ไลฟ์สไตล์

ศธ.ขอคืนอัตราครูพี่เลี้ยงเด็กพิการ"ชินวรณ์"ชูร.ร.ดีประจำตำบล

ศธ.ขอคืนอัตราครูพี่เลี้ยงเด็กพิการ"ชินวรณ์"ชูร.ร.ดีประจำตำบล

17 ก.พ. 2554

ศธ.ขอคืนอัตราครูพี่เลี้ยงเด็กพิการคืน 14,184 อัตรา หลังถูกหั่นเหลือ 1,676 อัตราจากเดิมได้ 15,860 อัตรา ครม.เห็นชอบหลักการสั่ง สพฐ.หารือสำนักงบ ให้รู้ผลภายใน 7 วัน “ชินวรณ์” แจงเด็กพิการสามารถเรียนในโรงเรียนที่แข่งขันสูงได้ หากมีการสอนแบบเรียนร่วม พร้อมชู

 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบในหลักตามที่กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เสนอของคืนอัตราจ้างพี่เลี้ยงเด็กพิการ ซึ่งเดิมกระทรวงศึกษาธิการได้รับจัดสรรเงินตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งระยะที่ 2 ตามโครงการคืนครูให้นักเรียน ซึ่งสามารถจ้างครูพี่เลี้ยงเด็กพิการ จำนวน 15,860 อัตรา จำนวนเงิน 966,825,000 บาท แต่เนื่องจากในปีงบประมาณ 2554 สพฐ.ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อจ้างพี่เลี้ยงเด็กพิการในงบปกติ ต่อเนื่องจากปีงบประมาณ 2553 เพียง 1,676 อัตรา จำนวนเงิน 107,277,408 บาท ซึ่งอัตราที่ได้รับในปีนี้นั้นลดลงจากปีที่ผ่านมาถึง 14,184 อัตรา กระทรวงศึกษาธิการจึงมีความจำเป็นต้องขออัตราดังกล่าวนี้คืน ซึ่งจะใช้งบประมาณจำนวน 907,889,472 บาท โดย ครม.มอบให้ สพฐ.ไปตกลงร่วมกับสำนักงบประมาณภายใน 7 วัน

 “ศธ.มีความจำเป็นต้องขอคืนอัตราครูพี่เลี้ยงเด็กพิการ เพราะครูพี่เลี้ยงเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยเหลือเด็กพิการร่วมกับครูผู้สอนในโรงเรียนการศึกษาพิเศษ ศูนย์การศึกษาพิเศษ และโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ รวมทั้งโรงเรียนที่จัดการเรียนร่วมเพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาสมรรถภาพเป็นรายบุคคล” รมว.ศึกษาธิการกล่าว

 นายชินวรณ์กล่าวถึงกรณีการรับนักเรียนปีการศึกษา 2554 ว่าเด็กพิการมีโอกาสได้เช้าเรียนในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงหรือไม่ ว่า ปัจจุบันมีโรงเรียนประเภทการศึกษาพิเศษที่เป็นโรงเรียนต้นแบบดูแลเด็กพิการ เด็กพิเศษ จำนวน 906 แห่ง และมีโรงเรียนทั่วไปที่เปิดสอนแบบเรียนร่วมอีก 14,000 แห่ง โดยสัดส่วนอยู่ที่ ครู 1 คนต่อนักเรียน 1-15 คน ซึ่งการจะเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงนั้นหากโรงเรียนมีการจัดการสอนแบบเรียนร่วมก็สามารถเข้าเรียนได้

 "อย่างไรก็ตาม ต่อไปนี้โรงเรียนประจำตำบลจะเข้ามามีบทบาทในการเปิดสอนแบบเรียนร่วมด้วย เพื่อให้เป็นการเพิ่มศักยภาพในการดูแลนักเรียนได้ทั่วถึงทุกพื้นที่ และผู้ปกครองส่วนใหญ่ต้องการที่ให้เด็กได้เรียนในโรงเรียนที่ใกล้บ้านเพื่อจะดูแลได้ ซึ่งการที่โรงเรียนดีประจำตำบลสามารถดูแลเด็กพิการได้เชื่อว่าได้รับการตอบรับที่ดี" นายชินวรณ์กล่าวในที่สุด