
พศ.เรียกแจงปมศาลตั้งแม่ชีบริหารวัด
พศ.ประสานเจ้าอาวาสวัดไทยนาลันทา ชี้แจงปมศาลอินเดียตัดสินตั้งแม่ชีบริหารวัด
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีพระครูปริยัติธรรมวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยนาลันทา เมืองปัฏนา รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย ขอให้นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) ช่วยประสานไปยังสำนักงาน พศ. ช่วยหาทางออกกรณีศาลสูงเมืองปัฏนา มีคำพิพากษาให้แม่ชีอารีย์ ผ่องใส เป็นผู้บริหารจัดการวัดแทนเจ้าอาวาสว่า พศ.ยังไม่ได้รับการประสานเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวจากพระครูปริยัติธรรมวิเทศ
แต่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประสานไปยังพระราชรัตนรังษี เจ้าอาวาสวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ในฐานะรองหัวหน้าพระธรรมทูตในอินเดียให้ช่วยชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวอย่างละเอียด เนื่องจากมีหลายประเด็นที่ปรากฏเป็นข่าว แต่สำนักงาน พศ. มองว่ามีข้อสงสัยและยังไม่เป็นที่ชัดเจน เช่น เรื่องพินัยกรรมของพระมหาธารทอง อดีตเจ้าอาวาสวัดไทยนาลันทาว่า มีรายละเอียดและเนื้อหาอย่างไร ที่สำคัญในพินัยกรรมระบุชัดเจนหรือไม่ว่าให้แม่ชีอารีย์ เป็นผู้บริหารจัดการวัดทั้งหมด
นายนพรัตน์ กล่าวอีกว่า ขอชี้แจงอีกครั้งว่าวัดไทยนาลันทาไม่ได้อยู่ในการดูแลของสำนักงานพศ. ดังนั้น จะเข้าไปดำเนินการสั่งการหรือว่าแก้ปัญหาคงทำได้ยาก เพราะการจัดตั้งวัดในต่างประเทศจัดตั้งในรูปแบบมูลนิธิ โดยมองว่ามหาเถรสมาคม (มส.)และสำนักงาน พศ. ทำได้แค่ให้คำปรึกษาและให้คำแนะนำเท่านั้น ทั้งนี้คาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ พระราชรัตนรังษี น่าจะสามารถรายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในวัดไทยนาลันทาทั้งหมดได้ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลประกอบการให้คำแนะนำให้และช่วยเหลือเท่าที่สำนักงาน พศ. จะกระทำได้
ผอ.พศ. กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาปัญหาลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแก้ไขลำบาก เพราะการจดทะเบียนมูลนิธิส่วนใหญ่จะใช้ชื่อฆาราวาส อย่างกรณีมีวัดในต่างประเทศที่ดินที่ตั้งวัดมีราคาสูง ประธานมูลนิธิ ซึ่งเป็นฆาราวาส ได้ตัดสินใจขายทำให้วัดถูกปิด จนกลายเป็นความขัดแย้งบานปลาย ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเสนอให้นำปัญหาดังกล่าวเสนอให้ที่ประชุม มส. รับทราบกำหนดแนวทางแก้ไขให้เป็นรูปธรรมนั้น ตนคิดว่าไม่ต้องนำเสนอเพราะ มส. คงทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากปัญหาเกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายของประเทศนั้นๆ
นายอำนาจ บัวศิริ ผอ.สำนักเลขาธิการมส. กล่าวว่า ที่ผ่านมาปัญหาเกี่ยวกับวัดไทยในต่างประเทศ ส่วนใหญ่เกิดจากการเปลี่ยนประธานมูลนิธิ การขัดแย้งกับเจ้าของที่ดิน รวมทั้งแบ่งทรัพย์สินของวัดไม่ลงตัว ส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ซึ่งที่ผ่านมาได้รับรายงานว่าวัดในต่างประเทศมี 4-5 แห่งที่เกิดปัญหาเรื่องการบริหารจัดการวัด โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ฟินแลนด์ และยุโรป ซึ่งได้ประสานมาให้พศ. ช่วยเหลือ สำนักงาน พศ.ได้แจ้งกลับไปว่ากฎหมายไทยไม่สามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ ทำได้เพียงแนะนำให้นำปัญหาดังกล่าวหารือในที่ประชุมของมูลนิธิ อย่างก็ตาม อยากแนะนำให้วัดไทยในประเทศต่างๆ อย่าวางใจเรื่องอำนาจการบริหารจัดการวัด ควรวางระบบให้รัดกุมและชัดเจนเพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมา



