชนสามารถติดตามรับฟังข่าวสารข้อมูลการจราจรและบรรยากาศในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีได้จากสถานีวิทยุกระจายเสียงที่เข้าร่วมโครงการ ครอบคลุมพื้นที่ 20 อำเภอ ของจังหวัดอุดรธานี นอกจากนั้นประชาชนยังสามารถร่วมรายงาน แลกเปลี่ยน และ/หรือตรวจสอบข้อมูลข่าวสารได้ทางเครือข่ายออนไลน์ ที่ [email protected] และ เว็บไซต์http://www.facebook.com/ ค้นหา “คลื่นร่วมใจ ถวายหลวงตา” หรือ http://www.facebook.com/udonnewsbyudontoday หรือติดต่อผ่านทางโทรศัพท์หมายเลข 042-246813-4 โทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลข 083-283-8965
นักวิชาการวัฒนธรรมเผยใช้ไม้จิกเผาหลวงตาบัว
นายประมวล พิมเสน ประธานเครือข่ายครูภูมิปัญญาไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยถึง กรณีที่มีการนำเอาไม้จิก หรือ ซึ่งเป็นไม้ตระกูล ไม้เต็ง ไม้รัง เอามาใช้ในพิธีพระราชทานเพลิงสรีระของหลวงตามหาบัวนั้น ได้มีการเขียนเอาไว้ในพระพุทธศาสนาว่า ระหว่างที่พระพุทธเจ้ายังไม่ตัดสินใจพระทัยว่าจะทรงแสดงธรรมโปรดใครเพื่อประกาศพระ ศาสนา นับตั้งแต่ตรัสรู้เป็นต้นมานี้ ได้เสด็จแปรสถานที่ประทับแห่งละ 7 วัน โดยในสัปดาห์ที่ 3 และสถานที่ประทับก็เป็นแห่งที่ 3 คือ ใต้ต้นมุจลินทร์ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ มุจลินทร์เป็นต้นไม้ที่เกิดอยู่ในที่ทั่วไปในประเทศอินเดีย มีชื่อปรากฏอยู่ในวรรณคดี ทั้งประ เภทชาดก และอย่างอื่นมากหลาย ในเวสสันดรชาดกก็กล่าวถึงสระมุจลินทร์ที่เวสสันดรไปประทับอยู่เมื่อ คราวเสด็จไปอยู่ป่า ไทยเราแปลต้นมุจลินทร์กันว่าต้นจิก เข้าใจว่าจะใช่ เพราะดูลักษณะที่เกิดคล้ายกัน คือ ชอบ เกิดตามที่ชุ่มชื้น เช่น ตามห้วย หนอง คลอง บึง เป็นไม้เนื้อเหนียว ดอกระย้า มีทั้งสีขาวและสีแดง ใบ ประมาณเท่าใบชมพู่สาแหรก ปกติใบดกหนา เป็นต้นไม้ที่ให้ร่มเงาดี
โดยเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับอยู่ที่นี่ ฝนเจือลมหนาวตกพรำตลอดเจ็ดวันไม่ขาดสาย ท่าน ผู้รจนาปฐมสมโพธิได้แต่งเล่าเรื่องไว้ว่า พญานาคชื่อมุจลินทร์ขึ้นจากสระน้ำที่อยู่ในบริเวณแห่งเดียวกันนี้ เข้าไปวงขนด 7 รอบ แล้วแผ่พังพานปกพระพุทธเจ้าเพื่อป้องกันลมฝนมิให้พัดและสาดกระเซ็นมาต้องพระ วรกาย ครั้นฝนหาย ฟ้าสาง พญานาคจึงคลาดขนดออก แล้วจำแลงแปลงเป็นเพศมาณพยืนเฝ้าพระพุทธเจ้า ทางเบื้องพระพักตร์ พระพุทธรูปนาคปรกที่พุทธศาสนิกชนสร้างขึ้น ก็เป็นนิมิตหมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดกับพระ พุทธเจ้าในปางหรือในตอนนี้ เป็นพระพุทธรูปที่เชื่อถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ทางเมตตา เพราะเป็นรูปหรือภาพที่ สอนคนโดยทางอ้อมให้เห็นอานิสงส์หรือผลดีของเมตตา เพราะแม้แต่พญางูใหญ่ในสระน้ำก็ยังขึ้นจากสระ เข้าไปถวายความอารักขาแก่พระพุทธเจ้า ทั้งนี้พลานุภาพแห่งพระมหากรุณาของพระพุทธองค์
"และในการที่หลวงตามหาบัว ท่านได้บอกให้บรรดาศิษยานุศิษย์นำเอา ไม้จิกมาทำเป็นเมรุ เพื่อเผาสรีระของท่านนั้น เพราะท่านเหมือนเป็นปริศนาธรรมว่า ท่านต้องการอยู่ที่นี่ อยู่ตรงนี้ อยากจะให้พระพุทธศาสนาเผยแพร่ กว้างไกลออกไป โดยเริ่มจากตรงจุดนี้ เพราะคำว่าจิก ตามความหมายคือการปัก การตั้ง การอยู่ ณ ที่แห่งนั้น และอนาคตคาดว่า จะต้องมีการสร้างสถูป เจดีย์ หรือ อะไรต่างๆ ที่ใส่องค์พระธาตุของหลวงตามหาบัวเอาไว้แน่นอน"นายประมวล กล่าว
ส่วนกรณีที่การเผาสรีระของหลวงตามหาบัว ที่เคยบอกเอาไว้ว่า อยากจะให้เรียบง่ายเหมือน องค์พระพุทธทาสนั้น เรื่องนี้ นายประมวล มองว่า การที่ครูอาจารย์บอกว่าต้องการให้งานศพ หรือ พิธีศพเรียบง่าย เพราะไม่ต้องการให้คนอยู่ข้างหลังลำบาก ต้องการให้คนที่ไปไปอย่างสงบ เพราะมีทั้งคนที่อยากทำ และ คนไม่อยากทำ หากทำเรียบง่าย คนที่ทำก็สะดวก สบาย แต่ถ้าหากทำยุ่งยาก คนที่ทำก็ลำบาก ถ้าคนอยากทำไม่เป็นไร แต่มีคนที่ไม่อยากทำ ก็จะลำบากและบ่นไปด้วย ทำให้คนที่จากไป แทนที่จะไปสงบ ได้บุญ กลับต้องทุกข์ และ เป็นบาปไปเสีย
