
หนุนมส.ห้ามตัดชื่อวัดออกจากชื่อร.ร.
วธ.-ผอ.ร.ร.วัด-เจ้าอาวาส ออกโรงหนุน มส.ห้ามตัดชื่อวัดออกจากชื่อโรงเรียน นิพิฏฐ์ ชี้วัดถือเป็นผู้สร้างโรงเรียน วอนอย่าติดแค่เปลือกนอก ให้ดูที่คุณภาพการเรียนการสอน จากคนขอตัดคำว่าวัดไม่ใช่ชาวพุทธ ด้าน มส.ยอมรับทวงคืนธรณีสงฆ์ยาก เหตุส่วนใหญ่ขาดหลักฐาน ช
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวถึงกรณีกรณีมหาเถรสมาคม ( มส.) มีมติเห็นชอบไม่ให้ตัดคำว่า "วัด" ที่ใช้นำหน้าชื่อโรงเรียนที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ธรณีสงฆ์ออก หากโรงเรียนใดตัดออกไปต้องนำกลับมาใส่เหมือนเดิมว่า ในอดีตวัดกับโรงเรียนอยู่คู่กันมาโดยตลอดจึงเกิดคำว่า บวร ขึ้น วัดถือเป็นผู้สร้างโรงเรียน การขอตัดคำว่าวัดออกจากชื่อโรงเรียนเพราะสาเหตุในเรื่องของความล้าสมัย หรือไม่อยากมีคำว่าวัดอยู่นั้น เป็นการมองที่เปลือกนอก คนทั่วไปมักยึดติดเปลือกมากเกินไป
บางครั้งเราต้องกินเนื้อด้วย ความทันสมัยหรือไม่ทันสมัยก็เหมือนกัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำว่าวัด อยู่ที่คุณภาพการเรียนการสอนต่างหาก ดังนั้น โดยส่วนตัวตนจึงไม่เห็นด้วยที่จะมีการตัดคำว่าวัดออกจากชื่อโรงเรียน เพราะสังคมจะอยู่กันอย่างปัจเจกไม่ได้ ต้องอยู่ร่วมกัน ทำไมพวกเราไปรังเกียจวัดกันหรือ คนที่คิดได้เช่นนี้เหมือนคนที่ไม่เห็นค่าของพระพุทธศาสนา ตนคิดว่าคนที่คิดได้เช่นนี้คงไม่ใช่คนพุทธด้วยซ้ำเพราะรังเกียจวัด
ด้านนายชาญณรงค์ แก้วเล็ก ผอ.โรงเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร กล่าวว่า การที่มส.มีมติออกมาเช่นนี้ ตนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง โดยขณะนี้โรงเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร ไม่มีความคิดที่จะตัดคำว่า วัด ออกจากชื่อโรงเรียน เนื่องจากโรงเรียนแห่งนี้มีรากฐานการก่อตั้งมาจากวัดมากว่า 118 ปี ดังนั้น วัดจึงมีคุณูปการต่อโรงเรียน ทำให้มีโรงเรียนจนถึงทุกวันนี้ รวมทั้งในสมัยก่อนวัดกับโรงเรียนแทบจะแยกกันไม่ออก เพราะวัดเป็นเหมือนโรงเรียนที่บ่มเพาะความรู้ให้แก่ประชาชน ตนจึงไม่เห็นด้วยที่โรงเรียนวัด จะตัดคำว่าวัด ออกจากชื่อโรงเรียน และอยากให้คงเอาไว้ว่า วัดและโรงเรียนเป็นของคู่กับสังคมไทย
อีกทั้งวัด พระสงฆ์ คือ รากฐานการศึกษาของประเทศชาติ ส่วนกรณีที่ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)จะมีการตรวจสอบโรงเรียนที่มีการเช่าที่วัดนั้น ในส่วนของโรงเรียนวัดบวรฯมีการทำสัญญาเช่า ตามระเบียบที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กำหนด ซึ่งเห็นว่า โรงเรียนวัดแต่ละแห่งต้องดำเนินการตามที่ศธ.กำหนด สำหรับเรื่องค่าเช่าของโรงเรียนนั้น ต้องขอตรวจสอบก่อนว่า มีการดำเนินการเช่นไร เพราะว่าเพิ่งย้ายมาประจำที่โรงเรียนแห่งนี้
พระครูปลัด ไชยวุฒิ อาภานนฺโท เจ้าอาวาสวัดจันทรประดิษฐาราม เขตภาษีเจริญ กล่าวว่า เห็นด้วยกับมติของ มส. ที่ห้ามตัดชื่อวัด กรณีโรงเรียนจันทร์ประดิษฐารามวิทยาคมนั้นได้เปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนสตรีวัดจันทร์ประดิษฐาราม มาเป็นโรงเรียนจันทร์ประดิษฐารามวิทยาคม และได้ตัดคำว่าวัดออกจากชื่อโรงเรียนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ดังนั้นเมื่อ มส. มีมติเรื่องดังกล่าว อาตมาและผู้บริหารโรงเรียนจึงได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาประชุมหารือรับฟังความเห็นและการปฏิบัติตาม มติ มส. ซึ่งในเบื้องต้นส่วนใหญ่ก็มองว่าควรกลับมาใช้ชื่อ โรงเรียนวัดจันทร์ประดิษฐารามวิทยาคม เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่ตัดคำว่าวัดออกไป ทั้งนี้คาดว่าภายใน 2-3 วัน น่าจะได้ความชัดเจนเรื่องการเติมคำว่า วัดในชื่อโรงเรียน
