ไลฟ์สไตล์

คมเลนส์ส่องพระ  (เสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554)

คมเลนส์ส่องพระ (เสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554)

12 ก.พ. 2554

 *** วันเวลาได้ลุล่วงมาถึง เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เดือนแห่งความรัก ซึ่งเป็นธรรมเนียมประเพณีของชาวฝรั่ง ที่ได้ยึดถือปฏิบัติกันมานานปี โดยกำหนดวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็น วันแห่งความรัก หรือ วันวาเลนไทน์ ตามชื่อของ นักบุญวาเลนไทน์ (Saint Valentine) ในศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก...ขณะเดียวกัน ในทางพระพุทธศาสนาของเราก็มี วันแห่งความรัก ในเดือนนี้เช่นกัน คือ วันมาฆบูชา (มาฆปุรณมีบูชา) ตรงกับ วันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ซึ่งปีนี้ตรงกับ วันศุกร์ที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ เป็นวันมหัศจรรย์ของชาวพุทธ ที่ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นพร้อมกัน ๔ ประการ (ที่เรียกว่า วันจาตุรงคสันนิบาต) คือ ๑.พระสงฆ์ ๑,๒๕๐ รูป ได้เดินทางมาเฝ้าพระพุทธเจ้าพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ๒.พระสงฆ์ ๑,๒๕๐ รูปได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง (เอหิภิกขุอุปสัมปทา) ๓.พระสงฆ์เหล่านี้ล้วนเป็นพระอรหันต์ ผู้ทรงอภิญญา ๖ และ ๔.เป็นวันเพ็ญมาฆปุณมีดิถี ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมเทศนา อันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา คือ โอวาทปาติโมกข์ ที่สอนให้ชาวพุทธทั้งหลายไม่ทำความชั่วทั้งปวง ทำความดีให้ถึงพร้อม และทำจิตใจให้หมดจดบริสุทธิ์ผ่องใส เป็นการปฏิบัติด้วยกาย วาจา ใจ ในวันนี้ชาวพุทธจะนิยมทำบุญตักบาตร ปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา รับศีล รับพร ถวายสังฆทาน เวียนเทียนรอบอุโบสถตามวัดใกล้บ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวสืบไป ปัจจุบัน วันมาฆบูชา เป็นวันหยุดราชการของเมืองไทย

 ** ในช่วงเทศกาลนี้ (๑๒-๒๐ ก.พ.) ผู้เขียนจะเดินทางไปสักการบูชา สังเวชนียสถาน ๔ แห่ง ในประเทศอินเดีย-เนปาล และร่วมพิธีสมโภช พระบรมสารีริกธาตุ พระมหาเจดีย์ “พระมหาธาตุเฉลิมราชย์ศรัทธา” ณ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย...พระบรมสารีริกธาตุ องค์นี้ ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายจาก อุปราชอังกฤษผู้ปกครองประเทศอินเดีย ต่อมา พระบรมสารีริกธาตุ องค์นี้ ล้นเกล้าฯ รัชกาลปัจจุบัน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญคืนสู่แดนพุทธภูมิ โดยให้ประดิษฐานอยู่ที่ พระมหาเจดีย์ “พระมหาธาตุเฉลิมราชย์ศรัทธา” วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ดังกล่าว...โอกาสนี้ ผู้เขียนจะขอตั้งจิตอธิษฐานขอพรให้ท่านผู้อ่าน "คม ชัด ลึก" ทุกท่านมีความสุขสวัสดี และมีสุขภาพแข็งแรงโดยทั่วกัน

