
จัดวันมาฆะ14-18ก.พ.วันรักพุทธเจ้า
ชูวันมาฆบูชาเป็นวันรักพระพุทธศาสนา-พระพุทธเจ้า กรมการศาสนารวมพลังพุทธบริษัท จัดกิจกรรมกระตุ้นชาวพุทธทำดีทั่วประเทศ 14-18 ก.พ. พร้อมแจกการ์ดอวยพรวันมาฆบูชา ปราจีนบุรีนำ84คู่รักจดทะเบียนเทศกาลมาฆบูชา ชงร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งศูนย์คุณธรรม ส่งให้คณะกรรมกา
เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2554 นายสด แดงเอียด อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวเปิดศูนย์จริยศึกษา เนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาวันมาฆบูชา ประจำปี 2554 ว่า ศน. ร่วมกับองค์กรเครือข่ายทางพระพุทธศาสนาเปิดศูนย์จริยศึกษาฯขึ้น บริเวณ มณฑลพิธีสวนลุมพินี เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันมาฆบูชา ระหว่างวันที่ 14-18 ก.พ. แทนที่บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงพื้นที่โดยรอบ ภายในศูนย์จริยศึกษาแห่งนี้ จะเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชน พ่อแม่ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ในวันมาฆบูชา ได้แก่ การประกวดสวดมนต์หมู่สรภัญญะ การแข่งขันตอบปัญหาธรรมะ ประกวดการบรรยายธรรม การฝึกประกอบศาสนพิธีเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา การแสดงทางพระพุธศาสนา และศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งจัดพิธีเวียนเทียนด้วย
นายสด กล่าวอีกว่า ที่สำคัญกรมการศาสนา ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ภายในพระบรมหาราชวัง มาประดิษฐานในพื้นที่บริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สวนลุมพินี เพื่อให้ประชาชน ร่วมสักการะ เพื่อความเป็นสิริมงคล และจะมีการจัดพิธีเวียนเทียนรอบพระบรมสารีริกธาตุในวันที่ 18 ก.พ. นี้ โดยสถานที่จัดงานในส่วนกลางนอกจากที่สวนลุมพินีแล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมที่วัดสระเกศฯ วัดยานนาวา ส่วนภูมิภาค ณ วัดหรือพุทธสถานที่สำคัญของจังหวัดตามความเหมาะสม โดยพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานจะได้รับบัตรอวยพระวันมาฆบูชา หนังสือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาและลักษณะแห่งพระพุทธศาสนา และหนังสือการจัดโต๊ะหมู่บูชาซึ่งกรมการศาสนาได้จัดพิมพ์แจกในโอกาสนี้ด้วย
“ในขณะที่ธรรมเนียมของชาวต่างชาติ ก็ได้กำหนดวันวาเลนไทน์เป็นวันแห่งความรักของมนุษยชาติ แต่อีกด้านหนึ่งผมอยากให้คนไทยได้ตระหนัก และรำลึกถึงความสำคัญของวันมาฆบูชา ซึ่งถือเป็นอีกวันหนึ่งที่ พุทธศาสนิกชนได้แสดงความรักต่อ พระพุทธเจ้า และรักในพระพุทธศาสนา ด้วยใจบริสุทธิ์ ด้วยการประพฤติปฏิบัติตนโดยยึดหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา ทำความดี ละเว้นความชั่ว และทำจิตใจให้ผ่องใส เบิกบาน และไม่เห็นแก่ตัว โดยการเข้าวัด ทำบุญตักบาตร ปฏิบัติธรรม ฟังพระเทศน์ รวมถึงการเวียนเทียน ซึ่งจะนำมาเพื่อความสุข และความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง” อธิบดีศน. กล่าว
ทั้งนี้ ข้อมูลศูนย์สำรวจความคิดเห็นของประชาชน “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) สำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ศาสนาและการปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาของคนไทย” ระหว่างวันที่ 17-19 กุมภาพันธ์ 2553 จำนวน 1,224 ตัวอย่างจากทุกภูมิภาคของประเทศ ด้านการนำคำสอนของศาสนามาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต ผู้นับถือศาสนาพุทธส่วนใหญ่หรือร้อยละ 62 ยึดถือ “การทำความดี” ร้อยละ 79 เห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่า “ทุกวันนี้คนไทยค่อนข้างจะห่างไกลจากศาสนาและการปฏิบัติธรรม”