ชาวใต้แห่เหมาทัวร์ร่วมงานพระราชทานเพลิง
นายพิเชษฐ์ เกื้อหนุน เจ้าของธุรกิจเช่าเหมารถทัวร์ปรับอากาศ “เกื้อหนุนทัวร์ “ ในพื้นที่ อ.เมือง จ.สงขลา เปิดเผยว่า ตั้งแต่หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ละสังขารลงนั้น ส่งผลให้ศิษยานุศิษย์ จากพื้นที่จังหวัดสงขลา พัทลุง ตรัง และสตูล โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ได้แห่กันจับจองเช่าเหมารถทัวร์ปรับอากาศ เพื่อเดินทางไปเคารพสักการะศพของหลวงตามหาบัวฯ
และล่าสุดในส่วนของกำหนดการณ์พระราชทานเพลิงศพของหลวงตามหาบัวฯ ในวันที่ 5 มีนาคม นั้น ขณะนี้พบว่าทุกบริษัททัวร์ส่วนใหญ่จะมีกลุ่มลูกศิษย์ลูกหาของหลวงตามหาบัวฯ ได้ร่วมออกค่าใช้จ่ายเช่าเหมารถทัวร์ปรับอากาศเพื่อต้องการเดินทางไปร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก
“การให้ความศรัทธาในหลวงตามหาบัวฯ ของชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ถือว่ามีจำนวนมากในส่วนดังกล่าว จนทำให้รถของทางบริษัททัวร์ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยว่างสำหรับช่วงดังกล่าว และโดยเฉพาะกำหนดพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้ก็เช่นกัน จากการพูดคุยกับเจ้าของบริษัททัวร์หลายแห่ง พบว่ารถทัวร์ส่วนใหญ่จะไม่ว่างแล้วและถูกจับจองหมด จนทำให้ประชาชนบางกลุ่มต้องหันไปเช่าเหมารถทัวร์แบบพัดลมแทน ” นายพิเชษฐ์ กล่าว
สำหรับรายได้ในแต่ละเที่ยวของการเดินทางนั้น เจ้าของเกื้อหนุนทัวร์ กล่าวว่า ค่าเช่าเหมารถทัวร์ปรับอากาศในแต่ละวันอยู่ที่วันละ 12 , 000 บาท ซึ่งการเดินทางแต่ละเที่ยวจะอยู่ในช่วง 6-7 วัน รายได้เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วจะคงเหลือ 40 , 000-50 , 000 บาท
ด้านนายพีระพงศ์ ขุนเพชร เจ้าของรถทัวร์ประเภทพัดลมในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีรถของบริษัทตนและพรรคพวกโดยส่วนใหญ่จะมีลูกค้าจำนวนมากในกลุ่มผู้ที่ประสงค์จะเดินทางไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพของหลวงตามหาบัวฯ ติดต่อจับจองรถเพื่อเดินทางไปร่วมในพิธีดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มแม่บ้าน อสม. ตลอดจนประชาชนทั่วไป
“แม้รถผมจะเป็นรถทัวร์ประเภทพัดลม แต่ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งในส่วนของการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของศิษยานุศิย์ของหลวงตามหาบัวฯ ในการไปเคารพสักการะศพของหลวงตามหาบัวฯ และที่สำคัญในวันที่พระราชทานเพลิงศพวันที่ 5 มี.ค. นี้ ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่จะนำพาลูกศิษย์ของหลวงตามหาบัวฯ ในพื้นที่จังหวัดสงขลาเดินทางไปร่วมในพิธีดังกล่าวและคาดว่าจะมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศจำนวนมากจะเดินทางเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้เช่นกัน ” นายพีระพงศ์ กล่าว
ด้านนางแหมะ มากหอม อายุ 74 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ อ.ระโนด จ.สงขลา เปิดเผยว่า โดยส่วนตัวรู้สึกศรัทธาในตัวหลวงตามหาบัวฯ และยืนยันว่าในวาระสุดท้ายของท่าน ตนขอเป็นอีกคนหนึ่งที่จะร่วมเดินทางไปในพิธีพระราชทานเพลิงศพของหลวงตามหาบัวฯ ในครั้งนี้ โดยการลงขันกันเช่าเหมารถทัวร์ในการเดินทางไปยังวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ในการร่วมในพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าว



