ไลฟ์สไตล์

กฟก."ฝึกอาชีพ"ให้คนพิการ

กฟก."ฝึกอาชีพ"ให้คนพิการ

01 มี.ค. 2554

ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554 ได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้เกษตรกร 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ ที่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) กลุ่มเกษตรกรที่เป็นหรือไม่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ แต่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน

  ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างมากที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับคนกลุ่มนี้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวขณะนี้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) กำลังอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับวงเงินค่าใช้จ่าย และการแยกบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ  โดยหน่วยงานหลักที่เข้ามาดูแลก็คือสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร หรือ กฟก.

 สำหรับแผนการดำเนินงานนั้น นายสมยศ ภิราญคำ รองเลขาธิการรักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร(กฟก.)ก็บอกว่า ปีนี้สำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ ได้มีแผนเร่งบูรณาการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกโดยเร็วตามโครงการปรับโครงสร้างหนี้และฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร ภายใต้ พ.ร.บ.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยใช้งบประมาณที่ได้รับจัดสรร จำนวน 2,200 ล้านบาท ส่งเสริมการปรับกระบวนทัศน์หรือปรับแนวคิดและพฤติกรรมเกษตรกรลูกหนี้ในโครงการ พร้อมเร่งฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพหลักเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต ทั้งยังจะสร้างอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร โดยมีกลุ่มเป้าหมายไม่น้อยกว่า 2.4 แสนรายทั่วประเทศ

 ทั้งนี้ เกษตรกรสมาชิกในโครงการทุกรายนั้นจะต้องผ่านกระบวนการปรับทัศนคติในการประกอบอาชีพและปรับแนวคิดในการดำรงชีวิตใหม่ โดยจะได้เข้าไปเรียนรู้ในศูนย์ฝึกอบรมและศูนย์ปราชญ์ฯ ที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว จำนวน 212 ศูนย์ ซึ่งหลักสูตรฝึกอบรมจะเน้นให้เกษตรกรร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา พร้อมหาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินในระดับครัวเรือนโดยการฟื้นฟูอาชีพหลัก สร้างอาชีพรองหรืออาชีพเสริม ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของเกษตรกรเป็นหลัก และให้เรียนรู้การนำเสนอโครงการฟื้นฟูอาชีพผ่านกระบวนการองค์กรเกษตรกรด้วย

 แต่ที่คุณสมยศได้เน้นย้ำก็คือการฝึกอบรมเกษตรกรสมาชิกดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม โดยเน้นให้ทุกศูนย์ฝึกอบรมถ่ายทอดและสอดแทรกหลักการดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้เกษตรกรที่เข้ารับการฝึกอบรมนำไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิตประจำวันด้วย ซึ่งหลังผ่านการฝึกอบรมไปแล้ว คาดว่าเกษตรกรประมาณ 80-90% จะได้รับการฟื้นฟูทันที ทั้งยังสามารถช่วยเหลือตนเองให้มีอาชีพที่มั่นคง และมีรายได้เพียงพอที่จะชำระหนี้คืนแก่สถาบันการเงินได้ตามแผนที่กำหนดไว้ โดยกลุ่มคนพิการ หรือทุพพลภาพ จะต้องให้การดูแลเป็นพิเศษในเรื่องการของอาชีพอันจะนำไปสู่การมีรายได้นั่นเอง
    
"สุรัตน์ อัตตะ"
[email protected]