ส่วนการรับทราบว่ารัฐบาลได้ประกาศให้วันมาฆบูชาเป็น “วันกตัญญูแห่งชาติ” แต่จากการสำรวจพบว่า มีผู้รับทราบเพียงร้อยละ 31 ส่วนที่เหลือ ร้อยละ 69 ยังไม่ทราบ สำหรับกิจกรรมที่คาดว่าจะทำในวันกตัญญูแห่งชาติร้อยละ 45 จะไปปฏิบัติกิจกรรม/พิธีกรรมทางศาสนา ร้อยละ 19 จะไปเยี่ยมเยียนผู้ใหญ่หรือผู้มีพระคุณ ร้อยละ 6ไปเที่ยวกับครอบครัวเพราะเป็นวันหยุดยาว
ปราจีนบุรีนำ84คู่รักจดทะเบียนเทศกาลมาฆบูชา
เมื่อเวลา 07.09 นที่บริเวณรอยพระพุทธบาทคู่ ที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดสุดในประเทศไทยขนาด1.50เมตรอายุกว่า1,500ปีโบราณสถานสระมรกต ต.โคกไทย อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี นายศิริพงษ์ ห่านตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานในพิธีจดทะเบียนสมรสให้แก่คู่สมรส 84 คู่ ในงาน “ 14 กุมภา นมัสการรอยพระพุทธบาทคู่ เริ่มชีวิตคู่ที่ยั่งยืนนาน ในเทศกาลมาฆปูรมีศรีปราจีน ” บรรยากาศท่ามกลางบ่าวสาวจากทั้ง 7 อำเภอที่มาร่วมจดทะเบียนสมรส พร้อมญาติมิตรกว่า 500 คน
โดยในช่วงเช้าคู่สมรสต่างทยอยเดินทางมารายตัว จากนั้นพระราชภัทรธาดา เจ้าคณะจังหวัดปราจีนบุรี ได้แสดงพระธรรมเทศนาเรื่อง การใช้ชีวิตคู่ตามแนวพุทธ ต่อจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีและแขกผู้มีเกียรติ ได้ร่วมกันลงนามอวยพรคู่สมรสในไม้ค้ำโพธิ์ ซึ่งทำจากไม้ไผ่สีสุก และกิ่งของต้นราชพฤกษ์ และมอบให้แก่คู่สมรสนำไปค้ำต้นโพธิ์ เพื่อเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรคุ้มครองชีวิตคู่ตลอดไป
นายศิริพงษ์ กล่าวว่า ในวันแห่งความรักและตรงกับเทศกาลมาฆปูรมีศรีปราจีนครั้งที่ 25 ที่กำหนดงานระหว่าง 11-19 ก.พ.54 นี้ ได้จัดงานจดทะเบียนสมรส คู่รักจากทุกอำเภอรวม 84 คู่ เพื่อเสริมสร้างให้ชีวิตคู่มีความเป็นสิริมงคลมากขึ้น
จึงได้กำหนดให้คู่สมรสทำกิจกรรม 3 จุด คือ จุดแรก สักการะรอยพระพุทธบาทคู่ ซึ่งเป็นรอยพระพุทธบาทที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย เพื่อให้จะได้มีชีวิตคู่ที่ยั่งยืนนาน จุดที่สอง สักการะต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ ซึ่งเป็นต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย มีอายุกว่า 2,000 ปี เพื่อมีร่มโพธิ์ร่มไทรคุ้มครองชีวิตคู่ตลอดไป และจุดที่สาม สักการะหลวงพ่อทวารวดี เพื่อความอยู่ดีมีสุข
ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์คู่สมรส นายเภา ใหม่พรหม อายุ 53 ปี พร้อมด้วยภรรยานางดวงพร ใหม่พรหม อายุ 51 ปีเลขที่ 44 หมู่ 1 ต.โคกไทย อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า มาร่วมพิธีมงคลสมรสในครั้งนี้ เพื่อความเป็นมงคลในชีวิตคู่ ที่ผ่านมามีลูกด้วยกันแล้วรวม 3คน
นายจักรพงษ์ ธุระ อายุ 40 ปี กับ น.ส.จิตรา เขียวขจี อายุ 22 ปี อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า รู้สึกประทับใจและเป็นเกียรติเป็นมงคลกับชีวิตคู่ในพิธีจดทะเบียนสมรสหมู่ นี้
ด้านนายนิงวัฒน์ กับ น.ส.วิลาวัลย์ เลขที่120 หมู่ 4 ต.หว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรีกล่าวว่า เพิ่งแต่งงานเมื่อวานนี้ กิจกรรมนี้เป็นสากลสามารถทำได้ทุกชาติและรู้สึกเป็นเกียรติเป็นมงคล
ชงครม.ไฟเขียวตั้งศูนย์คุณธรรมเป็นองค์การมหาชน
