
ช่วยตรวจปุ๋ยที่ประมูล
ยังไม่ทันไรปุ๋ยที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) จัดหาซื้อด้วยวิธีการประมูลเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งบริษัท แกรนนูลาร์ โกรท์ จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล และได้ผลิตปุ๋ยในนาม แกรนนูลาร์ ตราใบเงิน ได้ส่งไปยัง สกย.แต่ละจังหวัดเป็นที่เรียบร้อยและบางส่วนถึง
ปุ๋ย “แกรนนูลาร์ ตราใบเงิน” เป็นปุ๋ยเคมีอัตเม็ดที่ สกย.ล็อกสเปกที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-4 มม. สูตร 20-8-20 คือมีไนโตรเจนไม่น้อยกว่า 20% ฟอสเฟตไม่น้อยกว่า 8% และโพแทสที่ละลายน้ำ 20% ต้องผลิตในประเทศไทย ซึ่งในวงการปุ๋ยนั้นย่อมรู้ดีว่าผู้ที่ผลิตปุ๋ยอัดเม็ดตามสเปกนี้มีบริษัทอะไรบ้าง พูดไปแล้วเดี๋ยวจะหาว่าใส่ร้าย
ที่จริงก่อนหน้านี้ สกย.ให้เกษตรกรจัดหาซื้อปุ๋ยเองแล้วนำใบเสร็จรับเงินเบิกจาก สกย. บางพื้นที่ซื้อในนามชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางของแต่ละพื้นที่ เพราะจะได้ราคาถูก ที่ซื้อกัน กก.ละ 16.40 บาท แต่หลังจากที่ ศ.ดร.ทัศนีย์ อัตตะนันทน์ อดีตคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เป็นตัวตั้งตัวตีในการรณรงค์ปุ๋ยสั่งตัดเพราะประหยัดกว่า เป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารตามแต่ละพื้นที่ต้องการ
ยิ่งสมัยที่ คุณปรีชา เพชรมาลา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ สกย.ได้ประกาศชัดว่า จะเร่งเดินหน้าโครงการนำร่อง "ปุ๋ยยางสั่งตัด" พร้อมเปิดหลักสูตรนำร่องโดยคัด 400 กลุ่ม/สหกรณ์กองทุนสวนยางในภาคใต้, ตะวันออก, ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ หลังจากที่คณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยางเห็นชอบโครงการปลูกยางพาราในพื้นที่แห่งใหม่ ระยะที่ 3 มีพื้นที่เป้าหมาย 8 แสนไร่
ต่อมาไม่ทราบว่าเกิดอะไรอีท่าไหน ทาง สกย.เปลี่ยนใหม่ คือให้การจัดหาซื้อปุ๋ยด้วยการเปิดประมูล ลอตแรกที่จะแจกให้เกษตรกร 3 หมื่นตัน มีบริษัทไปซื้อซองประมูล 6 ราย แต่ยื่นไปเพียง 2 รายคือ บริษัท เอเวอร์โกรว์ปุ๋ยเคมี จำกัด และบริษัท แกรนนูลาร์ โกรท์ จำกัด กำหนดให้ยื่นซองในวันที่ 3 สิงหาคม 2553 แต่ที่ประชุม บอร์ด สกย.เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2553 มีการติติง ให้ตรวจคุณสมบัติก่อน จึงเลื่อนไป
สุดท้าย บริษัท แกรนนูลาร์ โกรท์ จำกัด ผู้ผลิตปุ๋ย “แกรนนูลาร์ ตราใบเงิน” ผู้ชนะและมีการส่งปุ๋ยไปยัง สกย.แต่ละจังหวัด และกระจายไปตามอำเภอต่างๆ จนพบปัญหาปุ๋ยจับตัวเป็นก้อนดังกล่าว ทั้งที่ราคาแพงกว่าคือตกกิโลกรัมละ 20 บาท
ที่เจอกันจะจะใน จ.สงขลา คือ อ.เทพา (บ้านผมเอง) อ.สะบ้าย้อย และนาทวี ซึ่งที่นาทวีนั้น สกย.ส่งไปทั้งหมด 150 ตัน แจกให้ชาวสวนยางไปแล้ว 40 ตัน อีกส่วนกระจายไปยังจุดต่างๆ ที่เหลืออีกราว 70 ตันยังเก็บไว้ที่โกดัง สกย.ปรากฏว่าบางส่วนเกิดอาการแข็งตัวเป็นก้อนมีสีดำ ชาวบ้านบางส่วนไม่กล้าใส่ต้นยางพาราครับ เพราะกลัวว่าหากเป็นปุ๋ยด้อยคุณภาพอาจเกิดความเสียหาย
เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทราบว่า คุณวิทย์ ประทักษ์ใจ ผู้อำนวยการ สกย.ลงไปพื้นที่น่าจะเห็นอะไรบ้างล่ะ เรื่องนี้น่าเป็นห่วงครับ ทางกรมวิชาการเกษตรจะนิ่งเฉยไม่ได้ ต้องเร่งส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบด่วนว่าเป็นเพราะอะไร ก่อนเกษตรกรจะเกิดความเสียหายครับ !
"ดลมนัส กาเจ"



