ไลฟ์สไตล์

สามี(ตัวดี)ไม่มีสิทธิในบ้าน

สามี(ตัวดี)ไม่มีสิทธิในบ้าน

22 ก.พ. 2554

ดิฉันอยู่กินกับสามีมา 3 ปีแล้ว ไม่มีลูกด้วยกัน ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เราซื้อบ้านร่วมกันค่ะ ชื่อเป็นของสามี ดิฉันได้เซ็นในนามภรรยาผู้ยินยอมค่ะ

 เรื่องเป็นแบบนี้ค่ะ สามีไปบวชเมื่อปี 2553 รวมระยะเวลาบวช 5 เดือนกว่าๆ สึกเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2553 กลับมาหาดิฉันวันที่ 14 ธันวาคม 2553 วันที่ 17 ธันวาคม 2553 ออกจากบ้านไปจนป่านนี้ยังไม่ติดต่อกลับมาหาดิฉันเลย
 ตั้งแต่สามีบวช ดิฉันเป็นคนผ่อนบ้านค่ะ ทุกวันนี้ก็ยังผ่อนอยู่ค่ะ เราไม่ได้ทะเลาะกันไม่เคยมีปัญหาค่ะ ดิฉันรู้มาว่า สามีแอบไปอยู่กับเมียอีกคน ถ้าเขาทิ้งดิฉันไปแล้ว ดิฉันมีสิทธิในบ้านไหม ดิฉันต้องทำอย่างไร แจ้งความไว้เป็นหลักฐานดีไหม ถ้าผ่อนไปเรื่อยๆ กลัวว่าสามีจะกลับมาทวงสิทธิในบ้านค่ะ ทะเบียนบ้านสามีเป็นเจ้าบ้านค่ะ ดิฉันเป็นแค่ผู้อาศัย
 อยากทราบว่า ดิฉันควรผ่อนบ้านต่อดีไหม กลัวผ่อนหมดแล้วจะไม่มีสิทธิในบ้านค่ะ ต้องทำอย่างไรดิฉันจึงจะมีสิทธิในบ้านคะ
 บุญตา
 ตอบ
 ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า จากข้อมูลคุณบอกว่า ได้เซ็นยินยอมในฐานะภรรยา ถ้าการเซ็นยินยอมในที่นี้คือ การค้ำประกัน ในที่นี้ หมายถึงคุณเป็นลูกหนี้รายที่สองที่ของธนาคาร ดังนั้น ไม่อาจเลี่ยงความรับผิดชอบที่มีต่อเจ้าหนี้ได้
 ทางที่ดี ประการแรกเลย ควรติดต่อสามี แล้วคุยกันให้ชัดเจนว่า จะจัดการอย่างไรกับบ้านหลังนี้ เพราะถึงคุณจะจ่ายค่าบ้านทุกเดือน แต่ที่สุดแล้ว คุณก็ไม่มีสิทธิในบ้านหลังนี้ เพราะชื่อไม่ได้เป็นของคุณ แต่เป็นของสามี ขณะเดียวกันหากสามีไม่ส่งบ้าน และมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น คุณในฐานะลูกหนี้คนที่สอง ก็ต้องร่วมรับผิดชอบหนี้ที่เกิดขึ้นด้วย
 ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดคือ คุยกับสามี ว่าจะดำเนินการอย่างไร ถ้าคุณอยากได้บ้านหลังนี้ไว้ แล้วสามีตกลงตามนี้ ก็ต้องคุยกัน แล้วไปเปลี่ยนคุณเป็นลูกหนี้ที่ซื้อบ้านกับธนาคาร แต่กรณีนี้ก็ต้องดูด้วยว่า ธนาคารจะยินยอมหรือไม่ หรือถ้าสามียินยอม โดยที่คุณส่งบ้านจนหมด โดยที่ยังเป็นชื่อของสามี เมื่อถึงเวลานั้น ถ้าสามีไม่โอนให้ คุณเสียเปรียบอยู่ดี
 แนะนำว่า ให้ตัดใจ และไม่ควรจ่ายเงินต่อ น่าจะเป็นทางออกที่ดีสุดของคุณ
 ส่วนเรื่องแจ้งความนั้น ไม่มีผลกับเรื่องนี้ เพราะ นี่เป็นคดีแพ่ง ตำรวจจะรับแจ้งความเฉพาะคดีอาญาเท่านั้น
 ลุงแจ่ม