ไลฟ์สไตล์

อธิการบดีมก.แนะรัฐแก้ปัญหาเด็กออทิสติก

อธิการบดีมก.แนะรัฐแก้ปัญหาเด็กออทิสติก

21 ก.พ. 2554

อธิการบดีมก.ฝากรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการวางนโยบายต่อเนื่องแก้ปัญหาเด็กออทิสติก แนะเพิ่มทุนเพื่อผลิตอาจารย์ที่ดูแลเด็กพิการและเด็กพิเศษให้มากขึ้น อบรมครูประจำชั้นให้มีความสามารถในการจำแนกเด็กออทิสติก เพื่อค้นหาก่อนเด็กออทิสติกจะมากขึ้น

เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2554 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) จัดแถลงข่าวมก.ต้นแบบการจัดการศึกษา การวิจัยและการติดตามผลนิสิตออทิสติกและนิสิตที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ โดยรศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมก. กล่าวตอนหนึ่งว่า ร.ร.สาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มรับนักเรียนออทิสติก รุ่นแรกเมื่อปีการศึกษา 2534 โดยร่วมมือกับ ศ.พญ.เพ็ญแข ลิ่มศิลา และ รพ.ยุวประสาท ไวทโยปถัมภ์ ต่อมาปี 2545 จนถึงปัจจุบัน มก.ได้เปิดโอกาสให้เข้าต่อมหาวิทยาลัยโดยวิธีพิเศษ มีนิสิตจบการศึกษาแล้ว 8 ราย

 สำหรับปีการศึกษา 2554 นี้ มก.เปิดโอกาสรับนักเรียนออทิสติกที่จบการศึกษาจากสถานศึกษาอื่นๆ เข้าเรียนในโครงการรับตรงโควตาพิเศษ จำนวน 5 คน แต่มีผู้มาสมัคร 4 คน คือ คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาธุรกิจและคอมพิวเตอร์ศึกษา 1 คน ,สาขาคหกรรมศาสตร์ศึกษา 1 คน, คณะมุนษยศาสตร์ สาขาวิชาปรัชญาและศาสนา 1 คน , คณะสังคมศาสตร์ สาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา 1 คน ส่วนนักเรียนสาธิต มก. รับโดยวิธีพิเศษ 1 คน ในคณะสังคมศาสตร์ สาขาวิชาประวัติศาสตร์ รวมปีการศึกษา 2554 รับนิสิตออทิสติก 5 ราย

 อธิการบดีมก.กล่าวต่อว่า การดูแลเด็กพิเศษต้องมีการดูแลอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ดังนั้นรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการต้องมีนโยบายที่ต่อเนื่อง เพิ่มทุนเพื่อผลิตอาจารย์ที่ดูแลเด็กพิการและเด็กพิเศษให้มากขึ้น และต้องอบรมครูประจำชั้นให้มีความสามารถในการจำแนกเด็กออทิสติกเพื่อค้นพบได้เร็ว นอกจากนี้เมื่อนิสิตออทิสติกจบการศึกษา เข้าสู่ระบบการทำงาน ก็ควรมีระบบส่งต่อจากอุดมศึกษาเข้าสู่อาชีพการทำงาน ซึ่งสกอ.กำลังดำเนินการ ทั้งนี้ระบบที่ต่อเนื่องเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ตั้งแต่เด็กจนเข้าสู่การทำงาน

 ด้าน รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ อดีตอาจารย์ใหญ่ร.ร.สาธิตมก. กล่าวว่า ปัจจุบันพบเด็กออทิสติกเพิ่มขึ้น จากเดิมพบ 5 คนต่อประชากร 10,000 คน แต่ขณะนี้พบ 1 คนใน 150 คน ซึ่งสิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองแก้ปัญหาได้ คือ การยอมรับ และเข้าใจเด็กออทิสติก โดยการส่งลูกหลายมาเรียนหนังสือ เพื่อช่วยพัฒนาแก้ปัญหาการเข้าสังคม ส่วนศักยภาพ ไอคิว สามารถพัฒนาได้ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาพบเด็กออทิสติก สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แต่ต้องออกกลางคัน เพราะปรับตัวไม่ได้ ขณะที่บัณฑิตออทิสติก สามารถทำงานได้ แต่มักสูญเสียงานไปภายใน 2 ปี เพราะปรับตัวเข้ากับงานไม่ได้เช่นกัน