ไลฟ์สไตล์

"อุ่น ล่ำซำ"ไหว้พระศึกษางานศิลป์

"อุ่น ล่ำซำ"ไหว้พระศึกษางานศิลป์

19 ก.พ. 2554

ประโยชน์ของการศึกษา "ประวัติศาสตร์" ช่วยให้มนุษย์เกิดสำนึกในการค้นคว้าและสืบค้นข้อมูลที่เชื่อมโยงอดีตและปัจจุบัน อันสร้างความภูมิใจและกระตุ้นความรู้สึกนิยมในชาติหรือเผ่าพันธุ์ ตลอดจนตระหนักถึงคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมที่บรรพบุรุษสั่งสมไว้

ประวัติศาสตร์....และเป็นที่มาของวลีเด็ด "ไม่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ย่อมไม่รู้อนาคต" แต่สำหรับลูกหลานเจ้าสัว "แบงก์รวงข้าว" อุ่น ล่ำซำ เธอว่าหากไม่เรียน "ประวัติศาสตร์" ก็ไม่มี "อนาคต" เช่นกัน ด้วยเหตุผลสั้นๆ ที่ตัวเธอยอมรับว่าไม่ถนัดด้านการคำนวณเอาซะเลย!!

 และผลของการตัดสินใจในวัยเด็กส่งผลงดงามในวันนี้เมื่อลูกสาวคนหัวปลีในจำนวน 3 พี่น้องของ คุณพ่อภูมิฐาน - คุณแม่จุฑาภรณ์ ล่ำซำ คว้าปริญญาโทด้าน "ประวัติศาสตร์ศิลปะ" จากมหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ กลับมาให้ครอบครัวชื่นใจอย่างเต็มความภาคภูมิ และปฏิเสธไม่ได้ว่ากลายเป็นที่มาของงานอดิเรกสุดโปรดอย่างการ "ท่องโลกงานศิลป์"

 แน่นอนว่ามีสถานที่แห่งหนึ่งติดอยู่ในอันดับความประทับใจของสาวหัวใจศิลป์ที่ตระเวนเที่ยวชมความงดงามแห่งสีสันและเรื่องราวประวัติศาสตร์มาแล้วกว่าค่อนโลกก็คือ วัดพระแก้ว หรือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม นั่นเอง ซึ่งเธอมีโอกาสผ่านเข้าผ่านออกหลายต่อหลายครั้งหลังจากลัดฟ้ากลับมาตั้งต้นใช้ชีวิตการทำงานอย่างจริงจัง ในถิ่นฐานบ้านเกิด

 "พอเรียนจบ "อุ่น" ก็มาเป็นอาจารย์พิเศษสอนนักศึกษาต่างชาติในสาขาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ศิลปะ ที่วิทยาลัยนานาชาติปรีดีพนมยงค์ อยู่ 1 ปี ซึ่งกิจกรรมอย่างหนึ่งในการเรียนการสอนก็คือการทัศนศึกษาตามสถานที่ต่างๆ อุ่นก็เลือกพาพวกเขามาเยี่ยมชมพระมหาราชวังและวัดพระแก้วแห่งนี้ เพราะนอกจากจะมีความสวยงามทางด้านสถาปัตยกรรมแล้ว ยังมีเรื่องราวประวัติความเป็นมายาวนานที่น่าสนใจอีกด้วย ขณะเดียวกันตัวอุ่นเองเห็นได้ศึกษาก็รู้สึกชอบเช่นกัน" พีอาร์สาวร่างเล็กแห่งแบงก์รวงข้าวกล่าวถึงที่มาที่ไปของงานอดิเรกที่ตัวเองชื่นชอบ

 ภายใน "วัดพระแก้ว" อันเป็นสถานที่นัดหมายระหว่างสาวอุ่นกับทีมงานคมชัดลึก ขอเวลานอก  ไปไหว้พระ พร้อมๆ ชมงานศิลป์ที่เธอสุดแสนประทับใจทั้งในแง่ของประวัติความเป็นมาและความวิจิตรงดงาม จากที่คาดการณ์ว่าน่าจะได้คุยกันแบบสบายๆ และปลอดจากนักเที่ยวมากที่สุด  ด้วยว่ามิใช่วันหยุดทว่านั่นเป็นความคิดที่ผิดถนัด!! เพราะเกือบจะแทบทุกตารางพื้นที่หนาแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งบ้านใกล้เรือนเคียงและฝั่งข้ามโลก กระนั้นความตั้งใจของอดีตอาจารย์ยังสาวก็หาได้ลดน้อยถอยลง ขณะเดียวกันก็พยายามฝ่าเปลวแดดแหวกฝูงชนซอกแซกเที่ยวชมมุมโน้นนี้นั้นอย่างสบายอารมณ์พร้อมกับทำหน้าที่อธิบายถึงมนต์เสน่ห์แห่งงานศิลป์ที่ตัวเองหลงใหลได้ปลื้ม

