
โรคหัวใจ ป้องกันไม่ต้องรอ
การดูแลสุขภาพหัวใจสิ่งสำคั?ญกว่าสิ่งอื่นใด โดยเฉพาะคนที่อายุตํ่ากว่า 30 ปี ส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ความสวยความงามโดยมองข้าม หัวใจ
หากเทียบจากสถิติทั่วโลกประชากร 1 ใน 5 คนเป็นโรคหัวใจทุก 10 นาที โดยเสียชีวิตด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจตายอย่างเฉียบพลัน สำหรับในประเทศไทยนั้นโรคหัวใจมาเป็นอันดับ 3
“หัวใจ” สเมือน “ปั๊มนํ้า” ทำหน้าที่ปั๊มเลือดและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงร่างกาย ลักษณะทรงกรวยและกลวง อยู่บริเวณกลางทรวงอก 2/3 ไปทางซ้าย หัวใจปกติมีขนาดประมาณเท่ากำปั้นของแต่ละคน เฉลี่ยแล้วหัวใจของผู้หญิ?ิงจะหนักประมาณ 250-300 กรัม ส่วนผู้ชายหนักประมาณ 300-350 กรัมหรือเท่ากับ 0.5% ของนํ้าหนักตัวคุณ โดยระบบการเต้นของหัวใจปกติจะประมาณ 70 ครั้งต่อนาที
โรคหัวใจที่ควรรู้
• Coronary artery disease (CAD) คืออาการเส้นเลือดหัวใจตีบ จากการที่มีไขมันไปเกาะที่ด้านในของหลอดเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ไม่เพียงพอ CAD จะนำไปสู่อาการ Angina หรือการปวดบริเวณหน้าอกด้านซ้าย รู้สึกแน่นๆ หนักๆ และอาจมีอาการปวดร้าวไปที่แขน ไหล่ ใต้คาง ด้านซ้าย บางครั้งมีอาการจุกเสียดแน่นท้องเหมือนอาหารไม่ย่อย อาการมักจะเป็นมากขณะออกกำลังกาย พักแล้วจะดีขึ้น
• Heart attack คือ การที่หลอดเลือดหัวใจตีบรุนแรงหรืออุดตันเฉียบพลัน ทำให้เลือดไม่สามารถผ่านเข้าสู่หัวใจได้เลย ทำให้มีการตายของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ หากไม่รีบไปโรงพยาบาลจะทำให้เสียชีวิตฉับพลันได้
• Heart failure คือการที่หัวใจไม่สามารถปั๊มเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้เพียงพอ ทำให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายขาดเลือด อาการที่พบเห็นโดยทั่วไปคือนํ้าท่วมปอด ซึ่งจะมีอาการหายใจขัดๆ เหมือนได้รับ ออกซิเจนไม่เพียงพอ นอนราบแล้วเหนื่อยต้องลุกขึ้นมานั่งหายใจ หรือต้องลุกขึ้นมาหายใจตอนกลางดึก มีอาการบวมที่เท้า ข้อเท้า และขา และจะมีอาการเหนื่อยมากตลอดเวลาทั้งที่ไม่ได้ทำงานหรือออกกำลังกายอย่างหนัก นอกจากนี้อาจมีอาการอ่อนเพลียมาก หรือความดันตํ่า
• Heart arrhythmias คือ การเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ โดยกระแสไฟฟ้าหัวใจที่ผลิตออกมานั้นมาจากส่วนอื่นที่ไม่ใช่ SA node ทําให้เกิดอาการใจสั่น หน้ามืดเป็นลม หายใจหอบ
ฉะนั้นสิ่งที่คุณควรระวังหากมีอาการผิดปกติในร่างกาย ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือหมั่นตรวจเช็กร่างกายสมํ่าเสมอ ซึ่งจากสถิติพบว่า 25% ของคนที่เป็นโรคหัวใจไม่มีอาการเตือน บางคนรู้ตัวก็อาจสายเกินแก้ไปแล้ว
การตรวจรักษาโรคหัวใจ
การตรวจแบบฉีดสีเข้าเส้นเลือด หรือเรียกว่าการตรวจสวนหัวใจ เป็นการตรวจดูหลอดเลือดหัวใจในกรณีที่ผู้ป่วยน่าสงสัยว่ามีเส้นเลือดตีบรุนแรง หรือหลังพบว่าเป็น heart attack ในกรณีที่มีเส้นเลือดตีบมาก สามารถรักษาภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบด้วยการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนหรือใส่ขดลวดต่อไป
คนที่มีความเสี่ยงพื้นฐานในการเป็นโรคหัวใจ คือ คนที่เป็นโรคเบาหวาน มีไขมันโลหิตสูง ความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจขณะอายุยังน้อย คนกลุ่มนี้ควรหมั่นตรวจร่างกายและหัวใจเป็นประจําอยู่แล้ว แต่คนที่ไม่อยู่ในข่ายของความเสี่ยงสูงก็มีโอกาสเป็นโรคหัวใจได้ โดยปัจจุบันมีการตรวจแบบใหม่ที่เรียกว่า High Sensitivity C-Reactive Protein หรือ hsCRP ซึ่งสามารถตรวจหาอัตราเสี่ยงของหลอดเลือดหัวใจได้ดียิ่งขึ้น
การตรวจ hsCRP เป็นการตรวจหาระดับของโปรตีนที่มีชื่อว่า C-reactive Protein (ซี-รีแอคทีฟโปรตีน) ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีอยู่ในเลือดของเรา แต่ละคนมีระดับ CRP ไม่เท่ากัน หากเซลล์อักเสบอย่างต่อเนื่องระดับ CRP ก็จะสูงตามซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นและพัฒนาไปสู่โรคร้ายหลายๆ ชนิดได้ เช่น มะเร็ง การเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งและนำไปสู่การเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในที่สุด
ข้อดีของ hsCRP สามารถตรวจหาอาการอักเสบของเซลล์ในระดับตํ่ามากๆ หรือ micro-inflammation ก็สามารถตรวจหาพบ ทั้งนี้เนื่องจากไขมันในเส้นเลือดที่มีอาการอักเสบ จะมีความเสี่ยงสูงในการเกิดการอุดตันของหลอดเลือดแบบเฉียบพลัน (heart attack) เมื่อเทียบกับไขมันที่ไม่มีการอักเสบ การหาค่า hsCRP สามารถตรวจได้ง่ายโดยการเจาะเลือดทั่วไป
ก่อนการตรวจ hsCRP ต้องให้แน่ใจว่าวันที่ทำการตรวจ คุณไม่มีไข้และไม่มีอาการอักเสบบริเวณใดๆ ของร่างกายมิฉะนั้นการตรวจอาจมี false positive ได้
ความสุขของแต่ละช่วงชีวิตคือ การมีร่างกายที่แข็งแรง ซึ่งสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือปัญ?หาสุขภาพ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องรอคอยโรคภัยไข้เจ็บ หรืออาการของโรคมาเตือนเพื่อถามหาการรักษา ในเมื่อยุคนี้สมัยนี้วิทยาการทางการแพทย์กับวิถีทางการป้องกันเจริญ?ก้าวหน้า สุดท้ายคงขึ้นอยู่กับว่าคุณมีความพร้อมและใส่ใจในสุขภาพร่างกายตัวเองแค่ไหนเท่านั้นเอง
โรงพยาบาลสมิติเวช
โทร.0-2711-8181