นายนิพิฏฐ์ เปิดเผยด้วยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 15 ก.พ.นี้ วธ. เตรียมเสนอให้ครม.พิจารณาเห็นชอบจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม) เป็นองค์การมหาชน และโอนย้ายจากสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ สบร. มาอยู่ในกำกับของรมว.วธ. สำหรับประเด็นความซ้ำซ้อนเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของศูนย์คุณธรรมกับกรมการศาสนา (ศน.) นั้น วธ. ได้เตรียมขอชี้แจงต่อครม. ซึ่งแม้บทบาทของภารกิจของทั้งสองหน่วยงานจะเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ เพื่อมุ่งเน้นให้คนประพฤติดี มีคุณธรรม จริยธรรม แต่เนื้อสาระขององค์ความรู้ที่ทั้งสองหน่วยงานนำไปใช้เผยแพร่นั้นมีความแตกต่างเห็นได้ชัดเจน เช่น ศน.เน้นการเผยแพร่หลักธรรม คำสั่งสอนตามหลักศาสนาของทุกศาสนาที่สอนให้คนเป็นคนดี มีศีลธรรม ส่วนศูนย์คุณธรรมจะให้ความสำคัญกับการเผยแพร่รูปแบบและวิธีการการประพฤติปฏิบัติดี การเป็นคนดีของสังคม เพื่อให้คนสามารถเลือกนำไปใช้
นายนิพิฏฐ์ กล่าวอีกว่า ได้กำหนดขอบเขตและแนวทางการทำงานของศูนย์คุณธรรมเช่น ส่งเสริมการรวมพลังและขบวนทางสังคม รวมถึงการจัดประชุมสมัชชาคุณธรรมภายใต้กรอบของคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ เพื่อพัฒนาคุณธรรมความดีที่เหมาะสมกับบริบทของสังคม รวมทั้งการสนับสนุนการศึกษา วิจัย ค้นคว้า สร้างองค์ความรู้ใหม่ รวบรวมองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ บริหารจัดการความรู้และเป็นศูนย์ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาคุณธรรมความดีรูปแบบต่างๆ
"หากครม.มีมติเห็นชอบตั้งศูนย์คุณธรรมเป็นองค์การมหาชน ก็จะนำร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) พ.ศ.. ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา เพื่อประกาศใช้ โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกินเดือนมีนาคม ส่วนงบประมาณของศูนย์คุณธรรมนั้น วธ. กำลังดำเนินการจัดทำแผนของบประมาณปี 2555 ซึ่งคาดว่าจะใกล้เคียงกับงบประมาณที่ศูนย์คุณธรรมได้รับสรรมาทุกปีประมาณ 70 - 100 ล้านบาท " รมว.วัฒนธรรม กล่าว
ทัณฑสถานฯปทุมจัดส่งเสริมพุทธศาสนาคู่วาเลนไทน์
นาย พีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้เป็นประธานในงานกิจกรรมสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาและอบรมผู้ต้องขังเป็นกรณีพิเศษ เนื่องในวันมาฆะบูชา ประจำปีพุทธศักดิ์ราช 2554 ณ และวันวาเลนไทน์ ห้องประชุมทัณฑสถานบำบัดพิเศษจังหวัดปทุมธานี อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี โดยมีนาย อารีย์ เฉลยสุข ผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษจังหวัดปทุมธานี เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์
สำหรับการจัดกิจกรรมสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาและอบรมผู้ต้องขังเป็นกรณีพิเศษ เนื่องในวันมาฆบูชา และวันวาเลนไทน์ นี้ จัดขึ้นเพื่อให้ผู้ต้องขังที่เป็นพุทธศาสนิกชนเห็นความสำคัญของวันมาฆบูชา ได้ดำเนินชีวิตตามหลักธรรมสำคัญคือโอวาทปาติโมกข์และมีโอกาสได้ปฏิบัติธรรม รับฟังพระธรรมเทศนาจากพระวิปัสสนาจารย์ ให้ถึงพร้อมไตรสิกขา ซึ่งจะช่วยให้ผู้ต้องขังได้รับการพัฒนาและยกระดับจิตใจ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนิสัยของตนเองให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งหลังจากพิธีเปิดกิจกรรมผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ยังได้ดินชมนิทรรศการงานผลงานทางการเกษตรของผู้ต้องขังอีกด้วย สำหรับกิจกรรมในวันนี้เป็นเป็นอย่างเรียบร้อย โดยทางทัณฑสถานได้เปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังในแดนต่างๆ ที่เป็นพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน



