
อานิสงส์"ภูฟ้า"เพื่อคนเมืองน่าน เร่งฟื้นฟู"ดิน-น้ำ"สู่ที่ทำกินถาวร
ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนต่อเนื่องและมีความลาดชันสูง ขณะที่สภาพดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ทำให้การใช้ประโยชน์จากที่ดินของราษฎรในพื้นที่ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน มีปัญหาการใช้ประโยชน์จากที่ดินมาอย่างยาวนาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
จากนั้นจึงได้จัดตั้งศูนย์ภูฟ้าพัฒนาขึ้น เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2542 เพื่อใช้เป็นต้นแบบการพัฒนาและถ่ายทอดความรู้การพัฒนาไปสู่ราษฎรในพื้นที่เป้าหมายในท้องที่ อ.บ่อเกลือ และ อ.เฉลิมพระเกียรติ ครอบคลุมเนื้อที่กว่า 1,812 ไร่ ตามพระราชปณิธานของพระองค์ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ทรงงานแปลงทดลองวิจัยของหน่วยงานต่างๆ และพื้นที่ทำกินของเกษตรกร
ศรีศักดิ์ ธานี นักวิชาการเกษตรชำนาญการ สถานีพัฒนาที่ดินน่าน ในฐานะผู้ประสานงานศูนย์ภูฟ้าพัฒนา ตามพระราชดำริกล่าวถึงการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่โครงการ โดยจะเน้นการใช้ประโยชน์เชิงอนุรักษ์แบบวนเกษตรหรือเกษตรผสมผสาน ที่จะต้องมีการอนุรักษ์ดินและน้ำ โดยเน้นปลูกพืชตามแนวระดับ ทำขั้นบันไดปลูกไม้ผล ทำคันดิน ปลูกหญ้าแฝก ปลูกพืชคลุมดิน ส่วนพื้นที่ที่ความลาดชันน้อยก็จะทำนาแบบขั้นบันได
"ราษฎรในพื้นที่ศูนย์ภูฟ้าพัฒนาส่วนใหญ่มีเชื้อสายมาจากพวกลาวลัวะ ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก นิยมปลูกข้าวไร่แบบไร่เลื่อนลอย ผลผลิตที่ได้ต่ำมาก 15-20 ถังต่อไร่เท่านั้น ก็พยายามเปลี่ยนให้พวกเขาหันมาทำนาดำแบบขั้นบันไดแทนเพื่อผลผลิตต่อไร่ที่เพิ่มขึ้น อย่างทำนาดำแบบขั้นบันไดขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 40-50 ถังต่อไร่" ศรีศักดิ์เผย
สกุล น่านโพธิ์ศรี เกษตรกรตัวอย่างวัย 68 ปี แห่งบ้านผาสุข หมู่ 3 ต.ภูฟ้า อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ซึ่งเป็นราษฎรในโครงการศูนย์ภูฟ้าพัฒนา ที่ยึดอาชีพเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำริ โดยนำเนื้อที่กว่า 8 ไร่เศษปลูกพืชผัก ไม้ผลต่างๆ อาทิ กล้วย ชาอูหลง สับปะรด มะม่วง พืชผักสมุนไพรต่างๆ โดยจะปลูกตามแนวระดับขั้นบันได ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน แม้ทุกวันนี้เขาจะมีรายได้จากการขายผลผลิตเพียงแค่วันละ 20-30 บาท แต่อยู่ได้อย่างสบาย เนื่องจากไม่มีรายจ่ายเพิ่ม
"รายได้แต่ละปีอยู่ที่ 3 หมื่นบาท ก็อยู่ได้ เพราะเราไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร ทุกอย่างเรามีหมดแล้ว พืชผักปลูกเอง เป็ด ไก่ หมูก็เลี้ยงเอง แล้วทุกอย่างไม่ใช้สารเคมีเลย ทั้งปุ๋ย ทั้งยา แล้วก็อาหารสัตว์ทำเองหมด มีเจ้าหน้าที่จากศูนย์ภูฟ้ามาคอยดูแลช่วยเหลือตลอด" สกุลกล่าว
ขณะที่ เหรียญ คำแคว่น หมอดินอาสาประจำตำบลภูฟ้า เกษตรกรตัวอย่างอีกราย ในฐานะวิทยากรให้ความรู้ในเรื่องการอนุรักษ์ดินและน้ำ ตลอดจนการแนะนำวิธีการทำปุ๋ยอินทรีย์ตามสูตรของกรมพัฒนาที่ดินแก่เกษตรกรในเครือข่าย ซึ่งปัจจุบันพื้นที่แปลงเกษตรของเขาเป็นศูนย์เรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีประจำตำบลภูฟ้า โดยเน้นการผลิตปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยคอก และน้ำหมักชีวภาพ สำหรับการศึกษาดูงานของเกษตรกรในพื้นที่โครงการซึ่งมีกว่า 127 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 6 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านผาสุข บ้านนากอก บ้านห่างทางหลวง บ้านสบมาง บ้านห้วยล้อม และบ้านห้วยลอย
การบริหารจัดการด้านดิน น้ำ พืชและคน ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา เพื่อแก้ไขปัญหาดินเสื่อมโทรม และมีการใช้ทรัพยากรดินอย่างเหมาะสมสำหรับการเพาะปลูกพืชอาหาร และเป็นแหล่งทำกินอย่างถาวรของคนบนพื้นที่สูงแห่งเมืองงาช้างดำ
"สุรัตน์ อัตตะ"



