ไลฟ์สไตล์

เรื่องเค็มๆ ของ "โปแลนด์"

เรื่องเค็มๆ ของ "โปแลนด์"

19 ก.พ. 2554

ในทำเนียบของประเทศที่มีความเข้มข้นทางประวัติศาสตร์ นอกจากเยอรมนีแล้ว โปแลนด์เองก็น่าจะติดอยู่ในโผด้วยเหมือนกัน เรียกได้ว่าถ้าสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นละครเรื่องหนึ่ง โปแลนด์ถือว่าเป็นตัวละครสำคัญตัวหนึ่งที่มากมายไปด้วยบทบาทและเรื่องเล่า และยังเป็นตัวละครท

 ปะเหมาะเคราะห์ดีที่บริษัท โกลบอล ยูเนี่ยน เอ็กซ์เพรส (0-2308-2104) ชักชวนให้ไปสำรวจเมืองต่างๆ ของโปแลนด์ด้วยกัน โดยมีเจ้าภาพร่วมอย่างออสเตรียน แอร์ไลน์ (www.austrian.com) งานนี้มีหรือที่คนเท้าไม่อยู่สุขอย่างเราจะทำท่ากระบิดกระบวนหรืออิดออด

 ก่อนจะไปสืบเสาะและย้อนรอยประวัติศาสตร์ของโปแลนด์ตามหัวเมืองต่างๆ ฉันมีโอกาสโฉบไปที่เหมืองเกลือวิสลิซก้าที่อยู่ห่างจากเมืองคราคอฟไปประมาณ 30 กิโลเมตร ที่จริงตั้งใจจะไปคราคอฟ แต่เห็นประวัติเหมืองเกลือแล้วนั่งไม่ติดเบาะ ขอแวะไปสำรวจมรดกโลกชิ้นนี้ของโปแลนด์ซะหน่อย

 ไม่เพียงเป็นเหมืองเกลือที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของโปแลนด์ แต่ที่นี่จัดได้ว่าเหมืองเกลือที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป บางคนถึงกับบอกว่าเป็นเหมืองใต้ดินที่มหัศจรรย์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว จึงไม่น่าแปลกใจที่เมื่อปี 1978 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เหมืองแห่งนี้ถูกบันทึกให้เป็นมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติ จากนั้นรัฐบาลโปแลนด์ก็ได้ประกาศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเมื่อปี 1994 นับตั้งแต่นั้นมาผู้คนก็แห่แหนมาเที่ยวที่นี่กันปีละเป็นล้านคน     

 เหมืองแห่งนี้มีประวัติการทำเหมืองยาวนานเกือบ 800 ปี เรียกว่าตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 จนถึงปลายศตวรรษที่ 20 ตอนที่มีการยกเลิกทำเหมืองในปี 1996 นั้น ก็เพราะว่าเกิดสภาวะราคาเกลือตกต่ำประกอบกับมีน้ำท่วมเหมืองก็เลยต้องหยุดกิจการ 

 จะเข้าชมด้านในของเหมืองเกลือจะเดินสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปเองไม่ได้ เพราะข้างในเป็นเหมือนอุโมงค์ที่ลึกและใหญ่มาก เขาจะมีไกด์พาเดินเป็นรอบๆ

 ทางเดินจะเป็นบันไดวนลงไปเริ่มต้นที่ชั้น 1 ของเหมืองซึ่งตรงบริเวณนั้นก็ลึกประมาณ 150 เมตรแล้ว คิดดูว่าทั้งหมดของเหมืองมี 9 ชั้นเนี่ยจะเดินกันน่องระบมขนาดไหน เพราะเหมืองเกลือแห่งนี้ลึกลงจากพื้นดินประมาณ 370 เมตร หรือถ้าจะนับเป็นความยาวของระยะทางเดินของทั้งเหมืองเขาบอก 300 กิโลเมตร เรียกว่าถ้าจะชมกันให้ทั่วก็เหมือนเดินจากกรุงเทพฯ ไปจันทบุรีประมาณนั้นเลย

 ก่อนจะออกเดิน ไกด์ถึงต้องถามก่อนว่าจะเลือกเดินแบบ 2 หรือ 3 ชั่วโมง ก็ไม่เห็นมีใครตอบว่า 3 เลยสักคน แต่ก่อนจะถลำลึก ไกด์คอยกำชับไม่ให้แตกแถว เพราะอาจจะหลงได้ ก็ด้านในเหมือนเขาวงกตยังกะอะไรดี

 ที่จริงมีตำนานมากมายที่บอกเล่าถึงเหมืองเกลือแห่งนี้ เช่นว่า เจ้าหญิงคิงกาแห่งฮังกาเรียนที่ถูกหมายมั่นให้แต่งงานกับเจ้าชายแห่งคราคอฟ อยากจะมอบของขวัญให้แก่คู่หมาย แต่เจ้าหญิงไม่รู้จะมอบอะไรให้ดี เลยนึกถึงเกลือ ก็อย่างที่รู้กันว่าสมัยก่อนเหมืองเกลือมีค่าพอๆ กับทอง  เจ้าหญิงจึงอธิษฐานและโยนแหวนของเธอลงไปในเหมืองที่ฮังการี ครั้นเมื่อเดินทางถึงคราคอฟ ก็จัดแจงให้ทหารขุดในบริเวณที่เสี่ยงทาย ปรากฏว่าไม่ใช่แค่พบแหวนของเธอแต่ยังเจอเกลือด้วย นับแต่นั้นมาที่นี่เลยถูกสร้างเป็นเหมืองเกลือ และชาวคราคอฟก็เทิดทูนให้เป็นเทพีแห่งเหมืองเกลือ

  ยิ่งเดินลึกเข้าไปในเหมืองเกลือมากเท่าไหร่ ยิ่งชวนให้รู้สึกอัศจรรย์ใจจริงๆ เพราะด้านในซ่อนห้องหับไว้กว่า 2 พันห้อง บางห้องแสดงเครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์ทำเหมืองแร่ หุ่นจำลองชีวิตชาวเหมือง รวมถึงแสดงการพัฒนาของเทคโนโลยีเหมืองแร่จากสมัยกลางจนถึงยุคปัจจุบัน บางห้องเป็นโถงที่ประดับด้วยโคมระย้า มีรูปปั้นรูปสลักของบุคคลสำคัญของโปแลนด์ รวมถึงมีโบสถ์หลายแห่ง ซึ่งทั้งหมดนี้ทำจากเกลือทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นพื้น เพดาน ผนัง โคมไฟ หรือรูปปั้นทุกชิ้น ไกด์บอกไม่เชื่อให้ลองชิมดู มีหรือจะพลาด

 มีความเชื่อกันว่าเกลือจากเหมืองและอากาศเหมืองมีคุณสมบัติพิเศษช่วยรักษาโรคภัยได้ด้วยค่ะ ก่อนมาเพิ่งมีข่าวว่ามีทัวร์พาเด็กที่เป็นโรคหอบหืดลงมาเต้นแอโรบิกที่นี่ด้วย เพราะอากาศในเหมืองเกลือแห่งนี้ดีต่อผู้ป่วยหอบหืด เนื่องจากปลอดจากสารก่อภูมิแพ้ ระดับความชื้นสูงและโซเดียมคลอไรด์ในเหมืองยังช่วยเร่งการฟื้นฟูเยื่อบุจมูก ระบบหายใจของผู้ป่วยโดยรวมจึงทำงานได้ดีขึ้น ทุกวันนี้นอกจากแน่นขนัดไปด้วยนักท่องเที่ยวก็ยังมีผู้ที่ต้องการบำบัดโรคภัยไข้เจ็บเดินทางมาอีกไม่น้อยทีเดียว

  ดูเหมือนถนนทุกสายพุ่งไปที่ไฮไลท์ของเหมือง ที่นั่นคือโบสถ์เซนต์คิงกา ห้องโถงขนาดใหญ่ที่ถูกประดับประดาไว้อย่างสวยงาม แต่คุณอาจจะทึ่งเมื่อรู้ว่า ทุกอย่างในห้องนี้เป็นผลผลิตจากเกลือทั้งหมด

  จัดเป็นห้องที่สวยงามที่สุดในเหมือง ประดับตกแต่งด้วยโคมไฟแบบแชนเดอร์เลียร์ที่ทำมาจากเกลือ และผนังยังมีการตกแต่งด้วยภาพสลักเกลือแบบนูนต่ำบนหินเกลือตามแบบผลงานของศิลปินชื่อดัง ลีโอนาโด ดาวินชี

  เรียกว่ามุมนี้เป็นเหมือนห้องนั่งเล่นของนักท่องเที่ยวก็ว่าได้ เป็นความโอ่โถงและสวยแบบเค็มๆ ยังไงไม่ทราบ

 ออกจากจุดนี้มาก็ยังมีจุดน่าสนใจอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรูปสลักเกลือของพระสันตะปาปาองค์ก่อน รวมถึงทะเลสาบที่แทบไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่ในเหมืองแห่งนี้ 

 เสร็จสิ้นการเดินชมเหมืองเกลือกันแล้ว ทุกข์ก็อยู่ตอนขาขึ้นนี่แหละ ไต่ลงมาลึกซะขนาดนี้ ถ้าจะต้องเดินขึ้นคงขาลากกันเลยทีเดียว โชคดีที่ทางเหมืองเขายังปรานีทำลิฟต์ไว้ให้ เลยรอดตัวไป ทะยานขึ้นมาบนลิฟต์แคบๆ แค่ 30 วินาทีก็เป็นการจบการทัวร์เหมืองเกลือโบราณ 

 สัมผัสมุมเค็มๆ ของโปแลนด์กันแล้ว คราวหน้าจะพาไปท่องในหลายเมืองของโปแลนด์กันต่อ แต่ละเมืองนี่งามหยดไม่แพ้เช็ก หรือฮังการีเลย

"กาญจนา หงษ์ทอง"