ไลฟ์สไตล์

โลกใบนี้ดนตรีไทย - ดนตรีในสวน ( ลุมพินี )

โลกใบนี้ดนตรีไทย - ดนตรีในสวน ( ลุมพินี )

22 ก.พ. 2554

ถ้าจะกล่าวถึง สวนลุมพินี ผู้ที่เป็นชาวกรุงเทพฯ หรือพระนครโดยกำเนิดแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะทราบกันดีว่าเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของเมืองไทยเรา และด้านหน้าทางเข้าของประตูใหญ่ก็จะมี พระบรมรูปของรัชกาลที่ 6 ตั้งเด่นเป็นสง่า เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้ระลึกถึงพระมหากรุณาธ

 สวนลุมพินีเป็นพระราชมรดกที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระราชทานเอาไว้ให้แก่ชาวไทยเรา โดยเมื่อปี พ.ศ. 2468 หลังจากที่เศรษฐกิจตกต่ำลงจากพิษสงครามโลกครั้งที่ 2 พอดีในช่วงนั้นทางทวีปยุโรปหลายประเทศที่นิยมจัดงานแสดงสินค้าตามสวนสาธารณะใหญ่ๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีเงินสะพัดหมุนเวียนและสามารถที่จะกอบกู้เศรษฐกิจหลายๆ ประเทศในยุโรปที่ตกต่ำฟื้นคืนกลับมาได้ ดังนั้นรัชกาลที่ 6 จึงมีพระราชดำริที่จะจัดงานแสดงพิพิธภัณฑ์สรรพสินค้า และทรัพยากรธรรมชาติขึ้นมาโดยหมายว่าอาจจะทำให้เศรษฐกิจของเมืองไทยในขณะนั้นจะฟื้นคืนกลับมาได้ดั่งในประเทศยุโรปหลายประเทศ ที่ได้กระทำกันเป็นผลดี โดยได้ทรงเลือก ทุ่งศาลาแดง ซึ่งเป็นที่ดินส่วนพระองค์ เป็นที่จัดงาน รวมถึงได้พระราชทานทรัพย์ให้เป็นทุนไว้จัดงาน ซึ่งก็ได้มีการก่อสร้างหอนาฬิกา อาคารทรงกรีกรวมถึงขุดสระสร้างเกาะลอยกลางน้ำ และทรงพระราชทานชื่อเอาไว้ว่า สวนลุมพินี เพื่อให้มีความหมายถึงสถานที่ประสูติขององค์พระพุทธเจ้า ก็คือ สวนลุมพินีวัน ที่ประเทศเนปาล แต่ก่อนที่จะถึงกำหนดการเปิดงานในช่วงฤดูหนาว ปี พ.ศ. 2468 รัชกาลที่ 6 ได้ทรงเสด็จสวรรคตก่อน จึงทำให้งานที่สวนลุมพินีทั้งหมดนั้นต้องยกเลิกไปโดยปริยาย

 ในสมัยรัชกาลที่ 7 สวนลุมพินีได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นมา โดยได้ทรงจัดที่ ทางด้านทิศใต้ของสวนลุมพินี ให้เป็นสวนสนุกแบบโบราณในยุคสมัยนั้น และทรงพระราชทานชื่อว่า วนาเริงรมย์ โดยนำรายได้ทั้งหมดมาปรับปรุงที่ดินส่วนที่เหลือทั้งหมดให้เป็นสวนสาธารณะ และทรงมอบสวนลุมพินีทั้งหมดให้รัฐบาลในยุคนั้นเป็นผู้ดูแล และมีกระแสรับสั่งให้ใช้เพื่อเป็นสวนสาธารณะแต่เพียงเท่านั้น และจากนั้นสวนลุมพินีจึงได้เป็นสวนสาธารณะให้กับชาวไทย ตั้งแต่บัดนั้นจนถึงทุกวันนี้

