ไลฟ์สไตล์

มธบ.ผุดวิทยาลัยนานาชาติจีนรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอาเซียน

มธบ.ผุดวิทยาลัยนานาชาติจีนรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอาเซียน

16 ก.พ. 2554

การที่สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นพี่ใหญ่ในภูมิภาคได้กระโดดเข้ามาจับมือเซ็นสัญญาความร่วมมือกับอาเซียนเป็นเสมือนตัวช่วยเร่งให้การค้าระหว่างประเทศในกลุ่มประชาคมนี้ขยายตัวออกไปกว้างขวางขึ้น ปัญหาที่ต้องก้าวข้าม

 คือ เรื่องภาษาการสื่อสาร และกฎเกณฑ์การค้าขายของแต่ละประเทศที่ต่างฝ่ายต่างต้องเรียนรู้และปรับตัวเข้าหากัน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ จึงได้จับมือกับมหาวิทยาลัยชื่อดังในจีนเปิดวิทยาลัยนานาชาติจีน จัดการเรียนการสอนเป็นภาษาจีน เน้นการค้าระหว่างประเทศ และการท่องเที่ยวและโรงแรม เสริมด้วยภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพิ่มเติมจากหลักสูตรภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่มีนักศึกษาจีนมาเรียนอยู่แล้ว

ก่อนหน้าที่จะเปิดตัววิทยาลัยนานาชาติจีน มธบ.ได้ริเริ่มโครงการนำร่องเปิดสอน สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ คณะบริหารธุรกิจ และสาขาการท่องเที่ยวและโรงแรม คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ให้แก่นักศึกษาจีนที่เข้ามาเรียนในประเทศไทย เพื่อรองรับการทำธุรกิจระหว่างสองประเทศ จัดการเรียนการสอนเป็นภาษาไทยแต่เข้มข้นเรื่องของธุรกิจการนำเข้า-ส่งออก ระหว่างประเทศ การทำการตลาด และการได้ฝึกงานกับสถานประกอบการในประเทศไทย รวมทั้งการดูแลนักศึกษาอย่างใกล้ชิด 

โครงการนำร่องได้ผลเกินคาด  มธบ.จึงตอบรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนโดยจัดตั้ง "วิทยาลัยนานาชาติจีน" ภายใต้ชื่อ KUST-DPU Chinese International College (KDCIC) ซึ่งเกิดจากการร่วมทุนระหว่าง มธบ.และKunming University of Science and Technology (KUST) จากสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาจากประเทศจีนและประเทศอื่นๆ ในอาเซียนที่ต้องการรู้จักและรุกเข้าสู่จีนได้เรียนรู้ ศึกษา และอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่พร้อมเพื่อการศึกษาอย่างมีคุณภาพระดับมาตรฐานสากล

รศ.ดร.วรากรณ์  สามโกเศศ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ฉายภาพ วิทยาลัยนานาชาติจีน ว่า เปิดรับทั้งนักศึกษาไทย นักศึกษาจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และนักศึกษาจากนานาชาติ เข้าศึกษาโดยใช้ภาษาจีนเป็นสื่อการสอน ดำเนินการสอนโดยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิเจ้าของภาษาที่มีความรู้และประสบการณ์จริง ด้วยเทคนิคการสอนที่ทันสมัย เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำความรู้มาประยุกต์สู่การปฏิบัติจริง และก้าวสู่ความเป็นนานาชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ

 "วิทยาลัยนานาชาติจีน เปิดสอนในระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี ภาคปกติ โดยมี 2 สาขาวิชา คือ สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business) และสาขาการจัดการการท่องเที่ยวและการโรงแรม (Hospitality and Tourism Management) นอกจากการเรียนการสอนในห้องเรียนปกติแล้ว KDCIC ยังมีกิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งในหลายรูปแบบ อาทิ การฝึกงานกับบริษัทชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ การศึกษาดูงานนอกสถานที่ การจัดกิจกรรมทางวิชาการ เป็นต้น" รศ.ดร.วรากรณ์ กล่าว

