ไลฟ์สไตล์

 “อารามโม”ไม่บานที่“บางคนที” (2)

“อารามโม”ไม่บานที่“บางคนที” (2)

12 ก.พ. 2554

สวัสดีครับแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” เป็นที่ชื่นชมชื่นชอบกันไปทั่วประเทศกับการนำเสนอแนวคิด “อารามโม” ไม่บาน เมื่อสัปดาห์ก่อนที่จะทำการสร้างขึ้นที่บริเวณริมคลองตำบล “กระดังงา” อำเภอ “บางคนที” จังหวัด “สมุทรสงคราม”

 เพื่อให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและฟื้นฟูศีลธรรมจริยธรรมที่กำลังเสื่อมโทรมลงให้กลับคืนดีดังเดิม จะว่าไปแล้วศาสนาทุกศาสนาไม่ได้เสื่อมและไม่มีวันเสื่อมหรอกครับ แต่บรรดาผู้คนที่นับถือศาสนานั่นแหละครับที่เสื่อม ในฐานะ “หัวขบวน” ของชาว “คนรักบ้าน” สิ่งไหนที่ผมสามารถช่วยได้ก็จะช่วยทะนุบำรุงศาสนาอย่างเต็มกำลังความรู้และความสามารถโดยไม่เบียดเบียนทั้งตัวผมเองและผู้อื่นครับ

 พอแนวคิด “อารามโม” ไม่บาน ได้เผยแพร่ออกไปก็มีเสียงตอบรับดีจากทั่วทุกสารทิศ หลายท่านคงสงสัยคำว่า “อารามโม” หมายความว่าอะไร ซึ่งหากแปลตามรากศัพท์แล้ว “อารามโม”  มีรากศัพท์มาจากภาษา “บาลี” โบราณตั้งแต่ครั้งพุทธกาล 2,500 ปีล่วงแล้ว แปลได้ว่า “สถานที่รื่นรมย์ของผู้ที่เป็นบัณฑิต” หมายถึงว่าเป็น “สถานที่ของผู้มีปัญญาที่จะอยู่รวมกันอย่างสุข สงบ สันติ” โดย “รู้รักษ์สามัคคี” ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน ก็มีผู้รู้ได้บอกกับผมว่าในสมัยพุทธกาลนั้นไม่มีคำว่า “วัด” หรอกครับ มีแต่คำว่า “อาราม”, “อาราโม” หรือ “อารามโม” จากการวิเคราะห์ของผมเชื่อว่า “คนไทย” แต่โบร่ำโบราณนั้นเป็นคนที่มีนิสัย “เจ้าบทเจ้ากลอน” พอจะไป “อาราม” ก็เลยเติมคำว่าไป “วัดวา” เข้าไปเพื่อให้เป็นคำคล้องกันก็เลยเป็น “วัดวาอาราม” ดังเช่นในปัจจุบัน พอนานๆ เข้า เลยพูดสั้นๆ เหลือคำว่า “วัด” คำเดียว ว่ากันว่าคำว่า “วัด” มีเฉพาะในดินแดน “สุวรรณภูมิ” นี้เท่านั้น ชาติอื่นไม่ได้ใช้คำว่า “วัด” กันครับ 

 สำหรับ “อารามโม” ไม่บาน ที่ “บางคนที” ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ หากดำเนินการก่อสร้างจนเต็มรูปแบบจะประกอบไปด้วยพื้นที่ทั้งหมด 5 ส่วน โดยส่วนที่ 1 จัดให้เป็นพื้นที่พักผ่อนของพระสงฆ์ ประกอบด้วย “กุฏิ” พร้อมห้องน้ำในตัว ส่วนที่ 2 จัดให้เป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนผู้ปฏิบัติธรรมฝ่ายชาย ประกอบด้วย “เรือนพักรวม” พร้อมห้องน้ำในตัว, เรือนพักแยกเป็นหลัง (2 คนต่อหลัง) พร้อมห้องน้ำในตัวและพื้นที่เดินจงกรม ส่วนที่ 3 จัดให้เป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนผู้ปฏิบัติธรรมฝ่ายหญิง ประกอบด้วย “เรือนพักรวม” พร้อมห้องน้ำในตัว “เรือนพักแยก” เป็นหลัง (2 คนต่อหลัง) พร้อมห้องน้ำในตัว และพื้นที่เดินจงกรม 

 ส่วนที่ 4 จัดให้เป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย “เรือนพัก” 2 ชั้น พร้อมห้องน้ำในตัว (8 คนต่อหลัง) ส่วนที่ 5 จะจัดให้เป็นพื้นที่ส่วนกลาง ประกอบด้วย ลานจอดรถ, ส่วนสำนักงาน, พื้นที่ปฏิบัติธรรมส่วนกลาง, พื้นที่รับประทานอาหาร, โรงครัว,ห้องน้ำแยก ชาย-หญิง และพื้นที่จัดการขยะ (เพื่อทำการคัดแยกขยะ, พักคอยนำไปกำจัด, บำบัด อันเป็นกระบวนการ “รีไซเคิล”) ซึ่งหากพิจารณาในภาพรวมจะเห็นได้ว่าโครงการ “อารามโม” ไม่บาน นั้น จัดได้ว่าเป็นศูนย์เผยแผ่ธรรมะที่มีขนาด “พอเพียง” กำลัง “พอเหมาะพอดี” ไม่เล็กจนเกินไปหรือไม่ใหญ่จนเกินไป   

