
แขกรับเชิญ -ข้อมูลใหม่ๆจากการไป"ตรุษจีน"ที่ฮ่องกง
เพราะตรุษจีนปีนี้ "จิตรา ก่อนันทเกียรติ" ไปฮ่องกง เจ้าตัวขออนุญาตใช้คำให้หรูว่าเป็นแขกของการท่องเที่ยวฮ่องกงเป็นครั้งที่ 3 ไปครั้งแรกจำได้ว่าเป็นปีแพะ-พ.ศ.2546 ไปครั้งที่ 2 น่าจะประมาณปี 2549 โดยปีตรุษจีนปี 2554 ที่เพิ่งผ่านมาเป็นครั้งที่ 3
สำหรับตรุษจีนปีนี้จะมีอะไรแปลกใหม่มาเล่าสู่กันฟังบ้าง ตามเธอไปเลยค่ะ
ทุกครั้งที่ไปฮ่องกง เพื่อร่วมบรรยากาศงานตรุษจีน จะมีการประสานงานกันล่วงหน้า ซึ่งผู้เขียนก็จะทำการบ้านเช่นกันว่าตรุษจีนของฮ่องกงมีอะไรเด่นที่เมืองไทยไม่มี ในการไปครั้งแรกจึงขอไปดูตลาดดอกไม้ที่ขายดีระเบิด จนต้องเปิดขายเลยเที่ยงคืน ขอไปไหว้ที่ศาลเจ้าหวงต้าเซียนที่คนฮ่องกงฮิตที่สุด โดยเฉพาะการที่ต้องไปไหว้เป็นคนแรกๆ ที่ประตูศาลเจ้าจะเปิดเมื่อเที่ยงคืนพอดี ทำให้มีหลายครั้งที่มีคนเหยียบกันตาย ผู้เขียนไปเฝ้ารอตั้งแต่ทุ่มเศษ ทำให้พลอยฟ้าพลอยฝนได้สัมภาษณ์ทีวีฮ่องกงไปหลายช่อง
ที่สำคัญคือการต้องไปกินเมนูมงคลที่คนฮ่องกงเรียกว่า “ปุ่งชอย” แถมด้วยการขอตามไกด์ไปดูการไหว้เจ้าที่บ้าน ทำให้การไปครั้งที่ 2 ผู้เขียนพบว่า ที่เคยนอกคิวขอไปดูการไหว้เจ้าที่บ้านไกด์ ก็ถูกใส่เข้ามาอยู่ในโปรแกรมของสื่อแทบทุกประเทศที่ได้รับเชิญ และการขอเข้าครัวไปดูการทำเมนู “ปุ่งชอย” ที่ย่านชนบท ก็ถูกบรรจุในตารางงานของทุกสื่อ และครั้งที่ 2 มีขอไปดูอะไรที่คนฮ่องกงกำลัง “อินเทรนด์” ก็ได้เป็นการไปดูภัตตาคารของรัสเซียที่มีห้องดริงก์ทำด้วยน้ำแข็ง มีโต๊ะเก้าอี้เป็นน้ำแข็ง เวลาจะเข้าไปต้องขอใส่เสื้อขนมิงค์ตัวสวยโก้ที่ทางร้านเตรียมไว้ให้ จำได้ว่าเอามาเขียนลงให้ "คม ชัดลึก" นี่แหละ แล้วหลังจากนั้นไม่นานก็เห็นคนเอาไอเดียนี้ไปจัดงาน กับมีคนไปทำเป็นผับ
เหล่านี้คือแรงบันดาลใจหนึ่งที่ทำให้การไปฮ่องกง คือการไปดูอะไรใหม่ๆ ข้อมูลใหม่ๆ แล้วการไปครั้งนี้ที่ทึ่งแต่แรกเลยคือ ข้อมูลจากการท่องเที่ยวฮ่องกงที่ฝากเอกสารไว้ที่โรงแรม Butterfly ซึ่งเป็นบูติคโฮเต็ล แต่งในสไตล์เหมือนอยู่บ้าน จึงมีไมโครเวฟให้ด้วย
ในเอกสารที่เปิดดู จิตราตาโตเลยเมื่อเห็นตัวเลขนักท่องเที่ยวที่มาฮ่องกง สนใจล่ะสิว่าคนไทยมากี่คน ก็เหมือนจิตราที่ขอเปิดตารางหาไทยแลนด์ก่อนเลย