 "อุ่นว่าเรื่องราวของประวัติศาสตร์ หรือ ศิลปะก็ดีล้วนมีสีสันไม่ว่าจะเป็นที่แห่งไหนในโลก อย่างน้อยๆ ทำให้ผู้เรียนได้รู้ได้สนุก เพราะแต่ละที่มีเรื่องราวต่างกันไป ขณะเดียวกันบางที่แม้อยู่ห่างไกลกัน ทว่ากลับเชื่อมโยงเกี่ยวกันพัน ผู้เรียนจึงต้องสืบค้นหาข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง บางครั้งยังต้องมีการล้อมวงถกเถียงในเรื่องข้อมูลกันบ้าง ถือว่าเป็นเสน่ห์ของวิชาแขนงนี้ นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสตัวเองให้ได้ท่องเที่ยวเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ  อันเป็นเรื่องปกติของผู้ที่เรียนด้านประวัติศาสตร์ศิลป์ ซึ่งต่างจากวิชาอื่นๆ เพียงแค่นั่งเรียนในห้องก็เพียงพอแล้ว แต่สำหรับวิชานี้ผู้เรียนต้องได้เห็นได้เรียนรู้จากของจริงสถานที่จริง เช่น ตามพิพิธภัณฑ์บ้าง ตามสถาปัตยกรรมต่างๆ บ้าง จึงจะได้เห็นภาพชัดเจน" สาวอุ่นเล่าทว่าไม่ลืมทำหน้าที่ชี้ชวนให้ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังอย่างผู้ชำนาญงานตามประสาคนมาบ่อยๆ

 ลัดเลาะกำแพงศิลป์อยู่ซักพักใหญ่เหมือนๆ ทายาทรวงข้าว จะนึกขึ้นได้ว่าเข้าวัดทั้งที ยังมิได้ไหว้พระขอพรตามธรรมเนียมชาวพุทธถือปฏิบัติอย่างไม่ขัดเขินทั้งที่มีเวลาใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนจะปล่อยให้ซักถามเรื่องราวต่างๆ ที่สอดคล้องเชื่อมโยงกันอย่างเหนียวแน่น นับตั้งแต่การเลือกเรียนศิลปะ จนกระทั่งนำมาซึ่งงานอดิเรก สุดท้ายในสายงานพีอาร์อันเป็นงานประจำที่เธอทำได้เพียงปีกว่าๆ เท่านั้น

 "เมื่ออุ่นได้เริ่มฝึกงานและทำงานในสายประชาสัมพันธ์ ก็ได้รู้ความจริงประการหนึ่ง นั่นก็คือ การทำงานพีอาร์ให้ได้ประสิทธิภาพนั้นต้องรู้จักค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วน ซึ่งหากมองย้อนกับไปเมื่อสมัยเรียนหนังสืออุ่นก็ต้องค้นคว้าข้อมูลเยอะมากๆ บางครั้งแค่จะทำรายงานแค่หัวข้อเล็กๆ เพียงข้อเดียว แต่ต้องอ่านหนังสือทีละหลายๆ เล่ม แล้วนำมาเปรียบเทียบกันเพื่อความแม่นยำ และประสบการณ์ในสมัยนั้น อุ่นก็สามารถนำมาเป็นพื้นฐานใช้กับงานประจำในวันนี้ได้ เช่นเดียวกับการนั่งถกกันอย่างหน้าดำคร่ำเครียดในหมู่เพื่อนฝูงหรือแม้แต่กับอาจารย์เมื่อจะต้องกางข้อมูลที่ตัวเองพยายามหามาเพื่อนำเสนองานวิจัยแต่ละครั้ง ก็ทำให้อุ่นกลายเป็นคนมีความมั่นใจกล้าแสดงความคิดเห็นและรู้จักแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งงานพีอาร์ก็ต้องมีอะไรให้คิด ให้ตอบ ให้แก้ไขแบบเร่งด่วนเช่นกัน" พีอาร์สาววัย 26 ปีแจงถึงการนำประสบการณ์ในการเรียนมาปรับใช้กับการทำงานได้แบบเนียนๆ ประหนึ่งกำลังตอบข้อสงสัยที่หลายๆ คนมักจะตั้งคำถาม (ใส่หน้า) เธออยู่เสมอๆ ว่าเรียน "ประวัติศาสตร์ศิลปะ" แล้วจะใช้ทำมาหากินอะไรได้ !!

กอบแก้ว แผนสท้าน : เรื่อง
อนันต์ จันสูตร : ภาพ