
ซัมซุงส่งแอลอีดีทีวีลุยตลาดไทย
ซัมซุงเปิดตัวทีวีนวัตกรรมใหม่ "แอลอีดี ทีวี" เจาะตลาดพรีเมียม ทุ่มงบการตลาด 100 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 3 หมื่นยูนิต
นายวิชัย พรพระตั้ง หัวหน้ากลุ่มธุรกิจภาพและเสียง บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยถึงแผนการทำตลาดสินค้าในกลุ่มทีวี ว่า บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มพรีเมียม ที่บริษัทพบว่าความต้องการในการซื้อสินค้ายังมีอยู่ ล่าสุดได้เปิดตัว แอลอีดี ทีวี ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ยังไม่มีใครทำตลาดในเมืองไทย และคาดว่าจะมาแทนที่แอลซีดี ทีวี ในอนาคต เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าทั้งในด้านภาพที่ให้แสงสว่างและความคมชัดกว่า และประหยัดพลังงานกว่าถึง 40% โดยการเปิดตัวครั้งนี้มีทั้งหมด 3 รุ่น ราคาเริ่มต้นที่ 7.999 หมื่นบาท สูงสุด 1.749 แสนบาท
"ตอนนี้แม้ว่าสถานการณ์จะไม่ปกติ แต่เราในฐานะผู้ประกอบการจำเป็นต้องหาสินค้าใหม่ๆ มาตอบสนองตลาด ซึ่งนวัตกรรมใหม่และความแตกต่างจากคู่แข่ง จะเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มพรีเมียมที่เราเชื่อว่า ต้องการความแตกต่าง แม้ว่าราคาของแอลอีดีจะสูงกว่าแอลซีดี ทีวี 15% ก็ตาม” นายวิชัยกล่าวและว่า การเปิดตัวสินค้าใหม่ครั้งนี้จะช่วยรักษาส่วนแบ่งตลาดแอลซีดี ทีวี ของซัมซุงไว้ที่ 37% หรือเป็นอันดับหนึ่งของตลาด
ด้านนายสุพจน์ ลีนานุรักษ์ หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์จอภาพ กล่าวว่า การเปิดตัวแอลอีดี ทีวี ครั้งนี้ ถือเป็นกลยุทธ์บลูโอเชี่ยน ที่ซัมซุงต้องการหนีการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด โดยเฉพาะแอลซีดี ทีวี ที่มีผู้ประกอบการทำตลาดจำนวนมาก และใช้กลยุทธ์เรื่องราคาเป็นหลัก ดังนั้นแอลอีดี ทีวี จึงเป็นสินค้าที่อยู่ในตลาดบลูโอเชี่ยน ที่ซัมซุงต้องการหนีการแข่งขันด้านราคา สำหรับกลุ่มลูกค้าจะเป็นระดับบีบวกขึ้นไป
การเปิดตัวแอลอีดี ทีวี ซัมซุงจะใช้งบการตลาด 100 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ไว้ 3 หมื่นยูนิต โดยที่เป็นไฮไลท์และคาดว่าจะมียอดขายสูงสุดคือ ขนาด 40 นิ้ว ส่วนยอดขายรวมของกลุ่มทีวี ปีนี้ซัมซุงตั้งเป้าการเติบโตไว้ 40% หรือคิดเป็น 8,700 ล้านบาท โดยตลาดรวมทีวีปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 3 ล้านยูนิต แบ่งเป็นแอลซีดี 6.2 แสนยูนิต พลาสมา 6.5 หมื่นยูนิต ที่เหลือเป็นแฟลท ทีวี



