
ชินวรณ์ให้กำลังใจ3ผู้บริหารม.รามฟ้องศาลปค.
ชินวรณ์ เป็นกำลังใจ 3 อดีตผู้บริหารม.ราม ยื่นฟ้องศาลปกครอง หวังให้คำพิพากษาเป็นบรรทัดฐานสำหรับกรณีต่ออายุ
เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2554 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.)เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ได้รายงานต่อ ก.พ.อ.เรื่องการลงโทษทางวินัยข้าราชการพลเรือนสังกัด มหาวิทยาลัยรามคำแหง(ม.ร.) 3 รายได้แก่ รศ.คิม ไชยแสนสุข รศ.รังสรรค์ แสงสุข และนายเฉลิมพล ศรีหงษ์ ซึ่งทั้ง 3 มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ต่อ ก.พ.อ. ภายใน 30 วันหรือสามารถนำเรื่องนี้ไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อตัดสินในกรณีนี้ เพื่อเป็นบรรทัดฐานในเรื่องการต่ออายุราชการต่อไป ซึ่งตนขอเป็นกำลังใจแก่ทั้ง 3 คนที่หากต้องการจะฟ้องศาลปกครอง โดยเฉพาะรศ.คิมนั้นน่าเห็นใจเพราะเจ้าตัวคิดว่าความผิดในเรื่องการต่ออายุราชการให้แก่รศ.รังสรรค์ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่ควรลงโทษถึงขั้นไล่ออก และรศ.คิม อ้างว่ามหาวิทยาลัยอื่น ก็มีการต่ออายุราชการในลักษณะคล้ายกัน แต่ตนไม่แน่ใจว่าการต่ออายุราชการในสายบริหารเคยเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยอื่นหรือไม่
"ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้บริหารมหาวิทยาลัยต้องมีความระมัดระวังอย่างยิ่งในการบริหารราชการถึงแม้สภามหาวิทยาลัย จะมีอำนาจรองรับการบริหารงานมหาวิทยาลัย แต่ก็ไม่สามารถคุ้มครองในกรณีที่มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตได้ ข้าราชการของมหาวิทยาลัยจะต้องอยู่ในการตรวจสอบของกระทรวง หน่วยงานต้นสังกัด และองค์กรอิสระอื่น ๆ ที่มีหน้าที่ทางกฎหมาย" รมว.ศธ. กล่าว
นายชินวรณ์ กล่าวอีกว่า จากกรณีปัญหาของ ม.ร. หรือ ม.ราชภัฏสุรินทร์ ม.ราชภัฏจันทรเกษม รวมทั้งเสียงเรียกร้องให้ปฏิรูปมหาวิทยาลัยเพื่อให้มีประสิทธิภาพการผลิตนักศึกษามาขึ้น ตอบสนองนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งเสียงร้องเรียนเรื่องการเปิดศูนย์นอกที่ตั้ง หรือปัญหาระบบการรับนักเรียน ดังนั้นตนได้แจ้งต่อที่ประชุม ก.พ.อ.ว่า ในปี 2554 จะปฏิรูปอุดมศึกษา อย่างจริงจังใน 5 ประเด็น ดังนี้ 1.ปฏิรูปสภามหาวิทยาลัย ให้สภามหาวิทยาลัยเป็นต้นแบบการบริหารงานโดยระบบคณะกรรมการที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ 2.ปฏิรูประบบรับนักเรียน นักศึกษาเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อให้สอดรับการปฏิรูปการศึกษา ทศวรรษที่ 2 ให้เด็กเลือกเรียนตามความสามารถ และเลือกเรียนหลากหลายจบออกมามีงานทำ
3.ปฏิรูประบบบริหารงบประมาณ โดยมหาวิทยาลัยได้งบประมาณรวมกันกว่า 7 หมื่นล้านและมีเงินนอกงบประมาณอีกกว่า แสนล้านบาท ขณะที่รัฐบาลเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยกู้เงินโดยตรงจากสถาบันการเงินต่างประเทศได้ จึงควรต้องศึกษาและดูแลปฏิรูประบบงบประมาณของมหาวิทยาลัย 4.ปรับปรุงคุณภาพอาจารย์มหาวิทยาลัยให้ขวัญกำลังใจในการทำงาน และควบคุมดูแลการเปิดศูนย์นอกที่ตั้งของมหาวิทยาลัย ซึ่งสภามหาวิทยาลัยจะต้องลงไปดูแลเรื่องนี้ไม่เช่นนั้นการเปิดศูนย์นอกที่ตั้งบางทีจะขาดประสิทธิภาพนำไปสู่ความล้มเหลวในการจัดการศึกษาและเกิดการทุจริตตามที่มีข่าวตีแผ่ในเว็บไซต์ และ5.มหาวิทยาลัยมีบทบาทในการรับใช้สังคมตามแผนปฏิรูปประเทศไทย
ยันตั้ง"วุฒิศักดิ์"คุณสมบัติครบไม่ได้ต่ออายุราชการ
