
จิตรา ก่อนันทเกียรติ กับ Unseen ใหม่ๆ ในฮ่องกง
อย่างที่เรียนไว้ว่า คนฮ่องกงถือธรรมเนียมและเน้นปฏิบัติในเรื่องมงคลตรุษจีนมากกว่าลูกจีนในไทยหลายเท่าตัว เช่น ที่ชัดเจนมากกับการถือฤกษ์ยามคือ คนจีนที่ทำการค้านิยมเปิดร้านในวันที่เจ้าขึ้นสวรรค์ 10 วัน จะกลับลงมาในวันที่ 4 เดือน 1 ของจีน แต่ปีนี้ดวงดาวประจำวั
ปรากฏว่า เป็นคนแก่อายุถึง 86 ปี ที่มือเริ่มสั่นแล้ว แต่เขียนสวยมากๆ เมื่อไปถึงเห็นผู้เฒ่ากำลังเขียนป้ายแผ่นป้ายให้ร้านหนึ่ง เพื่อบอกลูกค้าว่า จะเปิดร้านในวันที่ 9 เดือน 1 โชคดีที่ผู้เขียนได้ทำการบ้านเรื่องวันดี-วันไม่ดีหลังตรุษจีนไว้แล้ว แต่ทำให้ได้ความรู้เพิ่มว่า
คนฮ่องกงให้ความสำคัญเรื่องการเปิดร้านวันแรกมาก จึงมีคนหัวใสพิมพ์โปสเตอร์ลวดลายมงคลที่พื้นที่ให้เขียนบอกวันเปิดร้านหลังตรุษจีน แบบในภาพที่ลงให้ดู ซึ่งเมื่อสังเกตตามหน้าร้านต่างๆ ที่หยุดตรุษจีนก็ล้วนติดโปสเตอร์ลายนี้กันหมด
ต้องบอกว่าคนฮ่องกงนี่...เงินเยอะจริงๆ มีเงินใช้จ่ายกับเรื่องพวกนี้โดยไม่เสียดาย
เรื่องกับข้าวมงคลก็เป็นอะไรที่สนุก ผู้เขียนขอให้ไกด์พาเดินตลาดสด ตั้งแต่เย็นวันแรกที่ไปถึง อันเป็นวันจ่ายพอดี ที่สะดุดตาที่สุด เพราะไม่เคยเห็นมาก่อนคือ ลิ้นหมูวางขายเด่นเป็นกองโต เป็นลิ้นหมูที่ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา ถ้ามีคนบอกว่านี่คือลิ้นวัวยักษ์ก็เชื่อนะ
เพราะคนฮ่องกงเน้นมากที่จะกินลิ้นหมูในวันตรุษจีน เพื่อให้ “ตือจิ๊ตือหลี” แปลง่ายๆ คือลิ้นหมูให้กำไรหมูๆ หรือง่ายๆ มากๆ
แล้วเห็นรากบัวไหม ดูดีๆ สิว่าเห็นอะไรที่เมืองไทยไม่มี เป็นอีก Unseen ของฮ่องกงคือ 1. ไม่ได้เน้นว่ารากบัวนี้ปล้องต้องใหญ่หรือยาว แต่เน้นที่การนับจำนวนปล้อง ยิ่งปล้องมากยิ่งดี 2. ดูดีๆ อีกทีสิ เห็นเหง้าหรือหน่อใหม่ที่แทงยอดเล็กๆ ไหม ทั้งปล้องทั้งการแทงหน่อใหม่ จะถูกนับให้ได้มากๆ ให้ได้เลขเจ็ดขึ้นไปยิ่งดี หมายถึงให้ครอบครัวร่ำรวยยืนยาวนานๆ อย่างน้อยเจ็ดชั่วคน
ที่แถมให้ดูอีกรูปเป็นของที่เมืองไทยไม่มี นี่ก็อีกหนึ่ง Unseen เป็นหัวที่ชื่อ “ฉีกู๊เต็ง” แล้วดูดีๆ เห็นเหง้าที่แทงยอดออกมาไหม คนฮ่องกงเขาว่า เหง้านี้มีหน้าตาเหมือนจู๋เด็กผู้ชายไง ให้ซื้อฉีกู๋เต็งไปใส่ในกับข้าวเจที่บางบ้านนิยมกินในวันตรุษจีน อวยพรให้มีลูกชาย
นี่ยังแค่น้ำจิ้มของวันแรกที่ไปฮ่องกง
ซึ่งสำหรับคนที่ไม่เคยไปฮ่องกงช่วงตรุษจีนอาจไม่รู้จักสองเมนูมงคลหลักของที่นี่ ที่ผู้เขียนชอบที่สุดคือ ปุ่งชอยกับเมนูปลาดิบ เป็นปลาดิบที่คล้ายกันมากกับปลาดิบแต้จิ๋วที่เจ้าอร่อยคือภัตตาคารยิ้มยิ้ม แต่ปลาดิบของฮ่องกงที่เป็นเมนูมงคลตรุษจีนจะหรูอลังการกว่า