 ** ข่าวสารวงการพระเครื่อง วันนี้...ขอเริ่มด้วย งานประกวดพระ ในวันพรุ่งนี้ ณ ลานวัฒนธรรม เทศบาลเมืองดอกคำใต้ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา จัดโดย เทศบาลเมืองดอกคำใต้ ร่วมกับ ชมรมพระเครื่องเมืองพะเยา และ สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย สาขาภาคเหนือเขต ๑ และเขต ๒ เพื่อนำรายได้สนับสนุนพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น เป็นทุนการศึกษาแก่เด็กยากไร้ ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองดอกคำใต้ สอบถามโทร.๐๘-๑๙๕๒-๙๖๕๓ (รายละเอียดอื่นๆ ไม่ทราบจริงๆ เพราะไม่ได้รับสูจิบัตรงานประกวดพระครั้งนี้แต่ประการใด)

 ** ขึ้นไป ชมรมพระเครื่องมณเฑียรพลาซา สุรวงศ์ วันก่อน พบกับ น้อย อุตรดิตถ์ (ชวลิตร พุ่มอรัญ) ช่างภาพผู้มีฝีมือถ่ายภาพพระเครื่องได้อย่างสวยงามคมชัดเป็นพิเศษ ระดับมืออาชีพเลยทีเดียว ทั้งๆ ที่เป็น เซียนพระ สายตาเฉียบขาดมาก่อน ในร้านจึงมีพระเครื่องพระบูชาโชว์ขายอยู่หลายองค์ แถมยังมีราคาไม่แพงนัก วันนี้ขอนิมนต์มาให้ชมกันก่อน ๑ องค์ คือ พระบูชานาคปรก สมัยลพบุรี หน้าตัก ๑ นิ้วครึ่ง เนื้อสัมฤทธิ์ สวยงามน่ารักมาก พระบูชาองค์เล็กๆ ขนาดนี้หายาก จะเลี่ยมทองคำขึ้นคอก็คงจะได้ เท่ไปอีกอย่างหนึ่ง

 ** พระกริ่ง รุ่นใหม่หลังปี ๒๕๐๐ ลงมา ได้รับความนิยมกันอย่างกว้างขวาง อีกทั้งราคายังพุ่งแพงขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น พระกริ่งชินบัญชร หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง ปี ๒๕๑๗ เนื้อทองคำ ซื้อขายกันถึง ๖-๗ ล้านบาท ทุกวันนี้มีของหมุนเวียนน้อยมาก เพราะสร้างแค่ ๑๒ องค์เท่านั้น ขณะเดียวกัน เนื้อนวโลหะ ใต้ฐานปิดด้วยเนื้อโลหะทองแดง ตอกหมายเลขกำกับองค์พระ (เลขไทย) สร้าง ๒,๕๙๙ องค์ ซื้อขายกันถึงองค์ละประมาณ ๖ แสนบาท สำหรับองค์หมายเลข ๕๐๐ ที่เห็นในภาพนี้ เป็นพระของ ป้อม สกลนคร บอกว่า ยังไม่ได้เปิดราคาแต่อย่างใด เอาไว้ โชว์อย่างเดียว

 ** พระกริ่ง ที่มาแรงสุดๆ อีกรุ่นหนึ่ง คือ พระกริ่งญาณวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ) วัดบ้านไร่ ออกในงานฉลองสมณศักดิ์ พระญาณวิทยาคมเถระ (หลวงพ่อคูณ) เมื่อปี ๒๕๓๕ มี ๔ เนื้อ คือ ทองคำ-เงิน-นวโลหะ และสัมฤทธิ์ พระทุกองค์ตอกโค้ดและหมายเลขกำกับ (เฉพาะเนื้อสัมฤทธิ์ตอกคำว่า"พิเศษ") องค์ในภาพนี้เป็น พระกริ่งเนื้อทองคำ หมายเลข ๑๒๓ (เบอร์เรียงหายาก) สวยสมบูรณ์คมชัด สภาพเดิมๆ ไม่ได้ใช้มาก่อนเลย เป็นพระของ ป้อม สกลนคร สนนราคาอยู่ที่ ๘ แสนบาทขึ้นไป แต่องค์นี้ ป้อม บอกว่า ยังไม่เปิดราคาเช่นกัน

