ไลฟ์สไตล์

มธ.พร้อมร่วมศูนย์รับตรงแต่คงไม่ใช่ข้อสอบร่วมกัน

มธ.พร้อมร่วมศูนย์รับตรงแต่คงไม่ใช่ข้อสอบร่วมกัน

17 ก.พ. 2554

มธ.พร้อมร่วมศูนย์รับตรง แต่คงไม่ใช่ข้อสอบร่วมกัน ชี้แก้ปัญหาวิ่งรอกสอบ หากมีเพียง 1% ขณะที่ 99% ไม่เป็นปัญหา แนะควรแก้ปัญหาของคนส่วนใหญ่มากกว่า

 เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2554 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) ท่าพระจันทร์ ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมธ. นำทีมผู้บริหารชุดใหม่แถลงข่าววิสัยทัศน์ “มิติใหม่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์”ว่าอดีต มธ.เป็นบ่อน้ำที่บำบัดความกระหายด้านการศึกษาของคนไทย และเป็นที่พึ่งของคนยากไร้ ผู้คนระดับล่างสัมผัสได้เมื่อจบแล้วเหมือนเป็นเมล็ดพันธุ์พืชที่ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมตามเจตนารมณ์ของศ.ดร.ปรีดี พนมยงค์ ที่ต้องการให้มีสถาบันการศึกษาให้คนได้เรียนหนังสือ ผลิตคนให้มีความรู้ช่วยประเทศชาติแต่ปัจจุบันห่างจากปรัชญาการก่อตั้งมากขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นที่รวมของคนมีฐานะ เพราะฉะนั้น 3 ปีจากนี้ มธ. จะเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ เป็นผู้นำทางวิชาการของประเทศ ซึ่งต้องมีงานวิจัยที่ยอดเยี่ยมเผยแพร่ต่างประเทศมากขึ้น และยึดปรัชญาการก่อตั้งมธ.ของศ.ดร.ปรีดี เป็นสถานที่สร้างคนออกไปรับใช้ประเทศ และดูแลผู้ด้อยโอกาสของสังคม นอกจากนี้จะดูแลนักศึกษาให้มีเสรีภาพทุกตารางนิ้ว มีความรู้คู่คุณธรรม ส่งเสริมการทำกิจกรรม เป็นพลเมืองที่รับผิดชอบต่อประเทศชาติ

 ศ.ดร.สมคิด กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีการเข้าร่วมรับตรงกลางตามมติที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)นั้น มธ.พร้อมร่วมหากเป็นการกำหนดวันเวลาสอบที่ตรงกันหรือใกล้เคียงกัน แต่หากถึงขนาดใช้ข้อสอบเดียวกันคงต้องคุยกันอีกยาว ที่ผ่านมาใช้ระบบเอ็นทรานซ์แต่พบปัญหาเด็กที่สอบได้ จะลาออกสอบใหม่เพื่อเปลี่ยนคณะ มหาวิทยาลัยจึงหันมารับตรงเพื่อให้ได้คนที่อยากเรียนจริงๆ ปัญหาการลาออกก็หมดไป ซึ่งทั้ง 2 ระบบมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ส่วนการวิ่งรอกสอบหลายคณะหากเด็กวิ่งรอกสอบ 1% ขณะที่ 99% ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ตนเห็นว่าเวลาแก้ปัญหา ควรแก้ปัญหาของคนส่วนใหญ่มากกว่า อย่างไรก็ตาม แนวทางแก้ไขปัญหารับตรงส่วนหนึ่งควรกำหนดให้นักเรียนเลือกมหาวิทยาลัยได้ไม่เกิน 3 แห่ง และกำหนดสัดส่วนการรับตรงของมหาวิทยาลัย ทั้งระบุวันเวลาสอบให้พร้อมกันหรือใกล้เคียงกัน แต่ไม่ใช้ข้อสอบเดียวกัน