จำนวนคนไทยไปเที่ยวฮ่องกงในปี 2553 คือ 449,812 คน เพิ่มขึ้น 16%
แต่ที่เพิ่มแบบอัศจรรย์กว่าคือคนอินเดีย จากที่เคยมีไปเที่ยวฮ่องกงไม่เท่าไร คนอินเดียวิ่งแรงแซงหน้าพี่ไทยไปแบบทิ้งห่างด้วยตัวเลข 530,910 คน เพิ่มขึ้นถึง 44.8% กรณีอย่างนี้ในสายตาของผู้เขียนคือ อยู่ดีๆ ประชากรพี่แขกก็เกิดรวยขึ้นมา
ซึ่งตรงนี้เป็นแรงจูงใจหนึ่งที่ทำให้อยากเขียนบอกกัน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะททท.ไทย ให้ความสนใจตลาดคนอินเดียด้วย ส่วนนักท่องเที่ยวที่มามากสุดคือ จีนแผ่นดินใหญ่ ด้วยตัวเลขที่น่าตกตะลึงเช่นกัน 22,684,388 คน หรือกว่า 22 ล้านคน
แล้วอะไรอีกที่จิตราอยากเล่าถึง
น่าจะเป็นเรื่องของศาลเจ้าที่มี “จ้วงซิมท้งจื้อ”หรือเทพเปลี่ยนใจ
อันว่า “เทพเปลี่ยนใจ” นี้เป็นเจ้าเด็กที่ใครมีปัญหาเช่น สามีมีกิ๊ก ก็มาไหว้ท่านให้สามีเปลี่ยนใจมารักเดียวใจเดียว ถ้าสามีติดพนันก็มาไหว้ท่านให้เปลี่ยนนิสัยเป็นไม่ชอบเล่นการพนัน ลูกบ้านไหนที่เกเรเป็นเด็กสก๊อย-เด็กแว้น ก็มาไหว้ให้เปลี่ยนนิสัยเป็นเด็กดี
โดยเทพเปลี่ยนใจนี้ ผู้เขียนได้เคยเขียนถึงแล้วรวมเล่มอยู่ในหนังสือชื่อ “ทำเนียบเจ้าแม่และผู้วิเศษของจีน” วันดีคืนดี...รายการแฟนพันธุ์แท้ได้เอาไปตั้งคำถาม ปรากฏว่ามีผู้ชมมากมายโทรไป ที่รายการว่าศาลเจ้าอยู่ที่ไหนจะไปให้ได้ จิตราก็ไม่รู้จ้ะ รู้แต่ว่าอยู่ที่ฮ่องกง เพราะอ่านจากตำราต่างประเทศ และให้ไปเองก็ไม่อยากหรอกกลัวตกระกำลำบาก มันต้องเป็นกรณีอย่างนี้ที่ ททท.ฮ่องกงเป็นผู้ดูแล จึงได้ส่งเอกสารภาษาจีนให้ เพราะปัญหาหนึ่งคือ จิตราพูดได้แต่จีนแต้จิ๋วกับจีนกลางแบบงูๆ ปลาๆ ส่วนฮ่องกงพูดกันแต่กวางตุ้ง ทำให้ชื่อศาลเจ้าและถนนหนทาง ออกเสียงคนละสำเนียง
ที่ไม่น่าเชื่อคือ ผู้ดูแลศาลเจ้าเอาเอกสารมาให้ดู เป็นซีร็อกซ์ที่หน้าซ้ายเป็นรูปจากหนังสือของผู้เขียน ส่วนภาพขวาคือแผนที่ทางไปศาลเจ้า ฝีมือใครทำไว้ก็ไม่ทราบ แต่ต้องขอคารวะจ้า เป็นการ “จุดใต้ตำตอ”แบบโครมเบ้อเร่อ
แต่ที่ศาลเจ้าแห่งนี้จะไม่ใช่เฉพาะ “เทพเปลี่ยนใจ” ที่น่าสนใจ มีอีกองค์ที่จิตราก็ตาโตเหมือนกัน เป็นเจ้าแม่องค์หนึ่งซึ่งคนนิยมมาขอลูกกัน เยื้องกับแท่นเทพเจ้าจะมีเตียงผ้าปูที่นอนแดงสวยกับมุ้งคลุม ใครอยากมีลูกก็ให้มาจับเตียงนี้หลังจากไหว้เจ้าแม่แล้ว คุณไซมอนผู้ดูแลศาลเจ้าเล่าว่า เคยมีผู้หญิงอายุ 49 มาจับเตียง ก็ยังท้องได้เลย
