ไลฟ์สไตล์

จากต้นน้ำแม่สายสู่ขุนเขากล้วยไม้"ภูพญาพ่อ"

จากต้นน้ำแม่สายสู่ขุนเขากล้วยไม้"ภูพญาพ่อ"

27 ก.พ. 2554

ฉันก้าวลงจากรถมายืนในลานกว้างสนามบาสเก่าของโรงเรียนร้างบ้านนาตอง กวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านชั้นเดียวยกพื้นสูงนอกชานกว้างปลูกห่างๆ กัน รอบๆ พื้นที่ปลูกผักและเลี้ยงสัตว์ไม่กว้างนัก เสียงน้ำไหลจากลำธารใกล้ๆ นี่หรือดินแดนที่เคยโดนอุทกภัยหนักเมื่อไม่กี่ปีมานี้

 บ้านนาตอง ดินแดนเต่าปูลู อยู่ห่างจากตัวเมืองแพร่ประมาณ  20 กิโลเมตร ตอนนี้มีถนนลาดปูนสายเล็กทอดเข้าสู่หมู่บ้าน สายน้ำกว้างใสขนานกับถนนที่คดเคี้ยวลัดเลาะตามเนินเขา

 แดดอ่อนๆ เริ่มสาดส่องลอดต้นไม้ใหญ่ ฉันหยุดสายตาไว้ที่ศาลาหลังเล็กๆ ข้างทาง ชาวบ้านชายหญิงกลุ่มใหญ่แต่งกายมิดชิดพร้อมกระสอบเตรียมพร้อมออกเดินทางไกล รอยยิ้มที่ชาวบ้านมีให้ขณะเดินเข้ามา การแนะนำตัวที่อ่อนน้อมด้วยอัธยาศัยไมตรี ยิ้มแย้มทักทายสอบถามถึงสภาพร่างกายความพร้อม

 การต้อนรับที่อบอุ่นและเป็นกันเองของชาวบ้านนาตอง ทำให้พวกเราทำตัวสบายๆ

 สัมภาระบางส่วนถูกขนขึ้นรถเครื่องวิ่งตัดลำธารไปรอที่บ้านหลังแรกเชิงเขา ดูเหมือนเป็นหลังเดียวที่เหลืออยู่บริเวณเชิงเขาหลังจากเกิดอุทกภัยใหญ่ครั้งนั้น

 จากสนามบาสเก่าของโรงเรียนพวกเราเดินตามถนนปูนไปเรื่อยๆ ตัดผ่านพื้นที่เพาะปลูกและลัดเลาะตัดข้ามลำธารกว้างใหญ่ สภาพต้นไม้ใหญ่ล้มขวางทางตามกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวเมื่อหลายปีก่อนยังหลงเหลือเป็นอุปสรรคเล็กๆให้ได้ข้าม เหยียบย่ำไปเรื่อยๆ สายน้ำแม่สายที่เหมือนโดนกัดเซาะให้กว้างขวาง แล้วปูลาดพื้นด้วยก้อนหินก้อนเล็กๆ ฝ่าฝูงผีเสื้อที่เกาะตามพื้นมากมาย

 เส้นทางตามลำน้ำแม่สายที่กว้างใหญ่ ระดับน้ำใสตื้นบ้างลึกบ้าง และเล็กลงเรื่อยๆ ตามระยะทาง ช่วงเส้นทางนี้ เราพบ นกเด้าลมหลังเทา (Grey Wagtail) 2 ตัว และ นกเขนน้ำหลังเทา (Slaty backed Forktail)

 เมื่อเราเดินเข้าป่าลึก ต้นหญ้าที่ขึ้นสูงสองข้างทางในพื้นที่ราบ กลายเป็นต้นไม้ใหญ่ และเนินเขาสูง ป่าที่โปร่ง ก็กลายเป็นป่าทึบเมื่อเราเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ เสียงสายน้ำไหลแรงดังใกล้ขึ้นเมื่อเราปีนป่ายจากชั้นน้ำตกด้านล่างขึ้นสู่ ... ตาดนาริน ... ต้นน้ำของลำน้ำน่าน สายน้ำบริสุทธิ์แห่งผืนป่าที่บริสุทธิ์บ้านนาตอง