ว่าแล้วก็มีอีก Unseen เป็นขนมของร้านหนึ่งที่อยากแนะนำให้ไปกินให้ได้คือ ภัตตาคาร “ไท้ผิงกุ๊น” อยู่ที่ถนนปั๊กซา, คอสเวย์เบย์ เป็นร้านเก่าแก่ตั้งแต่ปี ค.ศ.1860 ถึงปัจจุบันคืออายุ 150 ปี แต่ร้านเดิมอยู่ที่กวางเจา ที่ร้านนี้นั้นแม้แต่โจวเอินไหลและซุนยัตเซน ต่างก็เคยมากิน ผู้ก่อตั้งเคยเป็นกุ๊กห้างฝรั่ง จึงถูกฝึกให้ทำอาหารฝรั่งจนอร่อย อาหารที่ขึ้นชื่อ คือนกพิราบย่าง, ปลาจาระเม็ดรมควัน, ไก่อบสไตล์โปรตุกีส, ปีกไก่สวิสซอส
ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารฝรั่งอร่อย คนฮ่องกงในอดีตที่อยากกินอาหารฝรั่งอร่อยๆ ยังไม่รวยพอจะไปกินในโรงแรมหรูๆ ก็จะพากันมากินที่ร้านนี้
หากที่เด็ดสุดจนอยากให้คนอ่านมากินให้ได้คือ Souffle ซูเฟล่ของที่นี่ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ใหญ่กว่าลูกฟุตบอลเยอะเลย เป็นขนมถ้วยฟูที่ก้อนใหญ่ยักษ์ดีแท้ ทำจากการตีไข่จนขึ้นฟู แล้วอบ เวลากินจะกรอบที่ผิวและนุ่มเนื้อในกับ “ขนมเปี๊ยะเมีย” ที่น่าจะมีคนไทยน้อยคนจะรู้จักและเคยกิน ขนมเปี๊ยะเมียมีขายในย่านชนบทระหว่างทางที่คนขับรถพาไปชิม เพราะเป็นคนย่านนั้นและบังเอิญมีเวลาเหลือ วันนั้นเป็นวันที่ 2 ของตรุษจีน ร้านขายของปิดกันถ้วนหน้า ยกเว้นร้านขนมเปี๊ยะเมียที่คนย่านนั้นเข้าคิวซื้อขนมเปี๊ยะเมียไปไหว้ผู้ใหญ่แทนส้ม และเมื่อได้ชิม พูดได้คำเดียวว่า โอ้...แม่เจ้า นี่คือขนมเปี๊ยะที่อร่อยที่สุดในโลกตั้งแต่เคยกินมาในชีวิต
กำเนิดขนมเปี๊ยะเมีย มาจากชาวนากลุ่มหนึ่งที่ทุกเที่ยงก็จะมีข้าวกล่องที่เมียห่อมาให้กิน แต่มีชาวนาคนหนึ่งที่ยากจนกว่าใคร เมียจึงแก้ปัญหาด้วยการเอาตังกวย หรือฟักมาบดแล้วผสมน้ำตาล ทำเป็นไส้ขนมเปี๊ยะให้ไปกินมื้อเที่ยง ชาวนาอายเพื่อนก็มักแอบๆ ไปกินข้าวคนเดียว จนวันหนึ่งเพื่อนๆ สงสัยก็ตามไปดูว่า เมียทำอะไรมาให้กินมื้อเที่ยงเหรอ เห็นแล้วก็อดไม่ได้จะขอชิม ชิมแล้วก็ออกปากกันว่า...ขนมเปี๊ยะเมีย อร่อยจริงๆ
จากนั้นก็มีการไปขอให้ทำให้กินกันเรื่อยๆ ทำไปทำมาก็มีคนมาขอซื้อมากขึ้นๆ จนเปิดเป็นร้าน “ขนมเปี๊ยะเมีย” จนถึงทุกวันนี้ อร่อยจริงๆ ยิ่งกินร้อนๆ ยิ่งอร่อย
สุดท้ายเป็น Unseen ที่เตรียมจะไปดู ผู้เขียนคงจะไปฮ่องกงอีกในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันเจ้าแม่กวนอิมให้โชค ซึ่งทางททท.ฮ่องกงได้รับรู้แล้วว่า รายการนี้น่าสนใจ ในปีต่อๆ ไปสื่อไทยท่านอื่นๆ ก็คงจะได้รับเชิญให้ไปดูงานกัน เช่นเดียวกับที่คงมีโปรแกรมทัวร์จากบริษัททั้งหลายจากการที่ผู้เขียนได้เล่าให้ฟังบนเวทีในงานเลี้ยงของททท.ฮ่องกงกับบริษัททัวร์ทั้งหมดของไทยในคืนวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ถึงวันเจ้าแม่กวนอิมเปิดกระเป๋าให้โชค ก็ตื่นเต้นตาโตเห็นโอกาสทางการตลาดกันทั้งนั้น
ขอขอบคุณสายการบินคาเธย์แปซิฟิคสำหรับบริการที่ดีมาก ตารางเวลาบินที่ถูกใจมากคือ ยอมตื่นเช้าหน่อย แต่ไปถึงพอดีได้กินมื้อเที่ยงแสนอร่อย ขากลับก็พอดีทำธุระเสร็จ กลับหัวค่ำ ถึงกรุงเทพฯ พอดีได้เวลาเข้านอน แต่ถ้าใครชอบไฟลท์อื่น โทรสอบถามกันเองที่ 0-2263-0606
"จิตรา ก่อนันทเกียรติ"



