ไลฟ์สไตล์

รำลึกละครร้องร.6 "วิวาหพระสมุท"

รำลึกละครร้องร.6 "วิวาหพระสมุท"

03 มี.ค. 2554

  ถึงกลางวันสุริยันแจ่มประจักษ์
  ไม่เห็นหน้านงลักษณ์ยิ่งมืดใหญ่
  ถึงราตรีมีจันทร์อันอำไพ
  ไม่เห็นโฉมประโลมใจยิ่งมืดมน
  อ้าดวงสุริย์ศรีของพี่เอย
  ขอจงเผยหน้าต่างนางอีกหน
  ขอเชิญจันทร์แจ่มกระจ่างกลางสกล
  เยี่ยมให้พี่ยลเยือกอุรา

 บทเพลง สุริยัน-จันทรา พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประกอบละครร้องเรื่องวิวาหพระสมุท ตอนที่อันเดรยืนใต้หน้าต่างห้องของนางอันโดรเมดาแล้วขับร้องเพลง ขอให้นางเยี่ยมหน้าทางหน้าต่างให้เขาได้มีโอกาสยลความงามของนาง

 ละครร้องเรื่องวิวาหพระสมุท เป็นบทละครที่มีทั้งบทร้องและบทเจรจา เป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อ พ.ศ. 2461 โดยใช้พระนามแฝงว่า "ศรีอยุธยา" เป็นบทละครพูดสลับลำ (ลำนำ) กระนั้นวรรณคดีเรื่องนี้ก็มีลักษณะคล้ายกับละครสังคีต คือมีการดำเนินเรื่องด้วยการพูด และการร้อง ซึ่งมีความสำคัญเท่าเทียมกัน จะตัดส่วนใดออกมิได้ เพราะต่างก็มีใจความสำคัญของเรื่องแทรกอยู่

 สำหรับเนื้อเรื่องได้เค้ามาจากนิยายกรีกโบราณ ที่เชื่อกันว่าถ้าหญิงงามตายในทะเลจะช่วยให้พ้นจากอุทกภัย ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดการแสดงละครเรื่องนี้อยู่หลายครั้ง เช่น ครั้งแรกจัดแสดงที่จิตรลดาสภาคาร พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2459 โดยทรงรับแสดงเป็นนายนาวาเอกเอ็ดเวอร์ดไลออน ต่อมาสมาคมฝรั่งเศสจัดแสดงใน พ.ศ.2460 โดยทรงพระราชนิพนธ์เล่าเรื่องเป็นภาษาอังกฤษประกอบและทรงตั้งชื่อไว้ว่า The Marriage of Neptune ในพ.ศ. 2462 คณะเสือป่ากองเสนาหลวงรักษาพระองค์ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจัดแสดงเพื่อเก็บเงินให้ราชนาวีสมาคมในการจัดซื้อเรือรบหลวง "พระร่วง" และต่อมาใน พ.ศ.2463 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ วิลเฟรด ทอนลีย์ แปลบทพระราชนิพนธ์เป็นภาษาอังกฤษเพื่อจัดแสดงเก็บเงินบำรุงวชิรพยาบาล และมีการจัดแสดงต่อมาอีกเสมอจนสิ้นรัชกาล เป็นเรื่องที่มีคุณค่าทางวรรณคดี เป็นบทละครที่ให้ความสุขใจและขบขันในบางตอน เป็นเรื่องรัก สดชื่นจบลงด้วยความสุข กระบวนกลอนและฉันท์ประณีตบรรจง บทร้องและทำนองเพลงไพเราะ

 เนื้อเรื่องย่อมีว่า ประชาชน พลเมืองของอัลฟาเบตา มีความสุขเป็นปกติอยู่ ท้าวมิดัสผู้ครองนครมีธิดาชื่อ อันโดรเมดา ซึ่งอันเดร เจ้าต่างนครหลงรัก แต่อันเดรมีคู่แข่งคือ คอนสตันติโน๊ส สหายของหัวหน้านักบวช ขณะนั้นเรือรบอังกฤษชื่อ อ๊อกสฟอร์ด ได้เข้ามาจอดอยู่ในอ่าวเต็กหลี มีหางเปียเป็นกุ๊กอยู่ในเรือรบลงมาเที่ยวบนบก ไม่มีใครเคยเห็นคนจีนมาก่อน ฝ่ายของคอนสตันติโน๊สจึงทำอุบายให้พลเมืองเชื่อว่าเป็นผีทะเล ผู้แทนของพระสมุทที่มาทวงส่วยเพราะครบรอบร้อยปีแล้ว และวิธีส่งส่วยก็คือจะต้องให้เจ้าหญิงอันโดรเมดาไปสมรสกับพระสมุท หรือกับผู้ที่พระสมุทให้มาเป็นตัวแทน คิดอุบายกันว่าจะให้เต๊กหลีชี้ตัวคอนสตันติโน๊สว่าเป็นผู้แทนพระสมุท ข้อนี้นาวาเอกเอ็ดเวอร์ดไลออนแก้ได้โดยอ้างว่ากองทัพเรืออังกฤษเป็นเจ้าทะเล ย่อมเป็นทูตของพระสมุทที่มีสิทธิชี้ตัวผู้แทนพระสมุทได้ ฝ่ายเจ้าชายอันเดรจึงมีชัยชนะในที่สุด

 ละครร้อง นับเป็นศิลปะการแสดงแบบใหม่ที่กำเนิดขึ้นในตอนปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ได้ปรับปรุงขึ้นโดยได้รับอิทธิพลจากละครต่างประเทศ ผู้แสดงหลักเป็นผู้หญิงล้วน เว้นแต่ “ตัวตามพระ” เป็นผู้ชาย ใช้ชายจริงหญิงแท้ในสมัยต่อมา ไม่มีการร่ายรำ เป็นเพียงกระทำกริยาท่าทาง กำมือ แบมือ หรือ ใช้นิ้ว ตามความเหมาะสมกับท้องเรื่อง เรียกการแสดงแบบนี้ว่า “ละครกำแบ” ตัวละครแต่งกายสมจริงตามท้องเรื่อง สร้างฉากให้สมจริงตามท้องเรื่อง ใช้เทคนิคอุปกรณ์แสงสีเสียงเพื่อสร้างบรรยากาศ ใช้เพลงไทยเป็นพื้น แต่ถ้าเป็นเรื่องราวของพงศาวดารที่เกี่ยวกับต่างชาติ ก็ใช้เพลงออกภาษาชนชาตินั้นๆ การแสดงประกอบด้วยการบรรเลงวงปี่พาทย์ การแสดงยึดถือบทร้องเป็นสำคัญ มีการเจรจาอยู่บ้าง แต่เป็นการทวนความที่ร้องไป