
ไล่ออกราชการอธิการบดี ม.รามฯสกัดลงสมัครวาระ2หรือทำผิดก.ม.
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ไล่ออกราชการ รศ.คิม ไชยแสนสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ม.ร.) คนปัจจุบัน มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป, รศ.รังสรรค์ แสงสุข อดีตอธิการบดี ม.ร. มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2547 ต้องคืนบำเหน็จบำนาญย้อนหลัง แล
เนื่องจากมติคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดของทั้ง 3 ราย มีความผิดทางวินัยร้ายแรงและความผิดทางอาญา เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2553 เหตุ รศ.คิม สมัยเป็นรองอธิการบดี ม.ร. และนายเฉลิมพล ต่ออายุราชการให้แก่ รศ.รังสรรค์ สมัยนั่งอธิการบดี ม.ร. หลังอายุครบ 60 ปี ออกไปอีก 5 ปี มิชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากขัดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา มาตรา 18 และ 19 ที่ต่ออายุราชการจะทำได้เฉพาะตำแหน่งข้าราชการฝ่ายวิชาการเท่านั้น ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร
“การไล่ออกจากราชการ” เป็นโทษขั้นสูงสุดของราชการ เปรียบดั่งคำพิพากษา “ประหารชีวิต” รศ.คิม ที่รับราชการมา 30 กว่าปี ถูกยุติบทบาทออกจากชีวิตราชการ เพราะคำชี้มูล ป.ป.ช. และคำสั่ง สกอ. และยุติบทบาทอธิการบดี แต่ รศ.คิมยืนยันยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ภายใน 30 วัน เนื่องจากในระเบียบ พ.ร.บ.ปี 2547 ตอนนั้น ยังไม่มีการกำหนดว่าผู้ที่อยู่ฝ่ายบริหาร จะไม่สามารถต่ออายุราชการได้หลังจากอายุครบ 60 ปี และหลายมหาวิทยาลัยดำเนินการเหมือนกัน
“คำสั่งไล่ออกจากราชการของ สกอ. ทารุณ และไม่เป็นธรรมสำหรับผม เพราะการดำเนินการทุกอย่างถูกต้อง ไม่ได้ทุจริต และที่ยื่นอุทธรณ์ เนื่องจากไม่ต้องการให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นตัวอย่างในการใช้อำนาจไม่ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นอนาคต ข้าราชการคนใดที่ไม่ได้ทำผิด แต่ถูกบอกว่าผิด ก็ต้องเด้งออกจากชีวิตราชการอย่างนั้นหรือ” อดีตอธิการบดี ม.ร. กล่าว
รศ.คิมตั้งคำถามว่า ทำไมต้องมาเกิดช่วงเวลานี้ ที่ ม.รามคำแหงจะมีการเปลี่ยนแปลง เพราะเขาจะหมดวาระเดือนมิถุนายน 2554 นี้ และจะมีการสรรหาอธิการบดีคนใหม่ เป็นไปได้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับการเมือง เนื่องจากหากอยู่จนครบวาระ แล้วลงสมัครใหม่ ก็จะไม่มีใครแข่งขันได้ จึงต้องสกัดด้วยวิธีนี้ เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นมา 2-3 ปีแล้ว
“โดยส่วนตัว ผมเป็นอธิการบดี หรือไม่เป็นก็ได้ แต่ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งอธิการบดี ม.ร.ครั้งก่อน เพราะได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากประชาคมรามคำแหงในการทำหน้าที่ โดยดูได้จากผลคะแนนการเลือกตั้งที่ได้รับ และต้องการล้าง ม.ร.ให้สะอาดจากการซื้อสิทธิ์ขายเสียง รวมถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ทุกครั้งผมไปชี้แจง ยื่นเอกสาร หลักฐานต่างๆ ทำไมเพิ่งมาตัดสินตอนที่จะมีการเลือกตั้งอธิการบดี ม.ร.ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า การไล่ออกจากราชการ เป็นเกมการเมือง หรือเป็นวิธีของพวกที่ชอบชกใต้เข็มขัด”
อดีตอธิการบดี ม.ร.บอกว่า รามคำแหงเป็นมหาวิทยาลัยที่มีผลประโยชน์มาก ทำให้ใครๆ ก็อยากเข้าเป็นอธิการบดี อยากเข้ามามีอิทธิพล อยากเข้ามาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ "ฝาก ป.ป.ช. สกอ.ให้ความยุติธรรมต่อข้าราชการ อย่าตกเป็นเครื่องมือการเมืองที่ไม่นึกถึงประโยชน์ของประเทศ เป็นอันตรายต่อบ้านเมือง และอย่าเป็นทาสของคนที่จะทำลายบ้านเมือง”
ขณะที่ ดร.วิโชติ วัณโณ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.ร. อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งอธิการบดี ม.ร. สมัยที่ผ่านมา กล่าวว่า เรื่องนี้ร้องเรียนอยู่ในกระบวนการตัดสินมาหลายปี การชี้มูลความผิดของ ป.ป.ช. และคำสั่งของ สกอ. เป็นการดำเนินงานตามขั้นตอน กระบวนการขององค์กรที่มีอำนาจและหน้าที่ โดยผ่านการตรวจสอบข้อมูล หลักฐาน ก่อนที่จะมีการพิจารณาลงโทษ หากอาจารย์ทั้ง 3 คนมั่นใจว่าไม่ผิด ก็ยื่นอุทธรณ์ ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายได้
ดร.วิโชติตั้งคำถามว่า คงไม่มีใครมานั่งคิดวิธีสกัด อ.คิมให้พ้นทาง โดยใช้เวลานานขนาดนี้ และที่สำคัญคนที่มีอำนาจมากที่สุดในมหาวิทยาลัย คือ อธิการบดี เรื่องที่เกิดจะเป็นวิธีของฝ่ายตรงข้ามเพื่อล้มล้างอำนาจ “รศ.รังสรรค์ รศ.คิม” สกัดไม่ให้สมัครอธิการบดีรามคำแหงไม่ได้ เพราะการไล่ออกจากราชการไม่ใช่อำนาจของคนใดคนหนึ่งจะตัดสินได้ และคงไม่มีใครอยากทำลายชีวิตข้าราชการของใคร หากคนคนนั้นไม่กระทำผิดจริง ที่สำคัญการเมืองในรามคำแหงแตกต่างจากอดีต ไม่ใช่แก่งแย่งชิงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย หรือให้ได้มาเพื่ออำนาจแล้ว แต่มีการเลือกตั้งกันตามที่เคยปฏิบัติมา และการเลือกตั้งอธิการบดีเดือนมิถุนายนนี้ เขาตั้งใจลงสมัครรับเลือกตั้งอธิการอีกครั้งเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สภา ม.ร. ได้ แต่งตั้ง ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ ดำรงตำแหน่งรักษาราชการแทนอธิการบดี ม.ร. โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเลือกตั้งอธิการบดีคนใหม่ได้ และในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ ม.ร. “รศ.คิม” จะแถลงชี้แจง กรณีการต่ออายุราชการ และการยื่นอุทธรณ์ เพื่อเรียกร้องตามสิทธิ์อันชอบธรรมอีกด้วย
ความจริงย่อมหนีความจริงไม่พ้น อีกไม่นานคงได้รู้กันว่าการไล่ออก 3 ผู้บริหารมหาวิทยาลัยรามครั้งนี้ ข้อเท็จจริงที่แท้เป็นอย่างไร...
0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0