 ** นักวิเคราะห์ตลาดพระอย่าง ฐกร บึงสว่าง จะซื้อขายพระอะไรย่อมต้องแน่ใจแล้วว่า เป็นพระดีมีอนาคตสดใสอย่างแน่นอน อย่างเช่นเวลานี้ ฐกร กำลังตระเวนเก็บ พระหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ซึ่งโด่งดังมากในเรื่องของ พระปิดตา ที่ซื้อขายกันแพงสุดๆ คือ พระปิดตาจัมโบ้ ๑ พระปิดตารุ่นปลดหนี้ พระปิดตารุ่นเงินล้าน ฯลฯ และที่กำลังมาแรงตามติดๆ กัน คือ พระปิดตาหลังยันต์ดวงเล็ก เนื้อผงธูป ซึ่งสร้างขึ้นพร้อมกับ พระปิดตา พิมพ์จัมโบ้ ๒ และพระปิดตา รุ่นปลดหนี้ โดยสมัยนั้นทางวัดเรียกพระรุ่นนี้ว่า พระปิดตารุ่น ๓ ไตรมาส คือ หลวงปู่โต๊ะ ได้ตั้งใจปลุกเสกพระชุดนี้ตลอด ๓ ไตรมาส (๓ เดือน) ในช่วงเข้าพรรษา ปี ๒๕๒๑-๒๕๒๓ ซึ่งนับว่านานมาก เพราะโดยปกติแล้ว หลวงปู่โต๊ะ จะปลุกเสกพระอะไรใช้เวลาไม่นานนักก็ได้แล้ว แต่พระรุ่นนี้พิเศษจริงๆ เพราะใช้เวลานานถึง ๓ ปี

 ** พระปิดตาจัมโบ้ ๒  ในรุ่นนี้แท้จริงก็คือ พระปิดตาหลังยันต์ดวงสุกิตติมา พิมพ์ใหญ่ คู่กับ พระปิดตาหลังยันต์ดวงสุกิตติมา พิมพ์เล็ก หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า พระปิดตาหลังยันต์ดวงเล็ก มี ๒ เนื้อ คือ เนื้อผงใบลาน (สีดำ) สร้าง ๕๑,๑๗๔ องค์ และ เนื้อผงธูปกัมมัฏฐาน (สีเทา) สร้าง ๒,๐๐๐ องค์ ณ ชั่วโมงนี้ เนื้อผงใบลาน ซื้อขายกันที่กว่า ๑ หมื่นบาท ส่วน เนื้อผงธูปกัมมัฐฐาน ประมาณ ๒ หมื่นบาทขึ้นไป ท่านที่ชอบ พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ หากมีเงินมากหน่อยจะซื้อ พระปิดตา พิมพ์ปลดหนี้ ก็ไม่ว่ากัน แต่หากมีทุนทรัพย์จำกัด ก็น่าจะมองมาที่ พระปิดตาหลังยันต์ดวงเล็ก เนื้อผงใบลาน หรือเนื้อผงธูปกัมมัฏฐาน ย่อมจะได้ผลคุ้มค่ากว่า เพราะเป็นพระรุ่นเดียวกัน ปลุกเสกพร้อมกัน พุทธคุณย่อมเหมือนกัน แต่ราคาจะแตกต่างกันมาก สำหรับ พระปิดตาหลังยันต์ดวงเล็ก เนื้อผงธูปกัมมัฏฐาน องค์ในภาพนี้เป็นพระของ ฐกร บึงสว่าง ติดรางวัลชนะเลิศมาแล้ว ๓ งาน แสดงว่าสวยคมชัดอย่างแท้จริง เจ้าของยังไม่คิดจะออก เพราะต้องการเอาไว้ล่ารางวัลให้มากกว่านี้

