
แนะวิธีป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุ ปีนี้หลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสานมีความหนาวเย็นกว่าปีที่ผ่านมา จึงขอเตือนให้ประชาชนระมัดระวังดูแลสุขภาพ เนื่องจากมักมีโรคต่างๆ ระบาดได้
ที่สำคัญได้แก่ โรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ โรคปอดบวม โรคหัด โรคหัดเยอรมัน โรคสุกใส โรคอุจจาระร่วง
โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ ในแต่ละปีมีผู้ป่วยจำนวนมาก รายงานอุบัติการณ์และการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ที่เกิดขึ้นแทบทุกปี และเพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับเลือกใช้วัคซีนที่เหมาะสมกับประเทศไทย ในปีที่ผ่านมาพบสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิด A (H1N1) ระบาดมากที่สุด ประมาณร้อยละ 54 ของเชื้อไข้หวัดใหญ่ ซึ่งผู้คนยังไม่มีภูมิต้านทานต่อเชื้อนี้ ดังนั้น นอกจากการป้องกันโรคด้วยวัคซีนแล้ว ประชาชนสามารถดูแลตัวเองให้พ้นจากการติดเชื้อได้เช่นกัน
การเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์แล้ว ยังเฝ้าระวังเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ดื้อต่อยาโอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิด A (H1N1) พบว่า มีอัตราเชื้อดื้อยาที่ต่ำอยู่ประมาณร้อยละ 1.46
โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายทางระบบทางเดินหายใจ ส่วนใหญ่ติดโรคจาก
- ถูกผู้ป่วยไอจามรดหรือหายใจเอาเชื้อไข้หวัดใหญ่ ในฝอยละอองน้ำมูก น้ำลาย ที่ฟุ้งกระจายในอากาศ
- จับต้องสิ่งของที่เปื้อนน้ำมูกน้ำลายของผู้ป่วย แล้วนำมือมาจับจมูก ปาก หรือตา
หลังจากที่ได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่เพียง 1-4 วัน ก็จะเริ่มมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย และเป็นปัญหาสำคัญคือ ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อน คือปอดอักเสบได้บ่อยในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือกลุ่มเสี่ยง เช่น หญิงตั้งครรภ์ โรคอ้วน โรคเรื้อรังทางระบบหายใจ มักมีอาการแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม การอักเสบของเยื่อหุ้มหัวใจ ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้
การป้องกันและการรักษา ควรปฏิบัติ คือ หลีกเลี่ยงการสัมผัส หรือคลุกคลีกับผู้ป่วย ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย หมั่นดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ออกกำลังกายพักผ่อนให้เพียงพอ สวมเสื้อผ้าให้อบอุ่นเสมอ ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลทำความสะอาดมือ
นอกจากนี้ ในช่วงที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่แออัด หากรู้สึกไม่สบาย มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ควรปิดปาก จมูก ด้วยหน้ากากอนามัย หรือใช้กระดาษปิดปาก จมูก เวลาไอหรือจาม ทานยาลดไข้ พักผ่อนให้มาก ดื่มน้ำบ่อยๆ ทานผักผลไม้ให้มากๆ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์



