
พบร.ร.มีคำว่าวัดนำหน้า21,125แห่ง
สพฐ.สำรวจเบื่องต้น ร.ร.ในสังกัดมีคำว่า วัด นำหน้าชื่อ 21,125 โรง เบื้องต้นเตรียมไปดูระเบียบที่เกี่ยวข้อง ด้าน ชินวรณ์ ขนานรับมติ มส. สั่งทำประชาพิจารณ์สอบถามความเห็นครู นักเรียน ชุมชน อนุกมธ.ศาสนาฯเตรียมจับมือพศ.สำรวจจริงจัง ด้านพศ.แจงโรงเรียนอย่าต
(1มี.ค.) ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาธิการ (กพฐ.) กล่าวถึงกรณีที่ประชุมมหาเถระสมาคม (มส.) วานนี้ (28 ก.พ.) มีมติเห็นชอบไม่ให้ตัดคำว่า “วัด” ที่นำหน้าชื่อโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของวัดหรือธรณีสงฆ์ออก โดยหากวัดใดที่ได้ดำเนินการตัดคำว่า “วัด” ออกไปแล้วให้นำกลับมาใส่หน้าชื่อโรงเรียนเช่นเดิม ซึ่ง มส.ให้ถือว่ามติในที่ประชุมนั้นมีผลบังคับใช้ทันที
ทั้งนี้ ที่ประชุม มส. เห็นชอบในเรื่องดังกล่าวเพราะคณะอนุกรรมาธิการกิจการพระพุทธศาสนา ในคณะกรรมาธิการศาสนาศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอ ว่า ขณะนี้ โรงเรียนในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีจำนวนทั้งสิ้น 31,424 โรง ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 10 มิ.ย. 2553 ระบุว่า มีโรงเรียนใช้พื้นที่ธรณีสงฆ์และใช้คำว่า “วัด” นำหน้าชื่อโรงเรียน จำนวน 21,125 โรง แบ่งเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา 20,907 โรง และระดับมัธยมศึกษา 218 โรง อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนชื่อโรงเรียนโดยนำชื่อวัดออกนั้น คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา จะต้องเป็นผู้ดำเนินการภายใต้ แนวปฏิบัติในการเปลี่ยนชื่อสถานศึกษา พ.ศ. 2552
“เรื่องการทำตามมติ มส.นั้น เบื้องต้นขอศึกษาระเบียบที่เกี่ยวข้อง แต่ความจริงแล้ววัดและสถานศึกษามีความใกล้เคียงกันมาก และมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นเพราะวัดให้การอนุเคราะห์เรื่องการจัดการศึกษา ต้องดูเจตนารมณ์ของการดำเนินการในกรณีนี้ด้วยว่าโรงเรียนที่เปลี่ยน ๆ เพราะอะไร ยกเว้นกรณีที่โรงเรียนใช้พื้นที่วัดแต่ได้รับชื่อพระราชทาน จุดนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่ส่วนใหญ่หากกังวลเรื่องค่านิยมผมคิดว่าไม่เป็นเป็นปัญหา เพราะดูได้จากจำนวนโรงเรียนที่มีคำว่าวัดนำหน้า มีถึง 2 ใน 3 และส่วนใหญ่คุณภาพของผู้เรียนก็มีคุณภาพที่ดี เชื่อว่าผู้ปกครองเข้าใจเชื่อมั่นในการจัดการศึกษาของโรงเรียนที่มีคำว่า “วัด” นำหน้า อีกทั้งจะต้องดูย้อนประวัติของการก่อตั้งโรงเรียนด้วยว่ามีความเป็นเช่นไร กรณี ของโรงเรียนเทพศิรินทร์ นั้น ก็ตั้งอยู่พื้นที่วัดแต่ว่าเดิม ใช้ชื่อ “โรงเรียนเทพศิรินทร์” อยู่แล้วไม่มีคำว่าวัดนำหน้า”นายชินภัทร กล่าว
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เห็นด้วยกับมติของ มส. เพราะมติของมส. สอดรับกับแนวความคิดของตน ทั้งนี้ ตนคิดว่าควรจะภาคภูมิใจถึงความเป็นมาและความงดงาม ซึ่งตนได้ให้เป็นนโยบายให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ โดยให้ดำเนินการตามประกาศ นำไปทำประชาพิจารณ์สอบถามความเห็น ครู นักเรียน ชุมชน ให้จากนั้นให้นำผลประชาพิจารณ์ส่งเขตพื้นที่การศึกษา และสพฐ. เพื่อนำเสนอ รมว.ศธ. พิจารณาต่อไป
อนุกมธ.ศาสนาฯเผยชื่อร.ร.ชื่อดังตัดคำว่าวัดออกเพียบ
นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (สำนักงาน พศ.) กล่าวถึงกรณี มส. มีมติเห็นชอบไม่ให้ตัดคำว่า "วัด" ที่ใช้นำหน้าชื่อโรงเรียนที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ธรณีสงฆ์ออก หากโรงเรียนใดตัดออกไปต้องนำกลับมาใส่เหมือนเดิมนั้น หลังจากมติดังกล่าวออกมาหลายโรงเรียนอาจจะเกิดความสับสนและไม่เข้าใจ ต้องขอชี้แจงว่ามติดังกล่าวยังไม่มีผลทันที โดยหลังจากนี้สำนักงาน พศ. ต้องหารือกับฝ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางวัดที่โรงเรียนตั้งอยู่ ผู้บริหารโรงเรียนและกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อจัดทำหลักเกณฑ์ว่าโรงเรียนใดบ้างที่มีการตัดชื่อวัดออกไปแล้ว และจะต้องนำกลับมาใส่เหมือนเดิม รวมทั้งต้องรอผลการสำรวจจำนวนโรงเรียนที่ตัดชื่อวัดออก โดยตนได้สั่งให้เร่งดำเนินการสำรวจเรื่องดังกล่าวแล้ว คาดว่าภายในเร็วๆ นี้จะได้จำนวนที่แน่นชัด
นายนพรัตน์ กล่าวอีกว่า สำหรับโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ธรณีสงฆ์ แต่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามมติดังกล่าวจะเป็นโรงเรียนได้รับชื่อพระราชทาน ซึ่งจุดประสงค์ของมติดังกล่าว เพื่อป้องกันโรงเรียนที่มีความพยายามตัดคำว่า วัด ออกจากชื่อโรงเรียน โดยไม่มีหลักการและเหตุผลและมีผลประโยชน์แอบแฝง อาทิ มีผู้อำนวยการโรงเรียนบางแห่งต้องการตัดชื่อวัดออกจากชื่อโรงเรียน เพราะต้องการนำที่ดินของวัดไปออกเป็นโฉนด ซึ่งตนได้สั่งให้ดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวว่าข้อมูลที่ได้รับรายงานนั้นเป็นจริงหรือไม่ และมีโรงเรียนกี่แห่งที่พยายามนำที่ดินวัดไปออกเป็นโฉนด เพื่อต้องการอุบที่ดินของวัดเป็นของโรงเรียน ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ สำนักงาน พศ. กำลังเป็นห่วงมาก และหากตรวจพบว่ามีโรงเรียนใดอุบที่ดินวัดก็จะตามทวงคืนแน่นอน
ผอ.พศ. กล่าว นอกจากมติการห้ามตัดชื่อวัดออกจากโรงเรียนแล้ว ตนกำลังจะหารือกับวัดทั่วประเทศ ให้เร่งดำเนินการตรวจสอบการทำสัญญาเช่าที่ธรณีสงฆ์ ของโรงเรียนต่างๆ เพราะขณะนี้มีรายงานในเบื้องต้นว่าโรงเรียนที่เช่าที่วัดหลายโรงเรียนไม่เคยทำสัญญาเช่า ที่สำคัญบางแห่งไม่ยอมจ่ายค่าเช่ามาแล้ว 20-30 ปี ดังนั้นต้องหารือกับวัดให้ทำสัญญาเช่าให้ชัดเจนและต้องเก็บค่าเช่า โดยเฉพาะโรงเรียนที่ไม่เคยจ่ายค่าเช่าเลย และโรงเรียนที่ค้างค่าเช่ามานานแล้ว ซึ่งก็ทราบว่ามีหลายโรงเรียนไม่เห็นด้วยกับการทำสัญญาเช่าที่ธรณีสงฆ์ เพราะการทำสัญญาเช่านั้นโรงเรียนต้องมีการตั้งงบประมาณเพิ่มขึ้นมาอีก เนื่องจากที่ผ่านมาโรงเรียนหลายแห่งไม่เคยตั้งงบประมาณส่วนนี้และจ่ายค่าเช่าเลย
นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ(กมธ.) กิจการพระพุทธศาสนา ในคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้เสนอเรื่องดังกล่าวให้ มส. พิจารณา ว่า จากการสำรวจและรวบรวมข้อมูลในเบื้องต้นพบว่าโรงเรียนที่มีการตัดคำว่าวัด ออกจากโรงเรียน อาทิ โรงเรียนวิมุตยารามพิทยากร เขตบางพลัด, โรงเรียนกุนนทีรุทธารามวิทยาคม เขตดินแดง, โรงเรียนจันทร์ประดิษฐารามวิทยาคม เขตภาษีเจริญ, โรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย เขตบางกอกน้อย โรงเรียนไชยฉิมพลีวิทยาคม เขตภาษีเจริญ, โรงเรียนไตรมิตรวิทยาลัย เขตสัมพันธวงศ์, โรงเรียนเทพลีลา เขตบางกะปิ, โรงเรียนเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย, โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม เขตบางกอกน้อย อย่างไรก็ตาม คณะอนุกมธ.ฯจะร่วมมือกับสำนักงาน พศ. สำรวจจำนวนโรงเรียนที่แน่นชัดอีกครั้ง



