
ธุรกิจรุ่นใหม่ที่มองโลกบวกบริหารด้วยความรัก
กำลังใจอย่างหนึ่งสำหรับผมที่มีมากๆ ก็คือ ผลที่เป็นดอกและผลของผู้อ่าน แต่งร้านให้ได้ล้าน ผู้ชมรายการอยู่สบาย โดยได้เห็นความสำเร็จต่างๆ มากขึ้นทุกๆ ปี คำขอบคุณและการรายงานผลความสำเร็จทำให้ผมและทีมงานยิ้มจนแก้มปริ มีพลังที่จะขับเคลื่อนสื่อสร้างสรรค์ให้แก่
มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนผู้ประกอบการแฟนๆ รายการอยู่สบาย และผู้อ่านแต่งร้านให้ได้ล้าน หลายโครงการเราได้เห็นถึงความสำเร็จของแต่ละโครงการ โดยแต่ละคนมีความตื่นเต้นในการเล่าถึงความสำเร็จของเขาให้ผมฟัง โดยบอกว่าแนวคิดของแต่งร้านให้ได้ล้านและอยู่สบายช่วยพลิกธุรกิจเขามากมาย ซึ่งขณะนี้ผมกำลังรวบรวมผลงานที่ประสบความสำเร็จต่างๆ มาทยอยนำเสนอผ่านคอลัมน์นี้ตลอดทั้งปีครับ
แนวคิดหนึ่งที่ทางรายการอยู่สบายกำลังดำเนินการ และผลักดัน คือ แนวคิดเลิฟโอเชี่ยน LOVE OCEAN ธุรกิจในมหาสมุทรรัก คือ ธุรกิจที่มีองค์ประกอบจากความรัก ความหวังดี เอื้ออารี มีเจตนาดีในการดำเนินธุรกิจ มีความจริงใจโปร่งใสกับลูกค้า มีจุดยืนแห่งจริยธรรมชัดเจน นั่นเอง
ธุรกิจเลิฟโอเชี่ยน จึงเป็นความหวังของธุรกิจยุคหน้าที่ผมมองว่าจะมีบทบาทมากที่สุด โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ
1.การออกแบบธุรกิจที่เริ่มจากความจริงใจต่อลูกค้าเป็นที่ตั้ง
ความจริงใจตรงนี้เกิดจากความพยายามที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และดีที่สุดให้แก่ลูกค้าก่อนเป็นอันดับแรก สะท้อนความรักมาที่การกระทำ เชิงปฏิบัติ ไม่ใช่แค่สโลแกนหรือปณิธาน แต่ต้องลงลึกในภาคปฏิบัติ
2.การวางแผนธุรกิจที่มีจริยธรรมไม่ผิดกฎหมาย และศีลธรรม
ธุรกิจถูกกฎหมายเป็นแนวทางสะอาดที่ไม่เอาเปรียบประเทศ มีการเสียภาษีถูกต้อง โปร่งใสไม่หลบเลี่ยงภาษี เป็นธุรกิจที่มองความยั่งยืนมากกว่าที่ตัวเงินเป็นสำคัญ เป็นธุรกิจที่อยู่บนโต๊ะ ไม่ใช่ใต้โต๊ะ ในขณะที่ธุรกิจเหล่านั้นต้องถูกต้องตามจริยธรรมของแต่ละวิชาชีพด้วย ธุรกิจที่ไม่สุ่มเสี่ยงกับศีลธรรม มีเจตนาบริสุทธิ์ในการดำเนินธุรกิจที่ให้ทุกอย่างของโครงการสะอาดที่สุด
3.การดำเนินธุรกิจที่ส่งเสริมสังคมในทางที่ดี
ผลของการประกอบธุรกิจจะต้องเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมขับเคลื่อนในทางที่ดี ไม่ทิ้งซากขยะ ทางสังคมเอาไว้เป็นภาระ มีการออกแบบให้ธุรกิจมีความสมดุลระหว่างผลประกอบการที่ดีกับสังคมดีด้วย ไม่เห็นแก่เงินจนทิ้งความบาปเอาไว้ มีการแบ่งส่วนกำไรของบริษัทเพื่อสนับสนุนโครงการดีๆ กับสังคม
4.ธุรกิจที่มองมุมบวกและวิเคราะห์สถานการณ์ในการประกอบธุรกิจด้วยแนวคิดสร้างสรรค์
แผนงานในอนาคตของธุรกิจจะเกิดจากความเชื่อ และจะเกิดผลตามเจตนาบริสุทธิ์ที่วางไว้ สามารถมองความหวังทะลุปัญหาได้ โดยสามารถวางอนาคตไว้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน แล้วนำแนวคิดสร้างสรรค์มาประยุกต์ให้เกิดผลที่ดี สามารถมองเห็นโอกาสที่ดีแม้เจอปัญหาที่เลวร้ายแค่ไหน มีความเชื่อว่าจะสำเร็จเป็นทิศนำทางขององค์กร