นายประจวบ ไชยสาส์น นายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวถึงกรณีที่แหล่งข่าวมร.ระบุว่าการแต่งตั้งนายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ คณบดีคณะรัฐศาสตร์และกรรมการสภา มร. เป็นรักษาการอธิการบดีมร. อาจเข้าข่ายเดียวกับนายรังสรรค์ แสงสุข อดีตอธิการบดี มร. ที่เป็นการต่ออายุราชการเพื่อดำรงตำแหน่งบริหาร ซึ่งไม่อาจกระทำได้ว่า เป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะนายวุฒิศักดิ์ ไม่ได้มาเป็นคณบดีคณะรัฐศาสตร์โดยการต่ออายุเกษียณราชการ โดยตอนเกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2553 ในขณะที่เป็นคณบดีคณะรัฐศาสตร์อยู่นั้น ทางคณะรัฐศาสตร์ ได้ขอให้กลับมาเป็นคณบดีคณะรัฐศาสตร์ต่อและอยู่ต่อมาจนครบเทอม ซึ่งตำแหน่งคณบดีซึ่งเป็นตำแหน่งผู้บริหาร ไม่จำเป็นต้องเป็นข้าราชการ เป็นบุคคลภายนอกก็ได้ ฉะนั้นนายวุฒิศักดิ์จึงสามารถเป็นคณบดีคณะรัฐศาสตร์ได้ และเมื่อครบเทอมและมีการสรรคณบดีคณะรัฐศาสตร์ใหม่ ก็ปรากฏว่าได้นายวุฒิศักดิ์ กลับมาอีกครั้ง
“ยืนยันว่าที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยได้ตรวจสอบนายวุฒิศักดิ์ถี่ถ้วนแล้ว โดยพบว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนและดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอน จึงได้แต่งตั้งให้เป็นรักษาการอธิการบดีมร. โดยนอกจากนายวุฒิศักดิ์จะมีคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว ยังเป็นคณบดีที่อาวุโสมากที่สุดและเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยด้วย จึงได้รับแต่งตั้งเป็นรักษาการอธิการบดีมร. อีกทั้งยังเคยรักษาการอธิการบดีมร.ในปี 2550 ด้วย” นายประจวบ กล่าว
เลขาธิการกกอ.เผยพร้อมยกเลิกคำสั่งไล่3ผู้บริหารม.ราม
ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) กล่าวถึงกรณีที่นายโลมิรันดร์ บุตรจันทร์ สมาชิกสมาคมศิษย์เก่าม.ร. ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) และ ดร.สุเมธ ต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลปกครองวินิจฉัยเพิกถอน หรือยกเลิกหนังสือคำสั่งไล่ออกนายคิมออกจากราชการ ว่า การฟ้องศาลปกครองถือเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ แต่ตนยืนยันว่าได้ทำตามอำนาจหน้าที่อย่างถูกต้องและพร้อมที่จะชี้แจงต่อศาล ส่วนกรณีที่ป.ป.ช. ตั้งข้อสังเกตว่าคำสั่งของสกอ.อาจมีปัญหาทางข้อกฎหมาย เนื่องจากเป็นการลงโทษที่เกินระยะที่กำหนดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 93 ที่กำหนดให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนพิจารณาลงโทษภายใน 30 วันนับแต่ได้รับเรื่องนั้น ที่ผ่านมาสกอ.แจ้งให้ป.ป.ช.ทราบมาโดยตลอดว่าเรื่องดังกล่าวมีข้อติดขัดอย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นหากป.ป.ช.มีมติว่าคำสั่งของสกอ.ล่าช้าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ก็ให้แจ้งมาที่สกอ.เพื่อยกเลิกคำสั่งดังกล่าวต่อไป
ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ รักษาราชการแทนอธิการบดีม.ร. กล่าวว่า ได้เซ็นต์แต่งตั้งรักษาการรองอธิการบดี 42 คนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นรองอธิการคนเดิม การแต่งตั้งครั้งนี้ไม่ถือว่าผิดกฎหมายเพราะว่าบุคคลทั้งหมดไม่ได้ทำความผิด ขณะเดียวกันก็จะได้ทำงานอย่างต่อเนื่อง เพราะขณะนี้ม.ร.มีกิจกรรมของมหาวิทยาลัยหลายที่ต้องเร่งดำเนินการ เช่น งานพระราชทานปริญญาบัตร อย่างไรก็ตามวันที่ 14 ก.พ.เวลา 14.00 น. ตนได้เชิญบุคลากรของม.ร.ทั้งหมดมาชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
รศ.คิม กล่าวว่า ในวันที่ 14 ก.พ. เวลา 13.00 น.นี้ ตนพร้อมด้วยศิษย์เก่าและสภาคณาจารย์จะร่วมกันแถลงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดร่วม โดยจะนำเอกสาร หลักฐานต่างๆที่ได้นำไปชี้แจงต่อป.ป.ช และแสดงว่าการดำเนินการที่ผ่านมาของตนเองนั้นถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมายรวมถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา(ก.พ.อ.)ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ นายโลมิรันดร์ บุตรจันทร์ สมาชิกสมาคมศิษย์เก่าม.ร. ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) และ ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการ กกอ. ต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลปกครองวินิฉัยเพิกถอน หรือยกเลิกหนังสือคำสั่งไล่ออกนายคิมออกจากราชการ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาแล้ว