 ปัจจุบันสวนลุมพินีอยู่ในความดูแลของกรุงเทพมหานคร ซึ่งภายในมิได้เป็นแค่เพียงสถานที่พักผ่อนหรือที่ออกกำลังกายของประชาชนชาวไทยเท่านั้น ภายในพื้นที่ 200 กว่าไร่ ของสวนลุมพินีมีสิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์เอาไว้บริการให้แก่ชาวไทย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวกรุงเทพมหานครอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สโมสรพลเมืองอาวุโสแห่งเมืองกรุงเทพฯ  ซึ่งเป็นที่พบปะสังสรรค์ของผู้อาวุโส  ศูนย์ให้โอกาสเด็ก ที่แนะนำปรึกษาสอนหนังสือให้แก่เด็กเร่ร่อน ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร  ห้องสมุดประชาชน และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเหล่านี้รวมอยู่ในสวนลุมพินี

 นอกจากนี้สวนลุมพพินียังได้มีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย โดยเฉพาะกิจกรรมที่มีชื่อว่า  ดนตรีในสวน หรือถ้าจะเรียกชื่อเต็มๆ ก็คือ ดนตรีในสวนปีที่ 18 สมัยกาลดนตรีไทย ซึ่งโดยชื่อก็บอกแล้วว่าจัดมาปีนี้เป็นที่ 18 ติดต่อกัน  โดยจะมีวงดนตรีดีๆ สลับกันมาให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ และชาวต่างจังหวัดที่อยู่ในกรุงเทพฯ ได้ชมกันแบบฟรีๆ ในทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ศาลาภิรมย์ภักดี  บริเวณสวนปาล์ม โดยเริ่มจากวันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ก็จะเป็นการแสดงของ วงบอยไทยนิวเจนเนเรชั่น หลังจากนั้นในเดือนมีนาคมตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 6 จนถึงวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม  ก็จะเริ่มด้วย วงคาราวาน  ตามด้วย วง เทวัญโนเวลแจ๊ส  วงดนตรีไทยกรุงเทพมหานคร และอาทิตย์สุดท้ายของเดือนมีนาคมก็คือ วงดนตรีลูกทุ่งกาสะลอง ของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

 ในเดือนเมษายน จะมีอยู่ 4 อาทิตย์ เริ่มจากวันอาทิตย์ที่ 3 เรื่อยไปจนถึงอาทิตย์ที่ 24 เมษายนก็จะมี วงดุริยางค์เยาวชนไทย  วงดนตรีสากลซึ่งยังไม่ระบุว่าเป็นวงใคร และจะตามด้วย คุณปู พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ และสุดท้ายซึ่งถือว่าเป็นการปิดงานการแสดงดนตรีในสวนของปีนี้ก็คือ  การแสดงศิลปะพื้นบ้าน 4 ภาค และการแสดงโขน รวมทั้งหมดแล้วตั้งแต่อาทิตย์ที่ 27 นี้เป็นต้นไป ชาวกรุงเทพฯก็จะได้ชมการแสดงดนตรีและศิลปะพื้นบ้าน รวมกันแล้วทั้งหมด 10 อาทิตย์แบบชนิดที่เรียกว่า ของดีของฟรี มีอยู่ที่สวนลุมพินี

 ส่วนตัวผมเอง ในวันอาทิตย์นี้ก็จะไปร่วมแจมส์กับวงบอยไทย และการแสดงของผมซึ่งถือเป็นช่วงพิเศษจะเป็นอย่างไรก็จะต้องไปชมกันเอาเองที่สวนลุมพินี เพราะจะว่ากันจริงๆ แล้ว ผมก็มีอะไรดีๆ และแปลกมานำเสนอให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ ได้ชมกันทุกๆ ปี   ท้ายนี้ก็ต้องขอขอบคุณกรุงเทพมหานครและผู้สนับสนุนทุกหน่วยงานที่ร่วมกันจัดกิจกรรมดีๆ ให้แก่ชาวกรุงเทพมหานครได้ชมกันมาอย่างยาวนานถึง 18 ปี และถ้าท่านผู้อ่านที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงสวนลุมพินี ถ้าว่างๆ ก็ขอเชิญมาชมการแสดงดนตรีในสวนได้ในทุกๆ วันอาทิตย์นะครับ.....สวัสดีครับ

"ขุนอิน"