5.ธุรกิจที่ใช้ความรักในการบริหารจัดการ
เงื่อนไขข้อนี้สำคัญมากๆ ครับเพราะจะต้องนำนโยบายองค์กรมาวิเคราะห์แล้ววางโครงสร้างจากความรัก ความหวังดี เจตนาดี ไม่เอาเปรียบ มีอุดมการณ์ชัดเจน ไปจนถึงการหาบุคลากรที่มีอุดมการณ์คล้ายๆ กัน จริงๆ แล้วไม่ได้ยากครับ แต่กลับจะง่ายด้วยซ้ำเพราะโลกนี้ ผมเชื่อว่าจะต้องมีคนดีมากกว่าคนไม่ดี แต่อยู่ที่จะมีแรงดึงดูดหรือมีแหล่งน้ำดีที่ต้อนรับ รวบรวมคนดีมาอยู่ร่วมกันได้มากน้อยเพียงใด
6.ธุรกิจที่ใช้ความรักในการขาย และแผนงานในการตลาด
ผลที่ออกไปสะท้อนออกสู่สังคม ทุกอากัปกิริยาทุกแผนงานต่างๆ จะสามารถให้ลูกค้าสัมผัสได้ แผนต่างๆ ในการขายและรูปแบบทางการตลาดจะมีความชัดเจนเด่นชัด คือ ความจริงใจ เพราะจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจนี้ทุกส่วนเป็นความรัก สุดท้ายกลายเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดที่สุดนั่นเอง
7.ไม่ทำร้ายคู่แข่งหรือคู่ตรงกันข้ามทางธุรกิจ แต่จะดำเนินความดี และเสาะหาพันธมิตรมากกว่าศัตรู
การวางตัวในธุรกิจที่มีคู่แข่งมากๆ จะไม่ยุ่งยากอีกทั้งจะเห็นโอกาสในการจับมือสร้างตลาดให้กว้างขวางใหญ่โตขึ้นมากกว่าการใช้กลยุทธ์ที่ทำร้ายกัน “รักแม้กระทั่งศัตรู” อาจทำให้เกิดมิตรแท้ถาวร ไม่ตอบโต้หรือตอบสนองด้วยกลยุทธ์จากมาร ไม่แก่งแย่งกันจนต้องใส่ร้ายป้ายสี แต่จะกลับเป็นการนำความดีมาเป็นผลตอบสนองนั้นๆ
เมื่อท่านได้ดำเนินโครงการเลิฟโอเชี่ยนสำเร็จ จะเกิดประโยชน์อย่างไรบ้างต่อธุรกิจของเรา ผมวิเคราะห์ได้ดังนี้ครับ
1.เกิดพลังของแบรนด์ที่มีคุณภาพ
ทุกอย่างที่ทำโดยเริ่มจากความรัก และศรัทธาจะมีพลังอย่างมากมายมหาศาลส่งผลให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือ อันจะเป็นผลส่งเสริมให้แบรนด์แข็งแกร่งมีคุณภาพ ยิ่งกว่าการโฆษณาใดๆ พลังของแบรนด์ที่ดีก็สามารถทำให้องค์กรธุรกิจนั้นๆ ขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวาง
2.เกิดการยอมรับสินค้าในทางบวก และบอกต่อ
พลังของลูกค้าที่ซื้อ และใช้บริการมีพลังมากกว่า กลยุทธ์ทางการขายใดๆ ทั้งสิ้น เพราะพฤติกรรมลูกค้าในปัจจุบันฉลาดขึ้นมีการวิเคราะห์ก่อนซื้อมากขึ้น และส่วนใหญ่ใส่ใจคุณภาพมากขึ้นกว่าแต่ก่อน อีกทั้งถ้าเป็นสิ่งดีมีความจริงใจการยอมรับเกิดขึ้นในทางบวกก็จะบอกต่อทันที ซึ่งอาจกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์แบรนด์ต่อไป
3.เกิดความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจ
จากสถิติธุรกิจที่ดีจริงใจ และมีคุณภาพมีเจตนาที่ดีด้วยความรัก ในการประกอบธุรกิจอยู่ได้นานที่สุด ไม่ทำธุรกิจที่ตีหัวเข้าบ้านแบบฉาบฉวย แต่อาจจะต้องหนักแน่นมากๆ ในการบริหารจัดการ เพราะอาจจะมีสิ่งล่อลวงที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ ทำให้เราแกว่งได้ แต่ถ้าเรายืนหยัด ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นในธุรกิจของคุณแน่นอน
4.ตอบรับกระแสสังคมในอนาคตที่ทุกคนมุ่งสู่สิ่งที่ดีที่สุด