พระครูสิทธิชัยวัฒน์ (เลิศรบ) เจ้าอาวาสวัดชัยฉิมพลี ภาษีเจริญ กล่าวว่า เห็นด้วยกับมติ มส. แต่ต้องรอหนังสือความชัดเจนจาก มส. ก่อนว่าจะให้ทางวัดและโรงเรียนปฏิบัติย่างไรบ้าง ในส่วนของวัดชัยฉิมพลี มีโรงเรียนวัดชัยฉิมพลี (ระดับประถมศึกษา) และโรงเรียนไชยฉิมพลีวิทยาคม (ระดับมัธยมศึกษา) ซึ่งใช้พื้นที่วัดตั้งโรงเรียน สำหรับโรงเรียนวัดชัยฉิมพลี คงไม่มีปัญหาอะไร จะมีปัญหาก็คงเป็นโรงเรียนไชยฉิมพลีวิทยาคม ดังนั้นเร็ว ๆนี้ จะต้องเร่งประชุมหารือกับผู้บริหารโรงเรียนว่าจะยอมเปลี่ยนชื่อมาเป็น โรงเรียนวัดไชยฉิมพลีวิทยาคมหรือไม่ หาก มส. แจ้งความชัดเจนเกี่ยวกับมติดังกล่าวมา ก็จะเร่งดำเนินการทันที
นายอำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (สำนักงาน พศ.) กล่าวว่า ปัญหาที่พบว่ามีผู้อำนวยการโรงเรียนบางแห่งนำที่ดินของวัดไปออกเป็นโฉนด เพื่อครอบครองนั้น ประเด็นได้เกิดขึ้นมาตลอด โดยเฉพาะในอดีตที่ผ่าน แต่ในปัจจุบันมีเพียงไม่กี่ราย ทั้งนี้เนื่องจากในอดีตการตั้งโรงเรียนเรียนในวัด ทางวัดยินยอมให้ใช้ที่ดินในการสร้าง แต่โรงเรียนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าจะได้ครอบครองที่ดินด้วย บวกกับหลักฐานเอกสารสิทธิ์ของวัดหลายแห่งไม่ชัดเจนทำให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น โดยมีผู้บริหารโรงเรียนนำที่ดินไปออกโฉนดเป็นที่ราชพัสดุ ซึ่งทางวัดก็ไม่ได้มีการตรวจสอบ ซึ่งการกระทำดังกล่าวทางกฎหมายถือผิด
นายอำนาจ กล่าวว่า โดยส่วนตัวมองว่าการจะทวงคืนที่ดินวัดนั้น ต้องยอมรับว่ายากและคงต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐาน เพราะหากเจ้าอาวาสหรือว่าพระผู้ใหญ่ที่มีหลักฐานเอกสารสิทธิ์ได้มรณะไปแล้ว รวมทั้งส่วนใหญ่ไม่คิดว่าจะมีการนำไปออกโฉนด ดังนั้นเมื่อเอกสารสิทธิ์ได้สูญหายไปแล้วก็จะยิ่งทำให้เรื่องดังกล่าวยากมากขึ้น
แต่อย่างไรก็ตามได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทำหนังสือส่งไปยังเจ้าคณะจังหวัด และวัดที่มีโรงเรียนตั้งอยู่ทั่วประเทศ สำนักงานพระพุทธศาสนา (พศจ.) ในแต่ละจังหวัด ให้ช่วยสำรวจ 2 ประเด็น 1.โรงเรียนที่ตัดคำว่าวัดออกมีกี่แห่ง 2.เรื่องปัญหาที่ดินวัดทั้งเรื่องการทำสัญญาเช่าที่ดินธรณีสงฆ์ ปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิ์และการจ่ายค่าเช่าที่ดิน
“ที่ผ่านมาปัญหาเรื่องการฮุบที่ดินวัดไม่ค่อยมีใครสนใจ ทำให้ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี ช่วงนี้ที่ มส. มีมติหากตัดชื่อวัดออกจากชื่อโรงเรียน เพราะจะได้ใช้จังหวะนี้ในการสำรวจปัญหาเอกสารสิทธิ์ที่ดินวัดด้วย ซึ่งมองว่าหากวัดใดมีหลักฐานหรือว่าข้อมูลชัดเจนว่ามีการนำที่ดินวัดไปออกเอกสารสิทธิ์ ก็จะต้องทวงคืน โดยจะให้ พศจ. เป็นผู้รวบรวมข้อมูลและช่วยแนะนำขั้นตอนการขอทวงคืนที่ดินวัด การทวงคืนที่ดินไม่ใช่การให้โรงเรียนย้ายออกไป แต่เป็นการโอนเอกสารสิทธิ์กับมาเป็นของวัดและให้ทำสัญญาเช่าถูกต้องตามระเบียบ” ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการ มส. กล่าว