 จากจุดนี้ฉันมองไปรอบๆ ไม่มีเส้นทางที่จะปีนขึ้นทางน้ำตกได้ นกเขนหัวขาวท้ายแดง (White -Capped water Restart) ที่ยึดครองพื้นที่บริเวณผาหินตาดนาริน กระโดดไปมากระดกหางขึ้นลงอย่างสนุกสนาน อิ่มสำราญกับแมลงที่อาศัยละแวกนั้น

 ฉันมองความน่ารักซะเพลิน กว่าจะรู้สึกตัวเพื่อนๆ ก็เริ่มปีนป่ายเลาะเนินดินสูงด้านข้างไต่ระดับขึ้นเหนือตาดนาริน คนขึ้นก่อนหันหลังฉุดคนเดินตาม คนเดินตามคอยขานบอกระวังก้อนหินจะหล่น ผลัดเปลี่ยนกันในแต่ละบทบาทไปเรื่อยๆ

 แคมป์ตาดนารินเป็นลานต้นไผ่กว้างๆ ลดหลั่นระดับตามความสูงชัน หลายคนจับคู่เริ่มผูกเปลอาศัยฟรายชีทผืนเดียวกัน แต่สำหรับฉันขออยู่ในวงล้อม รับความอบอุ่นจากพี่ๆ ใต้ฟรายชีทสโมสรผืนใหญ่ เปลที่เอามากลายสภาพเป็นมุ้งได้อยางดี

 เสียงไผ่เสียดสีตามแรงลม เสียงใบไม้สั่นไหว เสียงสายน้ำกระทบหิน สอดประสานเป็นดนตรีแห่งพงไพรที่ขับกล่อมพวกเราให้หลับไหลยามค่ำคืน

 รุ่งเช้าหลังจากเก็บสัมภาระ พวกเราเดินตัดลำธารต้นน้ำไต่ระดับเนินสูงๆ ขึ้นลงร่วม 10 ลูก เอื้องแฝก ที่ขึ้นเรียงรายเกลื่อนเนินเขาตลอดทาง สิงโตรวงข้าว ที่ห้อยย้อยเป็นพวงรับแสงแดดรำไร นั่น สิงโตสยาม  หลบอยู่ตามคบไม้ใหญ่

 เดินลัดเลาะตามสันเขา นั่งเรียงแถวรับลมใต้ร่มไม้ ฉันเหม่อมองทิวเขาสลับสับซ้อนเบื้องหน้า เส้นทางถนนที่ทอดขึ้นสู่ยอดภูพญาพ่ออีกด้าน เหยี่ยวผึ้ง (Oriental Honey Buzzard) ขี้สงสัยโฉบเข้ามาดูแล้วร่อนตีวงขึ้นอย่างรวดเร็ว  แล้วตัดสินใจวกกลับมาดูพวกเราอีกครั้งก่อนจะร่อนหายลับไป

 ช่วงบ่ายๆ พวกเราก็เดินขึ้นมาถึงจุดที่มีความสูง 1440 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ต่างคนต่างเลือกทำเลที่นอน สโมสรของพวกเราวันนี้ ตั้งอยู่หลังกอ เอื้องสีลา กลางยอดภู

 แสงสีส้มพร้อมตะวันดวงโตค่อยๆ เคลื่อนลับเหลี่ยมเขา ความมืดเริ่มปกคลุม อากาศเริ่มเย็นขึ้น เหลือแค่ลมเท่านั้นที่ยังพัดโชยเพียงเบาๆ

 แกงกะทิต้นหวาย ถัวเขียวต้มน้ำตาล ชาอุ่นๆ และเสียงพูดคุยเบาๆ เพียงพอแล้วสำหรับคืนนี้

 เทือกภูพญาพ่อฤดูกาลนี้ เต็มไปด้วยเอื้องแฝก เอื้องสีลา สิงโตรวงข้าว สิงโตสยาม ความงามและความบริสุทธิ์ของป่าที่ชาวบ้านนาตองเก็บรักษาไว้

 วันนี้ได้แบ่งปันให้พวกเราได้เข้าไปเห็นและสัมผัส ... จากต้นน้ำแม่สาย สายน้ำบริสุทธิ์แห่งผืนป่าที่บริสุทธิ์บ้านนาตอง สู่ขุนเขากล้วยไม้งาม ภูพญาพ่อ

www.oknation.net/blog/ChMinivet