แนวโน้มโลกจะปรับทิศไปทางนี้อันเกิดจากข้อมูลข่าวสารที่มีมากขึ้นโดยหลักธรรมชาติมนุษย์จะเลือกในทางดีมากกว่าทางร้าย กระแสสังคมในอนาคตจะส่งเสริมให้ธุรกิจที่มีเป้าหมายความดี ความรักอันบริสุทธิ์และความปรารถนาดีประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
5.ไม่ต้องโฆษณาประชาสัมพันธ์มากนักเพราะเกิดจากการบอกต่อ
สามารถลดงบโฆษณาได้มหาศาลเพราะถ้าคุณดีจริง มีความรักในการประกอบอาชีพเพราะลูกค้าจะมาหาคุณเองเมื่อเขารักเรา เขาก็จะมาหาเราก่อนและตัดสินใจซื้อง่าย เพราะรักไปแล้ว โดยรักเพราะผลทางความดีที่ธุรกิจพาเราได้วางรากฐานเอาไว้อย่างเป็นเอกภาพนั่นเอง
6.พนักงานในองค์กรมีความสุขมีความรักและภักดีต่อองค์กร
แน่นอนเมื่อบรรยากาศดีใครก็อยากอยู่ ไม่ลาออกกันง่ายๆ อีกทั้งแม้มีคู่แข่งมาซื้อตัว ก็อาจจะทำให้การตัดสินใจยากลำบากมากๆ เมื่อพนักงานรักองค์กรผลตอบสนองจะมากมายทวีคูณในการทำงานมากกว่าการใช้ระบบคำสั่งหรือการบังคับเพราะเขาจะทำให้อย่างเต็มที่เพราะเป็นองค์กรที่น่าอยู่ ความภักดี ความรัก จึงเป็นแม่เหล็กอย่างดีในการดึงดูดคนดีๆ ให้อยู่กับเราด้วย
7.ลูกค้ามีความสุขในการซื้อและการใช้บริการก่อให้เกิดแฟนพันธุ์แท้
ก่อนอื่นจะสามารถเกิดการคัดกรองลูกค้าที่มีคุณภาพเข้ามาก่อนหลังจากนั้นลูกค้าจะเป็นกลุ่มที่สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จให้เกิดเป็นลูกค้าประจำ เพราะเขาซื้อความรักและภักดีต่อแบรนด์ การที่เขาจะเปลี่ยนไปซื้อยี่ห้อหรือแบรนด์อื่นก็ยากขึ้นทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน
8.ไม่มีศัตรูในธุรกิจในขณะที่คู่แข่งทางธุรกิจจะกลับกลายเป็นมิตรอย่างอัศจรรย์
เมื่อเชื่อก็ลองพิสูจน์ดูสิครับ คนดีๆ ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ เรารักเสียอย่างใครจะร้ายแต่เรารักตอบ อาจจะยากสักนิดแต่มีผลกลับอย่างน่าตกใจ ยกตัวอย่าง เพื่อนที่กำลังโกรธเรา ดุด่าว่าเรา แต่เรายิ้มให้และรักตอบ เพื่อนคนนั้นอาจกลับใจแล้วกลายเป็นเห็นใจเราในที่สุด ธุรกิจก็เป็นอย่างนั้น ความอ่อนละมุน ถ่อมใจ แต่เฉลียวฉลาดจะนำมาซึ่งพันธมิตรอย่างมหาศาล และเขาก็จะเห็นโอกาสดีๆ จากการร่วมมือกับเราด้วยครับ
ทั้งหมดนี้ผมคิดว่าทุกคนสามารถทำได้แน่นอน แต่รายละเอียดปลีกย่อยอาจจะต้องมีการทำเวิร์กช็อปร่วมกันบ้าง ธุรกิจสร้างสรรค์แห่งอนาคตจึงเป็นแนวทางแห่งความรักนั่นเอง ก็แปลว่า ใครรักได้ก่อน คนนั้นก็สำเร็จก่อน แน่นอนครับ
ท่านสามารถเข้าร่วมฟังการบรรยายและเวิร์กช็อป สามารถติดต่อขอทราบรายละเอียดได้ที่ โทร.0-2984-0091-2 หรือ 08-6331-7433 โดยผู้อ่านทุกท่านสามารถเข้าร่วมการบรรยาย 2 โครงการ คือ งานสัมมนา “ค้นหาโอกาสธุรกิจด้วยดีไซน์” SMEs ณ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์ และงวันที่ 7-8 พฤษภาคม ในงานสัมมนา หัวข้อ “พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส” ตอน “สร้างสรรค์ธุรกิจโรงแรม และรีสอร์ทแนวใหม่แห่งอนาคต” ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี แล้วพบกันครับ
อ.เอกพงษ์ ตรีตรง
www.ideal1group.com