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความเข้มแข็งของหลักสูตรการเรียนการสอน ความเข้มข้นทางวิชาการ คือปัจจัยสำคัญเพื่อก้าวสู่ "ฮับการศึกษาของอาเซียน" แต่ความพร้อมด้านสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักศึกษามองข้ามไม่ได้ รศ.ดร.วรากรณ์ กล่าวว่า “วิทยาลัยนานาชาติจีน มธบ. มีความพร้อมในเรื่องสถานที่ ทั้งห้องเรียน ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์  ห้อง Student Service รวมถึงห้องสมุดที่มีหนังสือเรียน และตำราภาษาจีนสำหรับใช้ในการค้นคว้าหาความรู้อย่างเพียบพร้อมและเพียงพอ หอพักนักศึกษาต่างชาติ อีกทั้งนักศึกษาสามารถเข้าร่วมกิจกรรมตลอดทั้งปี เพื่อเรียนรู้ และเข้าใจชีวิตการเรียนในมหาวิทยาลัยไทย และเสริมสร้างมิตรภาพกับนักศึกษาไทยอีกด้วย
"ทั้งหมดนี้ เราต้องการให้นักศึกษาที่มาเรียนที่วิทยาลัยนานาชาติจีน มั่นใจในคุณภาพการเรียนการสอนของมธบ.และตัดสินใจมาศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่ประเทศไทย" รศ.ดร.วรากรณ์  กล่าว

เซี่ย เหวย เหวย (นางสาวแพรวพรรณ-เหมียว) นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชนชาติกวางสี มาเรียนที่ประเทศไทยแบบต่อเนื่อง  คือเรียนที่ประเทศจีน  2 ปี และในต่างประเทศอีก 2 ปี เหตุผลที่เลือกประเทศไทย เพราะคนไทยเป็นมิตร มีน้ำใจ และตัดสินใจเรียนที่คณะบริหารธุรกิจ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ มธบ. เพราะที่นี่มีชื่อเสียงด้านธุรกิจ และอาจารย์ที่เมืองจีนแนะนำให้มาเรียนที่นี่ พอได้มาเรียนที่นี่จริงๆ แล้วรู้สึกประทับใจการเรียนการสอนของอาจารย์ทุกคนที่เอาใจใส่และให้ความช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาทั้งในเรื่องเรียน และการใช้ชีวิต ทำให้เหมียวประทับใจมากและหากมีโอกาสก็อยากทำงานที่ประเทศไทยหลังจากเรียนจบ

ส่วน หลัว เสียว ต้ง นักศึกษาจากวิทยาลัยนานาชาติจีน สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ กล่าวว่า “เลือกมาเรียนที่เมืองไทย เพราะว่าเป็นโอกาสที่ดีในการหางานทำได้ง่ายขึ้นเพราะประเทศไทยทำธุรกิจกับประเทศจีนจำนวนมาก ซึ่งที่มธบ.มีวิชาที่ช่วยเติมเต็มความรู้ในส่วนนี้ อาจารย์ที่นี่ยังสอนให้เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายและสนุกอีกด้วย นอกจากนี้แล้วตนยังประทับใจนักศึกษาคนไทยที่เป็นมิตรกับพวกเราอย่างมาก ทำให้รู้สึกอบอุ่น และไม่เหงาจนเกินไป ถึงแม้ว่าจะไกลจากเมืองเกิดมา
ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มีนักศึกษาจีนเรียนอยู่ทั้งสิ้น 420 คน แบ่งเป็นระดับปริญญาตรีหลักสูตรภาษาไทยในคณะบริหารธุรกิจ และคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์  หลักสูตรภาษาอังกฤษในวิทยาลัยนานาชาติ (DPUIC) และหลักสูตรภาษาจีนในวิทยาลัยนานาชาติจีน (KDCIC) รวมทั้งในระดับปริญญาโท ในคณะบริหารธุรกิจ ขณะเดียวกัน

"มธบ.ยังได้ลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยในสาธารณรัฐประชาชนจีน 25 แห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยเซียะเหมิน และมหาวิทยาลัยกวางสี ในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อผลิตบัณฑิตที่ถึงพร้อมทั้งความรู้ด้านภาษาจีน ภาษาอังกฤษ และธุรกิจ รองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก พร้อมประกาศตัวเป็นผู้นำของสถาบันการศึกษาในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการศึกษาของอาเซียน" รศ.ดร.วรากรณ์ กล่าวในที่สุด