อึม...โสดสนิทแบบจิตราแถมวัยทองแล้วด้วย เลยแค่ไหว้แล้วถอยห่าง เดี๋ยวเกิดท้องขึ้นมาล่ะก็...ยุ่งตายเลย
กับอีกความรู้ใหม่ที่ทำให้จิตราน่าจะมาฮ่องกงอีกในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เพราะเป็นวันที่เจ้าแม่กวนอิมเปิดกระเป๋าให้โชคให้ลาภ ตาโตกันใหญ่ อยากไปด้วยล่ะสิ โดยเฉพาะบริษัททัวร์ทั้งหลาย
ทุกวันที่ 25 เดือน 1 ของจีน ปีนี้ตรงกับวันที่ 27 กุมภาพันธ์ คนฮ่องกงที่รู้และว่าง จะพากันไปศาลเจ้าแม่กวนอิม หรือศาลเจ้าที่มีเจ้าแม่กวนอิมองค์ที่ขึ้นชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ที่ศาลเจ้าจะมีธรรมเนียมให้คนมาไหว้แล้วล้วงเอากระดาษที่เขียนไว้ว่า ปีนี้จะมีโชคลาภรายได้เท่าไร เช่น 2 ล้าน 4 ล้าน 5 ล้าน 10ล้าน ฯลฯ
คุณมาลีซึ่งเป็นไกด์ของ ททท.ฮ่องกง บอกว่า มีอยู่ปีหนึ่งที่มาจับ ก็ได้รายได้ตามตัวเลขที่ได้ด้วย แต่...โปรดสังเกตคำว่า...มีอยู่ปีหนึ่ง แสดงว่าไม่ได้ว่างมาจับทุกปี และบางปีก็อาจไม่ได้ตามที่จับตัวเลขได้
ถึงอย่างนั้น...จิตราก็ยังอยากมาดูและมาล้วงใบนำโชครายได้นี้อยู่ดี
กับอีกอย่างที่อยากฝากถึงผู้จัดงานตรุษจีนทั้งหลายคือ พาเหรดหรือการแสดงรับวันตรุษจีนที่จัดเพื่อเรียกคนมาเที่ยวนั้น ของเมืองไทยยังเป็นแนวจ่ายเงินซื้อโชว์มาจากเมืองจีน แต่ของการท่องเที่ยวฮ่องกงจะเก่งมากที่จัดเป็น “พาเหรดนานาชาติ” แต่ละชาติที่มาโชว์จึงต้องสปอนเซอร์ตัวเอง เพื่อเป็นการโปรโมทให้คนไปเที่ยวประเทศของตน หรือเป็นองค์กรที่ต้องการให้คนใช้บริการอย่างสายการบิน “คาเธ่ย์แปซิฟิค” ที่เป็นพันธมิตรคู่บุญของ ททท.ฮ่องกงมาตลอด ผู้เขียนจึงได้บินฟรีกับคาเธ่ย์แปซิฟิคในทุกครั้งที่เป็นแขกของ ททท.ฮ่องกง
และทุกครั้งเช่นกันที่ ททท.ไทยก็มีส่งขบวนรถมาร่วมพาเหรด ปีนี้ทำเป็น “หอคำหลวง”กับขบวนนักแสดงที่ใส่ชุดต่างๆ ที่สะท้อนความเป็นไทย เช่น ชุดตัวพระ ตัวนาง ชุดผีตาโขน ก็ใช้ได้ แถมได้อยู่ขบวนต้นๆ ต่อจากของคาเธ่ย์แปซิฟิค ซึ่งผู้เขียนว่าดี
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลใหม่ๆ ที่ได้จากไปตรุษจีนฮ่องกงครั้งนี้ ยังมีอีกเพียบ ตามอ่านได้ในเนชั่นสุดสัปดาห์
ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ จ้า
จิตรา ก่อนันทเกียรติ