 จะเห็นได้ว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกตามสมควรแก่อัตภาพที่ครบถ้วน ถึงพร้อมและจะเป็นหลักยึดให้แก่สังคมในย่านตำบล “กระดังงา” ที่ผู้คนโดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นที่เริ่มไม่สนใจศาสนา หลงมัวเมาในอบายมุขและบรรดาสิ่งเสพติดทั้งหลาย ซึ่งพระครูปลัดประสาร ไศยชรรยากร กุฏิขำสายทอง วัดสร้อยทอง ผู้ริเริ่มโครงการนี้ก็ได้ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะจัดสร้างขึ้นเพื่อเป็น “ศูนย์เผยแพร่คุณธรรมและจริยธรรม” ในแนวทาง “พุทธศาสนา” ให้ยืนยงธำรงอยู่สืบไป    

 เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้นำเสนอ “กุฏิ” แบบ 2 ชั้น ที่ออกแบบไว้เพื่อสร้างใน “อารามโม” ไม่บาน หลังนี้ ในสัปดาห์นี้ผมขอเสนอ “กุฏิ” และ “เรือนพักอาศัยอเนกประสงค์” แบบชั้นเดียวที่มีแผนว่าจะสร้างใน “อารามโม” ไม่บาน แห่งนี้ไปพร้อมๆ กัน ก็น่าชื่นใจนะครับที่แฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” หลายท่านก็มีความประสงค์ที่จะนำแบบ “อารามโม” ไม่บาน ของผมนำไปต่อยอดทางความคิด บ้างก็นำไปเป็นแนวทางในการสร้างเป็น “รีสอร์ท” บ้างก็นำไปสร้างเป็น “บ้านเรือนพักอาศัย” ในสไตล์ “ไทยประยุกต์” บ้างก็นำไปสร้างเป็น “เรือนอาหาร” ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใดครับ ที่จะนำแบบของ “อารามโม” ไม่บาน ของผมนี้ไปต่อยอดทางความคิด โดยไม่ต้องมาเสียเวลานับหนึ่งใหม่ ขอเพียงแค่แฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” เอาแบบ “อารามโม” ไม่บาน ของผมนำไปใช้เพื่อก่อเกิดประโยชน์และความสุขแก่ตัวท่านเองหรือแก่ส่วนรวม เพียงแค่นี้ผมก็ดีใจแย่แล้วครับ

 หลายท่านก็ถามผมว่าทำไมจึงได้อุทิศกำลังสติปัญญาอีกทั้งเวลาและทุนทรัพย์มานานหลายปีสร้าง “ถาวรวัตถุ” หรือบรรดาสิ่งปลูกสร้างในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ศาสนาดำรงคงอยู่ ก็เพราะเหตุผลที่ผมเชื่อมั่นมาตลอดเวลาว่า “ศาสนาไม่เสื่อม” หรอกครับ มีแต่ “คนเสื่อม” เพราะไม่ทะนุบำรุงศาสนาที่ตนเองนับถือ และผมก็เชื่อว่าทุกศาสนาล้วนเป็น “ของดีวิเศษ” ที่จะสามารถจรรโลง “สังคมไทย” ให้สุข สงบ สันติ และเอื้ออาทรให้ผู้คนอยู่ร่วมกันอย่างไม่เบียดเบียน เพราะโดย “แก่น” แล้วทุกศาสนาล้วนสอนให้คนเป็นคนดีมีเมตตากันทั้งนั้น ดังนั้น ตลอดระยะเวลาหลายปีพอได้รับการร้องขอจากแฟนๆ “ชาวบ้านไม่บาน” ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใด หรือจะนับถือศาสนาใด ไม่ว่าจะเป็น พุทธ, คริสต์, อิสลาม, ฮินดู, ซิกข์ ฯลฯ  ผมยินดีช่วยเต็มกำลังความสามารถครับ

 ท่านที่สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดโครงการ “อารามโม” ไม่บาน ของพระครูปลัดประสาร ไศยชรรยากร หรือมีความประสงค์จะร่วมด้วยช่วยกันลงขันลงแขกตามแต่กำลังศรัทธา ติดต่อได้ที่ 08-9822-2421 หรือท่านที่สนใจวีซีดีของ “บ้านมวลชนไม่บาน” ในชุด “เรือนขวัญจิตต์” ที่กำลังแจกให้แฟนๆ ฟรี เขียนจดหมายติดต่อมาได้ที่ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ วังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร หน้าพระลาน 10200 นอกจากนั้น ท่านที่ต้องการดูข้อมูลย้อนหลังหรือดาวน์โหลดแบบบ้าน+อพาร์ตเมนต์+โรงแรม+รีสอร์ท ไม่บานในหลากหลายรูปแบบ ก็สามารถเข้ามาดาวน์โหลดแบบได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่เว็บไซต์ “ชาวคนรักบ้าน” www.homeloverthai.com แล้วพบกับสาระน่ารู้เกี่ยวกับอาคารบ้านเรือนที่ไม่บานกันใหม่ในสัปดาห์หน้าครับ