
บัญญัติ5ประการก่อนทำหนังสือดิจิทัล
ในยุคที่สื่อดิจิทัลครองใจชาวประชา ยอดการดาวน์โหลดหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกกันว่า อีบุ๊ก เริ่มปรากฏเป็นแนวโน้มแพร่หลายไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโทรศัพท์สมาร์ทโฟนอย่าง ไอโฟน บีบี มือถือแอนดรอยด์ และไอแพด ช่วยให้คนดาวน์โหลดไฟล์จากอินเทอร์เน็ต
ยิ่งเมื่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพาอย่างเครื่องอ่านหนังสือดิจิทัล และอุปกรณ์สื่อสารพกพารุ่นใหม่อย่างไอแพด ได้รับความสนใจจากผู้ใช้จำนวนมากขึ้น จากเดิมที่ง่วนละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ ขยับมาเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ เพลง ภาพยนตร์ และหนังสือดิจิทัล
ด้วยเหตุนี้ คนทำเว็บไซต์เองยิ่งต้องระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิม เพราะอาจถูกใช้เป็นแหล่ง "ปล่อยของ" ละเมิดลิขสิทธิ์จนกลายเป็นคดีความฟ้องร้องทางกฎหมายได้ในอนาคต
นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ อาจารย์พิเศษคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่ปรึกษาด้านกฎหมายจึงแนะบัญญัติ 5 ประการ ที่คนทำหนังสือดิจิทัลต้องรู้
ประการที่ 1 การเผยแพร่เนื้อหาจากสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกต้อง เนื้อหาที่นำมาใช้จะเป็นแค่บางส่วน รวมถึงอ้างอิงแหล่งที่มา การดัดแปลงข้อความ เลย์เอาท์ หรือการออกแบบในเชิงศิลปกรรม การส่งต่อคลิป หรือโสตวัสดุ ตลอดจนซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมเพื่อนำมาเผยแพร่สู่สาธารณะ ถือเป็นปัจจัยที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดลิขสิทธิ์ในโลกออนไลน์
แม้ว่าอินเทอร์เน็ตจะช่วยให้การเข้าถึงเนื้อหา หรือกระจายไปได้ในวงกว้าง แต่ปัญหาที่ตามมาคือ การคัดลอก นำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือส่งต่อไปให้คนรู้จัก กระบวนการดังกล่าวนับวันยิ่งทำได้ง่าย หากไม่มีการป้องกัน
ประการที่ 2 เว็บไซต์ที่เปิดให้แสดงความเห็นต่อเนื้อหาที่เผยแพร่ต้องระวังข้อความหมิ่นประมาท อาจก่อให้เกิดความเสียหายและคดีความในทางกฎหมาย ซึ่งเจ้าของเว็บไซต์สามารถป้องกันและแก้ไขได้เพียงแสดงข้อกำหนดเงื่อนไขไว้บนหน้าเว็บ แสดงความรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่เว็บไซต์เป็นผู้สร้างขึ้นเท่านั้น
ประการที่ 3 ในทางเทคนิคสิ่งที่เจ้าของธุรกิจหนังสืออิเล็กทรอนิกส์จำเป็นต้องทำ การจัดการสิทธิดิจิทัล DRM หรือ Digital Right Management เพื่อสร้างข้อกำหนดการเข้าถึงเนื้อหา การจำกัดจำนวนครั้งในการดาวน์โหลด หรือกำหนดพาสเวิร์ดเพื่อการใช้งานรวมกับของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายตัวพร้อมกัน
ประการที่ 4 ผู้ผลิตสื่อออนไลน์ต้องเลือกใช้ DRM ให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ เนื่องจากคนยังมีกำลังซื้อจำกัดเฉพาะเรื่อง ขณะที่ในทางการตลาดรายได้หลักของการขายอีบุ๊ก มาจากค่าโฆษณาผ่านแบนเนอร์ มากกว่ายอดการดาวน์โหลด
แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีกฎหมายที่ออกมาเฉพาะสำหรับสื่อดิจิทัลโดยตรง แต่มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องไม่ต่ำกว่า 20 ฉบับ ที่สามารถปรับใช้เข้ากับโลกออนไลน์ได้ ตัวอย่างเช่น พระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ หรือเลข ISSN ในส่วนของสิ่งพิมพ์ออนไลน์ที่ต้องการได้รับการคุ้มครอง ข้อกฎหมายในส่วนของโฆษณาที่สุ่มเสี่ยงอวดอ้างเกินจริง อีกทั้งเจ้าของธุรกิจอีบุ๊กยังจำเป็นต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการ สำหรับหน้าเว็บดาวน์โหลดในเปิดในลักษณะพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ประการสุดท้าย คนทำเว็บหนังสือดิจิทัลจะต้องขึ้นทะเบียน URL กับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อดำเนินการเรื่องภาษีรายได้ที่เกิดขึ้นจากการขายออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยเพียงมีผู้ประกอบการเพียง 40% ที่ขึ้นทะเบียน เนื่องจากไม่เห็นความสำคัญ



