
จดหมายถึงผู้แทน ลำน้ำมูลแห้งขอด
ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำมูลที่ไหลผ่านตัว อ.พิมาย จ.นครราชสีมา กำลังแห้งขอดเป็นช่วงๆ จนทำให้การไหลเวียนของลำน้ำมูลลงสู่แม่น้ำโขงที่ จ.อุบลราชธานีต้องชะงัก
ส่งผลให้พื้นที่อยู่ติดกับลำน้ำมูลในหลายอำเภอของนครราชสีมาได้รับผลกระทบ เริ่มขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตรรวม การอุปโภคบริโภค
โดยเฉพาะพื้นที่ อ.พิมาย แม้ว่าจะมีการร้องขอให้อ่างเก็บน้ำ 4 แห่งของนครราชสีมา ได้แก่ อ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย อ่างเก็บน้ำลำแชะ และลำมูลบน อ.ครบุรี เพิ่มปริมาณการปล่อยน้ำ เพื่อรักษาระบบนิเวศของสายน้ำไว้ ตามลำดับความสำคัญของแผนการจัดการน้ำช่วงฤดูแล้ง แต่ไม่ได้รับการตอบรับจากทางสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา
ชาวพิมาย/นครราชสีมา
หมายเหตุ
ม.ล.อนุมาศ ทองแถม ผอ.สำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ชี้แจงว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำทั้ง 4 แห่งของนครราชสีมา มีปริมาณน้ำอยู่เกิน 80% ทุกแห่ง แต่ไม่สามารถเพิ่มปริมาณการระบายน้ำลงลำน้ำมูลได้ เนื่องจากเส้นทางของสายน้ำแต่ละสายมีระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร และตลอด 2 ข้างทางของลำน้ำ มีเกษตรกรที่ต้องการสูบน้ำไปทำการเกษตร กว่าจะระบายน้ำไปถึง อ.พิมาย ต้องใช้น้ำปริมาณมหาศาล จะส่งผลกระทบต่อแผนการบริหารจัดการน้ำที่ทางชลประทานกำหนดไว้ ประชาชนทั้งจังหวัดจะเดือดร้อนในระหว่างที่ฝนทิ้งช่วง อาจจะต้องเผชิญกับการขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะช่วงต้นฤดูกาลเพาะปลูกประมาณเดือนมิถุนายน
เหตุการณ์ลำน้ำมูลแห้งขอดเป็นช่วงๆ ในพื้นที่ อ.พิมาย เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพราะลำน้ำมูลไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง ลำน้ำมีขนาดเล็ก ในช่วงฤดูน้ำหลาก น้ำไหลผ่านรวดเร็วและลดระดับลงรวดเร็วเช่นเดียวกัน พอถึงช่วงหน้าแล้งจะมีน้ำเหลืออยู่เหนือฝายกั้นน้ำและประตูระบายน้ำเป็นช่วงๆ
ม.ล.อนุมาศ กล่าวอีกว่า ชาวพิมายรู้ปัญหานี้ดี แม้ชลประทานจะพยายามหาสถานที่ เพื่อทำเป็นแหล่งเก็บน้ำขนาดกลาง และขนาดย่อม แต่ติดปัญหาต้องเวนคืนที่ดินของชาวบ้านบางส่วน
สิ่งที่จำเป็นที่สุดคือ ประชาชนในพื้นที่ต้องยุติการปลูกข้าวนาปรัง เพราะ อ.พิมายอยู่นอกเขตชลประทาน ไม่มีคลองส่งน้ำให้ใช้เพื่อการเกษตร จะส่งผลกระทบต่อน้ำที่จะนำไปอุปโภคและบริโภคเป็นประจำ



