
สอศ.ปิดศูนย์นอกที่ตั้ง 64ศูนย์สิ้นปีการศึกษา53
สอศ.ปิดศูนย์นอกที่ตั้ง 164 ศูนย์สิ้นปีการศึกษา 53 นี้ เตรียมกำหนดเกณฑ์ขอเปิดต้องเข้าข่าย 5 ลักษณะ ส่วน นศ.เทียบโอนที่เรียนอยู่ที่ศูนย์เดิมจะโอนให้ไปเรียนในวิทยาลัยที่อยู่ใกล้เคียง
(16ก.พ.) น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เปิดเผยว่า เนื่องจากมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการเปิดศูนย์ศึกษานอกที่ตั้ง และการตั้งสาขาของวิทยาลัยอาชีวศึกษาต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เปิดสอนในรูปแบบการศึกษาแบบเทียบโอนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ซึ่งผู้เรียนส่วนใหญ่คือกลุ่มที่ทำงานแล้วพบปัญหามากมาย ทั้งเรื่องคุณภาพการศึกษาไม่ตรงตามคุณวุฒิวิชาชีพ จบไปไม่มีงานทำ ที่สำคัญขณะนี้พบว่ามีการโฆษณาชวนเชื่อด้วยว่าผู้เรียนศูนย์นอกที่ตั้งสามารถกู้ยืมเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)ทั้งที่ความจริงไม่สามารถกู้ได้ รวมทั้งโฆษณาชวนเชื่อว่าเรียนเพียง 1 ปีก็จบการศึกษา รวมถึงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม จากที่มอบให้ น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) ไปทำการสำรวจพบว่ามีศูนย์ศึกษานอกที่ตั้ง จำนวน 800 ศูนย์ ในจำนวนนี้ 164 ศูนย์ เปิดโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จำนวน 52 แห่ง ที่เหลือคาดว่าจะเป็นของเอกชน
อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน และเพื่อสร้างมาตรฐานและคุณภาพการศึกษาของศูนย์นอกที่ตั้งเหล่านี้ใหม่ทั้งหมด เพราะฉะนั้นเมื่อจบปีการศึกษา 2553 นี้เดือนมี.ค. 2554 สอศ.จะปิดศูนย์นอกที่ตั้งทั้ง 164 ศูนย์ ส่วนนักศึกษาที่เรียนอยู่นั้นก็จะดูแลโดยโอนย้ายให้ไปเรียนในวิทยาลัยอาชีวศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ศูนย์นอกที่ตั้งซึ่งเปิดในห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลสำโรง ก็จะให้ไปเรียนที่วิทยาลัยการอาชีพบางปะกง เป็นต้น โดยจากนี้ สอศ.จะไปกำหนดหลักเกณฑ์ในการเปิดศูนย์นอกที่ตั้งของวิทยาลัยว่าการจะเปิดศูนย์นั้นจะต้องเปิดโดยคำนึงถึงความเหมาะสมสอดคล้องกับพื้นที่
“เราต้องเริ่มสร้างมาตรฐานของศูนย์นอกที่ตั้งของเราให้มีคุณภาพก่อน กำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดว่าจะเปิดสอนอะไร เช่น ศูนย์นอกที่ตั้งที่เปิดในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อาจจะสอนคหกรรม หรืออยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมจะสอนไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งหากจะเปิดสอนต้องมีอุปกรณ์ที่พร้อมด้วย ซึ่งที่ผ่านมานั้นไม่เคยมีการกำหนดหลักเกณฑ์มาก่อนเลย เพราะพออดีตผู้บริหารให้การสนับสนุนการเปิดศูนย์นอกที่ตั้ง วิทยาลัยก็เปิดซึ่งจะไปเอาผิดก็ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ถ้ากำหนดหลักเกณฑ์เสร็จเรียบร้อยในช่วงระยะเวลา 3 เดือนหลังจบปีการศึกษา ก็คาดว่าจะสามารถเปิดศูนย๋นอกที่ตั้งทันในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 ซึ่งอาจจะเปิดจำนวนเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิมก็ได้”น.ส.นริศรา กล่าว
ด้าน น.ส.ศศิธารา กล่าวว่า ได้หารือกันว่าการเปิดศูนย์ดังกล่าวกลุ่มเป้าหมายเป็นคนทำงานที่มาเรียนเทียบโอน เพราะฉะนั้น การจัดการเรียนการสอนควรจะเข้าข่ายใน 5 ลักษณะ คือ 1.เรียนรู้ในชั้นเรียน 2.พบกลุ่ม 3. เรียนรู้ด้วยตนเอง 4.สอนเสริม และ 5.เรียนรู้ด้วยวิธีอื่น ๆ ที่สำคัญการเปิดศูนย์นอกที่ตั้งของวิทยาลัยควรเปิดในจังหวัดที่ใกล้เคียงกัน เป็นพื้นที่ที่ไม่มีการสอนในหลักสูตรนั้นอยู่จึงจำเป็นต้องเปิดสอน และจะต้องปรับหลักสูตรเป็นหลักสูตร 3 ปีเหมือนหลักสูตรปกติไม่ใช่หลักสูตร 1 ปี



