
ม.เกษตรฯพัฒนาเครื่องสแกนฝ่าเท้าผู้ช่วยแพทย์วินิจฉัยโรคเท้าผิดรูป
เท้า หรือพูดกันภาษาบ้านๆ ว่า ตีน มักถูกมองว่าเป็น อวัยวะเบื้องต่ำ และหยาบคายหากใช้ไม่เหมาะสม ทั้งที่เท้ามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการใช้ชีวิต แต่เท้าเป็นอวัยวะที่ไม่ค่อยพบอาการเจ็บป่วยเหมือนอวัยวะส่วนอื่น ยกเว้นเมื่อถูกใช้งานมากเกินกำลังจนส่งผลกระทบต่อเอ็น
มีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่เท้ามีลักษณะปกติมาตั้งแต่กำเนิด รวมถึงคนที่ประสบอุบัติเหตุทั้งหนักและเบาจนทำให้เท้าเดินกะเผลก และรองรับน้ำหนักร่างกายไม่เท่ากัน ผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวจำเป็นต้องตัดรองเท้า หรือหาแผ่นรองเท้ามาเสริมพิเศษเพื่อให้การเดินและรับน้ำหนักได้สัดส่วนเท่ากันจะได้ไม่เกิดอาการเจ็บ เคล็ด หรืออักเสบไปยังส่วนอื่นของร่างกาย
โดยทั่วไปแล้ว แพทย์ด้านกระดูกและข้อต่อ หรือแพทย์ออโธปิดิกส์มักเป็นผู้วินิจฉัยความผิดปกติของลักษณะและรูปทรงเท้าโดยสังเกตการทิ้งน้ำหนักตัวลงบนเท้าของผู้ป่วย ซึ่งต้องอาศัยเวลาและความชำนาญ หากไม่มีอุปกรณ์พิเศษสำหรับตรวจสอบแรงกดของเท้า ซึ่งมักเป็นอุปกรณ์การแพทย์ที่ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ และมีราคาหลักแสนถึงหลักล้าน ซึ่งโรงพยาบาลชุมชุนไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ดังกล่าวได้
ณัฐกานต์ ลิขิตผลจรูญ นิสิตปี 4 จากสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา จึงพัฒนาระบบวิเคราะห์ฝ่าเท้าเพื่อการวินิจฉัยโรคสำเร็จเพื่อเป็นผู้ช่วยแพทย์ออโธปิดิกส์ในการวินิจฉัยความผิดปกติของเท้าคนไข้และรักษาได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น แต่ราคาถูกกว่าเพียงหลักหมื่น
“ระบบวินิจฉัยฝ่าเท้า จะทำให้งานวินิจฉัยโรคเท้าของแพทย์ออโธปิดิกส์เกิดความสะดวกและแม่นยำขึ้น จากเดิมที่ผ่านมาจะต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์โดยตรงในการวินิจฉัยโรคเท้า ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงรวมถึงรักษาไม่ถูกอาการ” เจ้าของผลงานวิจัยกล่าว
โดยทั่วไปแพทย์จะดูรูปทรงฝ่าเท้าของคนไข้ที่เหยียบลงบนกระจกใส และมีกระจกเงาส่องอยู่ใต้แท่นยืน วิธีเดิมที่ใช้การวินิจฉัยแต่ละครั้งจะต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์และเวลาในการวินิจฉัยค่อนข้างมาก เพราะต้องนำไปเปรียบเทียบกับความรู้ที่มีอยู่เพื่อวินิจฉัยว่าคนไข้มีลักษณะเท้าที่อยู่ในกลุ่มไหนระหว่าง เท้าแบน เท้าโก่ง หรือเป้าปกติก่อนที่จะแนะนำวิธีแก้ไข
ทีมวิจัยพัฒนาระบบวินิจฉัยฝ่าเท้าด้วยการนำระบบการตรวจวินิจฉัยเท้าแบบเดิมมาต่อยอด และให้ใช้งานง่ายเพียงคนไข้ขึ้นไปยืนบนแท่น ซึ่งติดตั้งกล้องเว็บแคมไว้ใต้ฝ่าเท้า ก่อนนำข้อมูลภาพไปประมวลผลเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลที่มีอยู่และรายงานผลออกมาเป็นภาพ พร้อมกับลักษณะแรงกดที่เกิดขึ้น เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยและแนะนำวิธีแก้ไขแก่คนไข้ต่อไป
ยุทธพงศ์ อุณหทวีทรัพย์ เพื่อนร่วมทีมพัฒนา กล่าวว่า ระบบดังกล่าวถูกนำไปทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานกับแพทย์ที่โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา กับกลุ่มผู้ป่วยอาสาสมัครจำนวน 108 ฝ่าเท้า เพื่อเป็นผู้ช่วยในการวินิจฉัยฝ่าเท้าของแพทย์พบว่า สามารถรายงานผลได้แม่นยำ 98% สอดคล้องกับการวินิจฉัยด้วยตาเปล่าของแพทย์ในแบบเดิม
งานวิจัยดังกล่าวอยู่ระหว่างการยื่นจดสิทธิบัตร ก่อนที่จะส่งเสริมให้เกิดการขยายผลด้านการใช้งานในวงการแพทย์ต่อไปในอนาคต ซึ่งผู้วิจัยบอกว่า ต้นทุนของระบบดังกล่าวมีราคาไม่เกิน 1 หมื่นบาท อนาคตหากได้รับการขยายผลจะทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาเข้าถึงชุมชนต่างจังหวัดได้มากขึ้น
ระบบวินิจฉัยเท้าดังกล่าว นอกจากทำขึ้นเพื่อใช้งานกับแพทย์ด้านออโธปิดิกส์แล้วยังสามารถประยุกต์ใช้งานกับอุตสาหกรรมรองเท้าได้ด้วย เพื่อการตัดรองเท้าที่จำเพาะแต่ละบุคคลที่เท้ามีปัญหา
ทั้งนี้ ผลงานดังกล่าวเป็นนวัตกรรมไอทีที่ส่งเข้าร่วมการแข่งขันในงานมหกรรมประกวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทยครั้งที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ เนคเทค มาตั้งแต่ปี 2545 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนความรู้และความสามารถเยาวชนไทยในด้านเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศ
กานต์ดา บุญเถื่อน