 ** ล้ง ท่าพระจันทร์ ผู้ชำนาญการด้านพระกริ่งคนหนึ่งของวงการพระเครื่องเมืองไทย อีกทั้งยังเป็นผู้มีประสบการณ์ถ่ายภาพพระเครื่องในงานประกวดพระรายการใหญ่ๆ มาแล้วหลายครั้งหลายหน มาถึงวันนี้ ล้ง ได้รับหน้าที่เป็นผู้ประสานงานการจัดสร้าง พระกริ่งเทพวิทยาคม ซึ่ง หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ ได้มอบหมายให้ ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี ซึ่งเป็นผู้ที่ หลวงพ่อคูณ ให้ความไว้วางใจเป็นอย่างยิ่ง เป็นผู้ดำเนินการจัดสร้างทุกขั้นตอน (ตามหนังสือที่ "หลวงพ่อคูณ" ออกให้เมื่อวันที่ ๓ พ.ย.๒๕๕๓) ล้ง บอกว่า พระกริ่งรุ่นนี้ได้ออกแบบพิมพ์ทรงองค์พระอย่างงดงามเป็นพิเศษ ละเอียดประณีตทุกซอกมุม ขนาดองค์ พระกริ่ง  กว้าง ๒.๕ ซม. สูง ๓.๘ ซม. สร้างด้วยเนื้อทองคำ ๙๖.๒% (หนักกว่า ๔๕.๖ กรัม) จำนวนสร้าง ๙๙๙ องค์ เนื้อนวโลหะชั้นดี (เต็มสูตร) จำนวนสร้าง ๙,๙๙๙ องค์ ขนาดองค์ พระชัยวัฒน์ กว้าง ๑.๓ ซม. สูง ๑.๙ ซม. สร้างด้วยเนื้อทองคำ ๙๖.๒% (หนักกว่า ๗ กรัม) จำนวนสร้าง ๙๙๙ องค์ เนื้อนวโลหะชั้นดี (เต็มสูตร) จำนวนสร้าง ๙,๙๙๙ องค์ พระทุกองค์ตอกโค้ด และมีหมายเลขกำกับ พร้อมด้วยบัตรสลักชื่อเจ้าของพระ บรรจุอยู่ในกล่องไม้อย่างดี พระชุดทองคำ ๑๖๙,๙๙๙ บาท (เฉพาะพระกริ่ง องค์ละ ๑๔๙,๙๙๙ บาท, พระชัยวัฒน์ ๒๙,๙๙๙ บาท) พระชุดนวโลหะ ๑๔,๙๙๙ บาท (เนื้อนวโลหะ ไม่แยกบูชาเป็นองค์) รายได้เพื่อเป็นกองทุนก่อสร้าง "หอเทพวิทยาคม" อันเป็นส่วนหนึ่งของ พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณ พิธีมหาพุทธาภิเษก วันเสาร์ที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๔ (วันเสาร์ ๕) เวลา ๑๕.๐๙ น. ติดต่อสั่งจองได้ที่ บริเวณห้องโถงใต้โบสถ์ วัดบ้านไร่ สอบถามโทร.๐-๔๔๒๔-๙๘๘๘ หรือที่คุณสมบูรณ์ โสตถิอนันท์ โทร.๐๘-๘๓๕๘-๓๕๓๕, ๐๘-๙๗๑๗-๔๔๔๒

 ** วันนี้...พระครูพิบูลนวกิจ (หลวงปู่คำบุ) วัดกุดชมภู จ.อุบลราชธานี เทพเจ้าแห่งความเมตตาและโชคลาภแห่งแดนอีสานใต้ จะทำพิธีปลุกเสกเดี่ยว เหรียญรูปเหมือน ครึ่งองค์ รุ่น "ชนะมาร" รวม ๓ วัน ๓ คืน (๑๒-๑๓-๑๔ ก.พ.) เพื่อนำรายได้สร้างศาลาการเปรียญวัดกุดชมภู สอบถามได้ที่โทร.๐๘-๖๑๖๓-๙๔๓๔ หรือตามศูนย์พระเครื่องชั้นนำทั่วไป ** พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์...ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต ***

0 แล่ม จันท์พิศาโล 0