ไลฟ์สไตล์

คนไทยลุ้นอีก6ปีผลิตวัคซีนไข้เลือดออก

คนไทยลุ้นอีก6ปีผลิตวัคซีนไข้เลือดออก

21 ก.พ. 2554

สวทช.ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนไข้เลือดออกให้ภาคเอกชน หลังจากศึกษาวิจัยมานานกว่า 30 ปี เผยเข็มเดียวครอบคลุมไวรัส 4 สายพันธุ์ร้าย เอกชนขอเวลา 6 ปีพัฒนาและทดสอบความปลอดภัยในสัตว์ทดลองใหญ่ หากทำได้สำเร็จจะเป็นวัคซีนไข้เลือดออกชนิดแรกของโลก

 (21ก.พ.) นายวิฑูรย์ วงศ์หาญกุล ประธานบริษัทไบโอเนท-เอเชีย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิพัฒนาวัคซีนไข้เลือดออกชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์แบบพันธุวิศวกรรม จากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งได้วิจัยวัคซีนไข้เลือดออกภายใต้การนำของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 ความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนดังกล่าว เกิดจากงานวิจัยและพัฒนาที่เดินหน้ามาอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี โดยได้พัฒนาวัคซีนต้นแบบมาจนถึงรุ่นที่ 3 หรือวัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์แบบพันธุวิศวกรรม สามารถป้องกันเชื้อไวรัสไข้เลือดออกได้ 4 สายพันธุ์ในเข็มเดียว จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลองพบว่ามีความปลอดภัย สามารถยับยั้งการขยายตัวของเชื้อไวรัสในกระแสเลือด ตลอดจนสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 "เชื้อต้นแบบที่ได้จากการวิจัยเป็นสายพันธุ์ที่มีความเป็นไปได้ และพร้อมที่จะนำไปผลิตเป็นวัคซีนต้นแบบในระดับอุตสาหกรรม แม้จะต้องใช้เวลาถึง 10 ปีในขั้นตอนการผลิตและทดสอบในสัตว์ทดลองขนาดใหญ่เพื่อยืนยันความปลอดภัย แต่หากทำได้สำเร็จวัคซีนชนิดนี้จะเป็นวัคซีนสัญชาติไทยชนิดแรกที่เราผลิตได้ ซึ่งเป็นความท้าทายและตลาดยังคงมีความต้องการอยู่มาก"

 ในส่วนของบริษัทไบโอเนท-เอเชีย มีประสบการณ์ในการวงการวัคซีนมาประมาณ 10 ปี ทั้งนำเข้าส่งออกวัคซีน รวมถึงผลิตวัคซีนจากการวิจัยเพื่อจำหน่าย โดยมีวัคซีนไอกรนที่อยู่ระหว่างการผลิต และวัคซีนไข้เลือดออกที่อยู่ในช่วงเริ่มต้น

 ดร.พูนสุข กีฬาแปง นักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้รับหน้าที่ตัดต่อพันธุกรรมของเชื้อไวรัส อธิบายเพิ่มเติมว่า ผลงานการพัฒนาวัคซีนไข้เลือดออกลูกผสมชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ เป็นวัคซีนไข้เลือดออกรุ่นล่าสุดที่ทีมวิจัยทำได้สำเร็จ เกิดจากการใช้เทคนิคพันธุวิศวกรรมสร้างไวรัสสายพันธุ์ลูกผสมจากสายพันธุ์ไวรัสเด็งกี่หรือไข้เลือดออกที่พบในไทย โดยกระบวนการตัดต่อทางพันธุกรรมเปลี่ยนแปลงเปลือกนอกของไวรัส แต่ยังคงสารพันธุกรรมเดิม เพื่อให้เชื้อไวรัสสามารถป้องกันได้พร้อมกันทั้ง 4 สายพันธุ์

 รศ.สุธี ยกส้าน ศูนย์วิจัยและพัฒนาวัคซีน มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ไข้เลือดออกเป็นปัญหาที่ยังคงอยู่ในปัจจุบัน พบยอดผู้ติดเชื้อ 1% ของจำนวนประชากร หรือราว 6 แสนคนสำหรับประเทศไทย โดย 1 ใน 3 ของผู้ติดเชื้อหรือ 2 แสนคนมีอาการ และ 1 ใน 5 เสียชีวิต เนื่องจากยังไม่มีวิธีป้องกัน

 นักวิทยาศาสตร์มองว่า วัคซีนจะเป็นเครื่องมือป้องกันไวรัสไข้เลือดออกได้ดีที่สุด ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้เลือดออกเริ่มกระจายไปยังพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น จากผลกระทบการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวจะนำไปสู่การผลิตวัคซีนเพื่อนำไปใช้จริงในอนาคต โดยทีมวิจัยพร้อมร่วมมือกับบริษัทเอกชนในการพัฒนาเทคนิคกระบวนการผลิต ตลอดจนแก้ปัญหาในกรณีที่ต้องการคัดเลือกเชื้อต้นแบบชนิดใหม่หากเชื้อดังกล่าวใช้ไม่ได้ผล

 "แม้ปัจจุบัน ไข้เลือดออกยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ จาก 4 สายพันธุ์หลักที่มีความรุนแรงและแพร่ระบาดอยู่ในปัจจุบัน แต่ความยากของการพัฒนาวัคซีนที่ทั่วโลกยังไม่สามารถทำได้สำเร็จนั้น เพราะวัคซีนที่พัฒนาได้จะต้องป้องกันเชื้อไวรัสครอบคลุมทั้ง 4 สายพันธุ์ในเข็มเดียว และการทำให้เชื้อไวรัสอ่อนฤทธิ์และอยู่ร่วมกันได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย" นักวิจัยกล่าว